วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2567

Song: alone lonely in nature.

 Alone lonely in nature.

Lyrics by Patipat Pinrat.

Field of short grass that have only a one tree, whole that field under the sky without cloud and air that not hot in daytime.

Sky without cloud and air that not hot in daytime.

Sky without cloud in sunset time. The light from sun that reflect from anything in sunset time.

Dark sky full of stars.

That are my favorite place and time and i don't know why.

May be because that are beautiful place and time. Specially in my alone lonely time.

I don't know why, i like those place and time when i alone lonely.

I used to have fun and laugh with other people. I used to have people in my life. But now no anyone anymore.

I alone.

I walk alone in the old place no matter what of time, i know anything are not same anymore.

I scare. I feel false. I feel sad.

I never trust anyone anymore, i never trust anything anymore.

I never want to get anything and lost them anymore.

I just want to walk alone.

I just want to live alone.

Under that my fovorite place and time.

I be touched by sunset light. I lay down on the short grass field. I lean against the tree in the grass's field when sky without cloud in daytime.

Although i alone, I happy more than when i have anyone in my life but make me alone lonely.

I happy in my favorite place and time.

Field of short grass that have only a one tree, whole that field under the sky without cloud and air that not hot in daytime.

Sky without cloud and air that not hot in daytime.

Sky without cloud in sunset time. The light from sun that reflect from anything in sunset time.

Dark sky full of stars.

Treatment จอห์นนี่ ดาร์กเนส

เนื้อเรื่องต้นฉบับโดย ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

หมู่บ้านสาไร หมู่5 ซอย9 ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แก๊งมาเฟียที่มีหัวหน้าชื่อ จอห์นนี่ ดาร์กเนส จอห์นนี่ ดาร์กเนส (ชายสูง180ซม. หน้ารูปไข่ ความจริงผิวขาวแต่ตากแดดเลยคล้ำ ตาสีน้ำตาล มีปานที่คอกับข้อมือซ้าย) ต่อสู้กับตำรวจ ลูกน้องของเขาคนหนึ่งจับได้ว่าลูกน้องอีกคนเป็นสายตำรวจ จอห์นนี่ ดาร์กเนสฆ่าลูกน้องที่เป็นสายตำรวจคนนั้น จอห์นนี่ ดาร์กเนสให้ลูกน้องกระจายกำลังไปวางกับดักพวกตำรวจจนสามารถเอาชนะการไล่ล่าของตำรวจได้ ต่อมาจอห์นนี่ ดาร์กเนสรู้เรื่องคนทรยศในแก๊งจอห์นนี่ ดาร์กเนสยิงคนทรยศคนนั้นตายทันที ต่อมาจอห์นนี่ ดาร์กเนสสืบสวนเรื่องการที่ตำรวจสามารถไล่ล่ามาได้ ซึ่งประกอบจากหลายเรื่องมารวมกัน ความขัดแย้งกันเองในแก๊ง มีคนทรยศในแก๊ง มีคนแปรพักตร์ไปเป็นฝ่ายตำรวจ สายลับที่แฝงตัวอยู่ในแก๊ง มีคนฮุบของและเงินของแก๊งไปเป็นของตัวเอง ลูกน้องในแก๊งทรยศหักหลังกันเอง เมื่อจอห์นนี่ ดาร์กเนสรู้เรื่องและจับได้ทั้งหมด จอห์นนี่ ดาร์กเนสก็ใช้อุบายฆ่าคนเหล่านั้นทุกคน แล้วตำรวจก็บุกถล่มแก๊งของจอห์นนี่ ดาร์กเนสอย่างกะทันหัน ลูกน้องที่เหลือตายบ้าง ถูกจับล้าง รอดไปได้บ้าง จอห์นนี่ ดาร์กเนสเหมือนจะจมน้ำตาย ฉากจบ เหมือนจอห์นนี่ ดาร์กเนสจะยังมีชีวิตอยู่และไม่ได้จมน้ำตาย

