บทหนังสัตว์ประหลาดเมฆ สัตว์ประหลาดฝน โคโลยูโดะ
ผู้เขียนบท: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์
ฉากต่อเนื่อง
ชายหนุ่มที่ชื่อเกมกำลังคุยกับผู้ชายชื่ออั้มผ่านทางโทรศัพท์ในห้องนั่งเล่นของตน
อั้ม(เสียงในโทรศัพท์)
"บ้านนายฝนตกไหมน่ะ?"
เกม
"ตก ตกหนักเลยด้วย"
อั้ม(เสียงในโทรศัพท์)
"เออ งั้นแค่นี้นะ"
เกม
"แล้วโทรมาทำไมฟะ!?"
หลังจากอั้มวางสายไปเกมก็เดินไปปิดไฟห้องนั่งเล่นเดินเข้าห้องนอนที่ไม่ได้เปิดไฟไว้ปิดประตูห้องนอนเก็บโทรศัพท์จากนั้นนอนลงบนที่นอนแล้วหลับไป
พอรุ่งเช้า โทรศัพท์ของเกมดังขึ้น เกมตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์
เกม
"ฮัลโหล"
พี่สาวของอั้ม(เสียงในโทรศัพท์)
"อั้มตายแล้ว"
เกม
"อะไรนะครับ!?!"
ฉากภายนอก: บ้านของอั้ม ตอนเช้า
เกมเดินมาถึงบ้านของอั้ม เห็นพี่สาวของอั้มเดินออกมา
เกม
"เขาตายตอนไหนน่ะ?"
พี่สาวของอั้ม
"พี่เจอศพเขาเมื่อเช้า ศพอยู่ในแอ่งน้ำมีเลือดด้วย ตำรวจรับศพไปชันสูตรแล้ว"
แล้วพี่สาวของอั้มก็พาเกมเดินไปที่แอ่งน้ำแอ่งหนึ่ง มีน้ำสีแดงปริมาณขนาดข้อนิ้วเดียวอยู่ในแอ่งนั้น
พี่สาวของอั้ม
"เขานอนคว่ำหน้าอยู่ในแอ่งนี้"
มีใบไม้ใบหนึ่งปลิวลงไปในแอ่งน้ำจุ่มลงในน้ำสีแดงแล้วใบไม้ใบนั้นก็เริ่มแห้งเหมือนถูกวางไว้บนเตาไฟแล้วก็จมลงไปในน้ำสีแดงจนใบไม้หายไปจากน้ำสีแดงทำให้เกมกับพี่สาวของอั้มตกใจกับภาพที่เห็น พี่สาวของอั้มกำลังใช้มือสัมผัสกับน้ำสีแดงเกมจับมือของพี่สาวของอั้มห้ามไว้ได้ทัน
เกม
"แตะไม่ได้ครับ"
เกมหยิบขวดน้ำดื่มออกมาเทน้ำออกจนหมดใช้ฝาขวดน้ำตักน้ำสีแดงเทใส่ลงในขวดน้ำแล้วปิดฝาไว้
เกม
"อย่าเข้าใกล้ อย่าเดิน อย่าแตะ อย่าเหยียบแอ่งน้ำนี้นะครับ อย่าไปยุ่งกับมันเลยดีกว่า"
แล้วเกมก็เดินจากพี่สาวของอั้มไป
ฉากต่อเนื่อง
ภายในห้องนั่งเล่น บ้านของเกม
เกมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก
เกม
"ฮัลโหล อยู่ไหม?"
"มาที่บ้านหน่อยได้ไหม?"
"เออๆ"
จากนั้นก็มีชายหนุ่มชื่อเวฟเดินเข้ามา เกมโชว์ขวดน้ำที่เก็บน้ำสีแดงไว้ให้เวฟดู
เกม
"อั้มตายในแอ่งน้ำ ฉันเก็บไอ้นี่ได้จากแอ่งน้ำที่อั้มตาย"
เวฟ
"เลือดอั้มเหรอ?"
เกม
"ไม่ใช่หรอก"
เกมเทน้ำสีแดงออกจากขวดลงในขันโลหะแล้วเกมก็หยิบใบไม้ใส่ลงไปในน้ำสีแดง ใบไม้เหี่ยวหมดทั้งใบแล้วจมลงไปในน้ำสีแดงแล้วใบไม้ก็หายไปจากน้ำสีแดง
เวฟ
"เริ่มเหมือนหนังสยองขวัญ"
เกม
"เออ เหมือน"
เวฟ
"ของจริงเหรอเนี่ย?"
เกม
"จริง"
เวฟ
"แล้วทำไมไม่ทำเรื่องนี้ที่แล็ปล่ะ?"
เกมเอียงคอมองหน้าเวฟ
เวฟ
"เออ ลืมไป แล็ปพวกเราโดนปิดไปแล้วนี่หว่า"
"มันคืออะไร?"