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2567

Treatmen มนุษย์เห็ด

 Treatmen มนุษย์เห็ด

เนื้อเรื่องต้นฉบับโดย: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

ชายหญิงรวมกัน5คน(หญิง2ชาย3)มาเที่ยวทะเลบนเรือส่วนตัวของพวกเขา แต่เมื่อพวกเขาพยายามจะกลับเข้าฝั่ง พวกเขาไม่สามารถติดต่อกับเพื่อนของเขาอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่บนชายฝั่งได้ และยิ่งพยายามกลับเข้าฝั่งเท่าไหร่ ก็ไม่เห็นชายฝั่งและยิ่งเจอแต่ผืนทะเลมากขึ้นเท่านั้น และพายุก็ทำให้เรือของพวกเขาอับปางและพวกเขาเกยตื้นที่เกาะร้างแห่งหนึ่ง ที่เกาะนั้นมีซากเรือใบโบราณลำใหญ่ลำหนึ่ง พวกเขาตัดสินใจจะใช้เรือใบลำนั้นเป็นที่อยู่อาศัยและจะใช้กลับเข้าฝั่งแทนเรือของพวกเขาที่อับปางไปแล้ว เมื่อพวกเขาขึ้นไปบนเรือใบลำนั้นก็เจอเชื้อราและเห็ดคลุมทั้งลำเรือ พวกเขากำจัดเชื้อราและเห็ดเหล่านั้นออกไปจากเรือ บนเรือใบไม่มีอาหารไม่มีน้ำ พวกแยกย้ายไปรวบรวมอาหารกับน้ำบนเกาะมากักตุนสำหรับใช้อยู่อาศัยบนเรือใบ เกาะนั้นมีแต่พืช,เชื้อรา,เห็ดอยู่เท่านั้นแต่ไม่มีสัตว์ชนิดใดอยู่เลย พวกเขารวบรวมน้ำมาได้ส่วนอาหารพวกเขารวบรวมส่วนที่กินได้ของพืชที่กินได้มาได้  ผู้หญิงคนหนึ่งมีแฟนอยู่แล้วแต่เธอไปคบชู้สู่ชายกับผู้ชายอีกคนส่วนผู้หญิงอีกคนก็เป็นชู้กับแฟนของเธอ เมื่อทั้งหมดรู้เรื่องก็เกิดความขัดแย้งและความรุนแรงขึ้นอีก จู่ๆเชื้อราและเห็ดก็เต็มลำเรือใบอีกครั้ง พวกเขาตกใจและประหลาดใจมาก แต่พวกเขาสี่คนก็กำจัดเชื้อราและเห็ดเหล่านั้นออกไปอีกครั้ง หนึ่งในพวกเขาทำการยักยอกลักขโมยของของคนอื่น พวกเขามีความขัดแย้งและใช้ความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม เชื้อราและเห็ดเต็มลำเรือใบอีกครั้ง พวกเขาช่วยกันกำจัดเชื้อราและเห็ดกันอีกครั้ง พอตกกลางคืน หนึ่งในพวกเขาหายตัวไป พวกเขาทั้งสี่คนออกตามหาแต่หาไม่พบจึงกลับไปที่เรือใบ แล้วก็มีผู้บุกรุกปริศนาบุกขึ้นไปบนเรือใบแบบเงียบๆไม่มีใครรู้ หนึ่งในพวกเขาไปพบกับผู้บุกรุกปริศนานั้นเขาจึงไปเอาปืนยาวที่อยู่บนเรือใบมายิงผู้บุกรุกปริศนา ที่เหลืออีกสามคนตามไปตามเสียงปืนพยายามไปห้ามไม่ให้หนึ่งในพวกเขาไม่ให้ยิงปืน แต่หนึ่งในพวกเขาชี้ไปที่ผู้บุกรุกปริศนา ซึ่งก็คือหนึ่งในพวกเขาที่หายตัวไปที่ตอนนี้กลายร่างเป็นมนุษย์เห็ดที่ยังกลายร่างไม่สมบูรณ์ พวกเขาทั้งสี่คนจึงตัดสินใจช่วยกันเอาปืนยาวบนเรือใบมายิงมนุษย์เห็ดตนนั้นจนตกลงไปจากเรือ หนึ่งในพวกเขาเห็นมนุษย์เห็ดคนนั้นตอนยังเป็นมนุษย์ไปกินเห็ดบนเกาะเข้า หนึ่งในพวกเขาจึงบอกว่าห้ามพวกเขาทุกคนกินเห็ด พวกเขามีความขัดแย้งและความรุนแรงเกิดขึ้นอีกครั้งจนเกิดการต่อสู้กันจนการต่อสู้เลยจากเรือใบไปเป็นการต่อสู้บนเกาะ พวกเขาคนหนึ่งถูกมนุษย์เห็ดโจมตี หญิงคน1กับชายอีกคน1ไปกินเห็ดบนเกาะแล้วค่อยๆกลายร่างเป็นมนุษย์เห็ด ชายอีก1หญิงอีก1เกิดพลัดกันในระหว่างการต่อสู้ ชายคนนั้นตามหาหญิงอีกคน หญิงคนนั้นนั่งอยู่ท่ามกลางดงเห็ดกำลังกินเห็ดและมีมนุษย์เห็ดรายล้อม ชายคนนั้นพยายามหนีออกมาโดยมีมนุษย์เห็ดโจมตีเขาระหว่างหลบหนี เขาขึ้นเรือใบแล้วแล่นเรือออกไปในทะเลแต่เขาเห็นว่าร่างกายเขากำลังกลายเป็นมนุษย์เช่นกันจึงกลับเรือไปที่เกาะ ลากเรือขึ้นบนแผ่นดินของเกาะเข้าไปใจกลางเกาะ รวบรวมเชื้อเพลิง แล้วเผาเชื้อเพลิงเผาเกาะเผาเรือไปพร้อมกับตัวเองเขาเอง เกาะทั้งเกาะถูกไฟเผาหมด