เกม
"ไม่ใช่เลือดอั้ม ไม่ใช่น้ำหวานใส่น้ำแข็งใสก็แล้วกัน ว่างค้างคืนสองสามคืนไหมล่ะ?"
เวฟ
"ค้างได้อยู่แล้ว ค้างนานกว่านั้นก็ได้ เดี๋ยวไปเอาของก่อน"
แล้วเวฟก็เดินออกจากห้องไป เกมเอาขันน้ำสีแดงไปแช่ในช่องฟรีซตู้เย็น แล้วเกมก็เดินไปเปิดทีวีดูไปเรื่อยๆ
[Dissolve]
เวฟเดินเข้ามาในห้องพร้อมกระเป๋าเป้หนึ่งใบและกระเป๋าถืออีกหนึ่งใบ
เกม
"มีห้องนอนว่างอยู่ห้องนึง เอาของไปไว้ในนั้นเลย"
แล้วเกมก็เดินพาเวฟไปห้องนอน วางกระเป๋าไว้ในนั้นแล้วเดินออกมาจากห้องนอน เกมเดินไปที่ตู้เย็นเวฟเดินตามเกมไป เกมเปิดช่องฟรีซเอาขันออกมา เวฟกับเกมมองดูน้ำสีแดงที่อยู่ในขัน
เกม
"เฮ้ย"
น้ำสีแดงในขันยังเป็นของเหลวมีเพียงสะเก็ดน้ำแข็งเกาะเท่านั้น
เวฟ
"เกม ฉันว่าเรื่องนี้เราซวยแล้วล่ะ"
เกม
"จำที่จอห์นนี่พูดได้ไหม?"
เวฟ
"เรื่องไหน?"
เกม
"ถ้าเราเจออะไรซักอย่างที่แปลก บิดเบี้ยว หรือว่าผิดธรรมชาติแล้วเราคิดไปเองว่าเป็นผี สิ่งเหนือธรรมชาติ สัตว์ประหลาด มนุษย์ต่างดาว แล้ววิ่งหนี แล้วเราจะไขความลับของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ยังไง เราจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นสิ่งลวงโลก กลับกัน เราจะแน่ใจได้ยังไงว่าเป็นเรื่องจริง"
เวฟ
"เอาจริงดิ"
เกม
"เอาจริง"
"จบประถมเราก็ไม่ได้เจอจอห์นนี่อีกเลย ถ้าจอห์นนี่ยังอยู่คงช่วยเราได้เยอะเลย"
เกมเอาขันใส่น้ำสีแดงไปวางไว้ที่โต๊ะ
เกม
"เอาล่ะนะ เวฟ เรามาทวนกัน"
"อั้มตายตอนเช้า พี่สาวอั้มบอกว่ามีเลือดด้วย แต่นี่ไม่ใช่เลือดอั้ม"
"อย่างที่สอง ใส่ใบไม้ลงไปแล้ว ใบไม้หาย หายไปไหน?"
"อย่างที่สาม แช่ช่องฟรีซแต่มันไม่เป็นน้ำแข็ง"
เวฟ
"อย่างหนึ่งคือเท่ากับว่าต่อให้ศูนย์องศาเซลเซียสมันก็ไม่เป็นน้ำแข็งเหมือนน้ำ จุดเยือกแข็งมันต้องติดลบร้อยขึ้นไปหรือเปล่า?"
เกม
"อันนี้ไม่แน่ใจ ใบไม้ล่ะ?"
เวฟ
"อันนี้ไม่รู้"
เกม
"เอาล่ะ ถ้ามันคือน้ำ มันก็ไม่ใช่น้ำแหละ แต่สมมุติ สมมุตินะ สมมุติว่าคือน้ำมันจะมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?"
เวฟ
"ตัดเรื่องจุดเยือกแข็งออกไปก็ เดือดที่ร้อยองศา ผสมกับของเหลวได้หลายชนิดแต่ผสมกับน้ำมันไม่ได้มันจะแบ่งชั้น ถ้าเป็นไอจะผสมกับอากาศได้สมบูรณ์ ทำหินผุได้อันที่จริงน้ำทำหินแตกได้เลย ถ้าเป็นฝนค่าph5.2ถึง5.8 แตกตัวเป็นไอออนให้ไฮดรอเนียม......เดี๋ยวนะ นี่เราอ่านหนังสือเคมีกันเหรอ? พูดยาวมากเลยเนี่ย"
เกม
"อย่าลืมเรื่องความจุความร้อน ความหนาแน่น ความดันไอ การนำไฟฟ้า ความเป็นขั้ว พันธะไฮโดรเจน การเกาะตัว การยึดเกาะ แรงตึงผิว การเป็นตัวทำละลาย แล้วก็ การดูดกลืนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าด้วย"
เวฟ
"แค่นี้ก็ต้องเปิดเฉลยข้อสอบเคมีแล้วนะ"
เกม
"เริ่มจากความจุความร้อนกันเลยไหม?"