Treatment มนุษย์แก๊สหมายเลข1

 Treatment มนุษย์แก๊สหมายเลข1

เนื้อเรื่องต้นฉบับโดย: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

เกิดคดีปล้นธนาคารขึ้น ตำรวจไล่ล่าผู้ร้าย แต่เมื่อรถของผู้ร้ายพลิกคว่ำ ตำรวจก็ไม่เจอผู้ร้ายเลย ทำให้คดีนี้ไม่สามารถปิดได้ ต่อมาก็มีคดีขโมยของจากร้านขายของ,คดีขโมยพาหนะ,คดีขโมยทองและเพชร,คดีขโมยเครื่องเกม,คดีลักทรัพย์ชิงทรัพย์,คดีข่มขืนผู้หญิง,คดีฆาตกรรมยกบ้าน ซึ่งทุกคดีนี้ตำรวจไม่สามารถหาผู้ร้ายเจอเช่นกัน ต่อมาตำรวจได้สู้กับแก๊งค้ายาแก๊งหนึ่ง ตำรวจชนะแก๊งค้ายานั้นได้ แต่ยาเสพติดและเงินที่ใช้ซื้อยาเสพติดนั้นหายไปและตำรวจไม่สามารถตามหาได้เจอและไม่มีเบาะแสและร่องรอยอะไรเลย มีคดีปล้นธนาคารเกิดขึ้นอีกครั้ง ผู้ร้ายส่งคำใบ้ให้ตำรวจตามหาตน ตำรวจไขปริศนาคำใบ้ได้สำเร็จแต่ตามหาตัวผู้ร้ายคนนั้นจนเจอ แต่ผู้ร้ายคนนั้นไม่สามารถให้การคดีปล้นธนาคารคดีแรกได้ มีคนติดต่อตำรวจบอกว่าคดีปล้นธนาคารคดีที่สองเป็นคดีเลียนแบบเท่านั้นและตนเป็นผู้ร้ายของคดีปล้นธนาคารแรกตัวจริงและเป็นผู้ร้ายของทุกคดีก่อนหน้าคดีปล้นธนาคารคดีที่สองด้วย คนคนนั้นไปมอบตัวกับตำรวจ ตำรวจพาชายคนนั้นไปทำแผนประกอบคำให้การที่ธนาคาร ชายคนนั้นได้เฉลยวิธีการก่อคดีของเขา เขาสามารถกลายเป็นแก๊สได้ ทำให้เขาก่อทุกคดีได้โดยไม่มีอะไรเลย และตัวเขาในสถานะแก๊สสามารถฆ่าคนได้โดยไม่จำเป็นต้องต่อสู้กับใคร เพียงแค่ใช้ร่างกายของเขาที่เป็นแก๊สเท่านั้น แล้วมนุษย์แก๊สก็หลบหนีไป ตำรวจออกไล่ล่ามนุษย์แก๊ส แต่มนุษย์แก๊สก็เอาชนะพวกตำรวจได้ จากนั้นมนุษย์แก๊สก็ออกไปก่อคดีขโมยของจากร้านขายของ,คดีขโมยพาหนะ,คดีขโมยทองและเพชร,คดีขโมยเครื่องเกม,คดีลักทรัพย์ชิงทรัพย์,คดีข่มขืนผู้หญิง,คดีฆาตกรรม,คดีปล้นธนาคารต่อ มีเหยื่อของมนุษย์แก๊สคนหนึ่งรอดชีวิตมาได้แล้วไปแจ้งเบาะแสกับตำรวจ ตำรวจตามจับมนุษย์แก๊สแต่มนุษย์แก๊สก็เอาชนะพวกตำรวจได้อีก ตำรวจจึงไปขอความร่วมมือจากนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์คนนั้นเสนอให้ล่อมนุษย์แก๊สเข้าไปในห้องปิดตายที่เติมแก๊สไวไฟเต็มห้องไว้ล่วงหน้าแล้วจุดระเบิด ในครั้งแรกตอนทำตามแผนการ มนุษย์แก๊สไม่หลงกลแล้วโต้ตอบพวกตำรวจ นักวิทยาศาสตร์คนนั้นจึงเสนอให้เอาสิ่งของทั้งหมดของมนุษย์แก๊สเข้าไปในห้องนั้น มนุษย์แก๊สรู้ว่าของของตัวเองถูกเอาไปไว้ในห้องนั้นก็เข้าไปในห้อง พวกตำรวจปิดห้องแล้วจุดระเบิด แต่มนุษย์แก๊สตัดสายระเบิดไว้ล่วงหน้า ตำรวจคนหนึ่งจึงเข้าไปในห้องปิดตายนั้นแล้วจุดไฟแช็กระเบิดพลีชีพไปพร้อมกับมนุษย์แก๊ส กำจัดมนุษย์แก๊สลงได้ในที่สุด

Treatment สัตว์ประหลาดของเหลว

 Treatment สัตว์ประหลาดของเหลว

เนื้อเรื่องต้นฉบับโดย: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน อบต. แห่งหนึ่ง ทำการทุจริต รับสินบน โครงการในท้องถิ่นไร้คุณภาพ ค้างคา ไร้การจัดการ ทำไม่เสร็จ ชาวบ้านเข้าถึงสาธารณูปโภคไม่ได้ ยักยอก ฉ้อราษฎร์บังหลวง ติดสินบน ทำให้ผู้ร้ายในคดีต่างๆไม่ได้รับโทษและเหยื่อรับโทษแทน ใช้เส้น แต่งตั้งครอบครัวและญาติตัวเองเข้าสู่วงการการเมือง ชาวบ้านไม่พอใจ รวมตัวกันก่อม็อบ ต่อมา สมาชิกแก๊งมาเฟียคนหนึ่งจู่ๆก็กลายเป็นของเหลวสีชมพูไป แล้วของเหลวสีชมพูนั้นก็ไปเปลี่ยนสมาชิกแก๊งมาเฟียคนอื่นเป็นของเหลวสีชมพู ตำรวจกลุ่มหนึ่งที่ตามสืบคดีแก๊งมาเฟียแก๊งมาเฟียตามหาร่องรอยทั้งหมดที่มีของแก๊งมาเฟียแก๊งนั้นแต่พบแต่เพียงเสื้อผ้าแต่ตัวคนไม่อยู่แล้ว กลางคืนวันหนึ่งขโมยคนหนึ่งขโมยของมาจากร้านขายของแล้วรีบหนีออกมาจากร้าน แล้วของเหลวสีชมพูก็โจมตีขโมยคนนั้นเปลี่ยนให้ขโมยคนนั้นกลายเป็นของเหลวสีชมพู นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งได้ระแคะระคายถึงของเหลวสีชมพูนั่น นักวิทยาศาสตร์คนนั้นไปบอกกับตำรวจคนหนึ่งที่เป็นเพื่อนของตน แต่ไม่ได้รับความสนใจ ต่อมาตำรวจได้เบาะแสแก๊งมาเฟียแก๊งหนึ่งในธนาคาร ตำรวจจึงเข้าไปตามหาแก๊งมาเฟียแก๊งนั้น(โดยตำรวจไปแบบนอกเครื่องแบบ) ตำรวจพบแก๊งมาเฟียแก๊งนั้นในธนาคารแห่งนั้น มีโจรกลุ่มหนึ่งมาปล้นธนาคารแห่งนั้นพอดี ตำรวจ,แก๊งมาเฟียแก๊งนั้น,โจรปล้นธนาคาร สู้กัน แล้วของเหลวสีชมพูก็มาโจมตีแก๊งมาเฟียแก๊งนั้นกับโจรปล้นธนาคารเปลี่ยนให้แก๊งมาเฟียแก๊งนั้นกับโจรปล้นธนาคารให้กลายเป็นของเหลวสีชมพู ทุกคนในที่นั้นล้วนแล้วแต่เห็นเหตุการณ์ทุกตัวคน ตำรวจได้ให้นักวิทยาศาสตร์คนนั้นอธิบายเรื่องของเหลวสีชมพู นักวิทยาศาสตร์คนนั้นแสดงเรื่องราวแก๊งสมาชิกมาเฟีย ขโมยที่ขโมยของจากร้านขายของ รวมไปถึงแก๊งมาเฟียและโจรในธนาคาร แสดงผลการทดลอง แสดงข้อมูลเกี่ยวกับของเหลวสีชมพูที่รวบรวมมาได้ และอธิบายว่าของเหลวสีชมพูนั้นเป็นสิ่งมีชีวิต มีแต่คนเห็นแก่ตัวเท่านั้นที่ถูกเปลี่ยนเป็นของเหลวสีชมพู ต่อมา ครูกลุ่มหนึ่งทำการทุจริต รับสินบน ทำโรงเรียนไร้คุณภาพ ไร้การจัดการ ยักยอกงบประมาณสำหรับโรงเรียน งบอาหารกลางวันนักเรียนถูกยักยอก ฉ้อราษฎร์บังหลวง ติดสินบน ใช้เส้น แต่งตั้งครอบครัวและญาติตัวเองให้เป็นครู อนาจาร,ข่มขู่,แบล็กเมล์,ข่มขืนนักเรียน แต่แล้วของเหลวสีชมพูก็โจมตีแล้วทำให้ครูกลุ่มนั้นเป็นขอฃเหลวสีชมพู นักเรียนรอดไปได้ จากนั้น ของเหลวสีชมพูก็ทำให้นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ตำรวจกลายเป็นของเหลวสีชมพูทั้งหมด ชาวบ้านรู้เรื่องก็ดูถูกซ้ำเติมสมน้ำหน้าเป็นการใหญ่ แล้วของเหลวสีชมพูก็โจมตีแล้วเปลี่ยนชาวบ้านทั้งหมดเป็นของเหลวสีชมพู (เหตุการณ์ตั้งแต่เหตุการณ์ของครูคนนั้นจนตอนจบ นักวิทยาศาสตร์คนนั้นไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จึงรอดไปได้) หลังหนังขึ้นคำว่า "จบ" มีฉากย้อนหลังแสดงความเห็นแก่ตัวของชาวบ้านที่มีพฤติกรรมเดียวกันกับนายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน อบต. แก๊งมาเฟีย ขโมย โจร ครู มีพฤติกรรมบาป7ประการ(บาป7ประการในศาสนาคริสต์=ราคะ,ตะกละ,โลภ,เกียจคร้าน,โทสะ,อิจฉา,อัตตา) แล้วเข้าend credit