เวฟ
"ฟังนะ เกม เราไม่มีอุปกรณ์"
เกม
"ใครว่าล่ะ เรามีพอเลยล่ะ"
เกมถือขันเข้าห้องครัว วางกระทะเปิดเตาแก๊สจุดไฟตั้งไฟอ่อนๆแล้วเทน้ำสีแดงจากขันลงกระทะ น้ำสีแดงกลายเป็นไอแดงเป็นบางส่วนในทันทีที่ลงกระทะ
เกม
"คุณพระ"
เวฟ
"เจ้าอาวาส"
เกม
"มุกแป้กว่ะเวฟ"
เกมปิดเตาไฟก่อนที่น้ำสีแดงจะกลายเป็นไอไปหมดได้ทันเหลือน้ำสีแดงเป็นหยดๆอยู่บนกระทะ
เวฟ
"จุดเดือดมันอยู่ต่ำกว่าร้อยองศา"
เกม
"อ่า"
"ไม่ใช่น้ำแน่ๆ"
เวฟ
"ถ้าเราโดนแกล้งแล้วหมันไส้ เอามันไปใส่ไว้ในเย็นตาโฟที่มันกินได้ไหม"
เกม
"ร้านก๊วยเตี๋ยวเรือได้เจ๊งทั้งกรุงเทพพอดี"
เวฟ
"โทษที พอดีคนนครหลวง"
เกม
"น้ำหนึ่งลูกบาศก์เซ็นมีความหนาแน่นเท่าไหร่"
เวฟ
"หนึ่งกรัม"
เกม
"ถูกต้อง"
เกมเดินไปเอากล่องทำน้ำแข็งสี่เหลี่ยมในตู้เย็นออกมา
เวฟ
"อันนี้ไม่น่าจะแค่หนึ่งลูกบาศก์เซ็นนะ"
เกม
"แล็ปโดนปิดก็งี้แหละ เอาตังค์ไปลงกับอะไรหมดก็ไม่รู้"
เกมเทน้ำสีแดงที่เหลืออยู่บนกระทะลงบนกล่องทำน้ำแข็งแล้วเอาตาชั่งมาชั่งกล่องทำน้ำแข็ง
เกม
"สี่กรัมลบด้วยสองกรัมเท่ากับไหร่"
เวฟ
"สอง ว่าไงนะ?"
เกม
"ใช่ สองกรัม"
เวฟ
"มันไม่ถึงหนึ่งลูกบาศก์เซ็นเลยด้วยซ้ำนะ"
เกม
"ไม่ใช่น้ำชัดเจน"
เกมเดินไปหยิบขวดแอลกอฮอล์แล้วเดินมาเทแอลกอฮอล์ลงไปในน้ำสีแดงที่อยู่ในกล่องทำน้ำแข็ง แอลกอฮอล์จมลงไปข้างล่างส่วนน้ำสีแดงลอยขึ้นเหนือพื้นผิวแอลกอฮอล์
เวฟ
"มันแบ่งชั้นกัน"
เกม
"มันผสมกับแอลกอฮอล์ไม่ได้"
เวฟ
"แอลกอฮอล์ล้างแผลใช่เอทานอลไหม?"
เกม
"อ่า เมทานอลใช้ไม่ได้"
เกมเทเฉพาะน้ำสีแดงออกจากกล่องลงไปในขันปล่อยให้แอลกอฮอล์อยู่แค่ในกล่องทำน้ำแข็ง จากนั้นเกมเดินไปเอาถ่านไฟฟ้าสองก้อนและสายไฟมา
เกม
"ยังจำวิธีทำวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายตอนป.2ได้ไหม?"
เวฟ
"จำได้"
จากนั้นเวฟใช้ถ่านไฟฟ้ากับสายไฟต่อเป็นวงจรไฟฟ้าแล้วใช้ส่วนปลายของสายไฟจุ่มลงไปในน้ำสีแดงแล้วเกมก็เดินไปเอาไขควงวัดไฟมาแตะน้ำสีแดงไขควงวัดไฟตรวจจับไฟฟ้าได้ แล้วน้ำสีแดงก็ค่อยๆระเหยเป็นไอสีแดงทีละน้อย เกมเอาสายไฟออกจากน้ำสีแดงแยกถ่านไฟฟ้ากับสายไฟออกจากกัน
เวฟ
"เห็นแบบนี้แล้วนึกถึงฉากจานเลือดในthe thingเลยว่ะ"
เกม
"เหมือนกัน"
เวฟ
"มันอิเล็กโทรไลต์ได้ใช่ไหม?"
เกม
"ไม่ใช่หรอก ไอที่เห็นไม่ใช่ออกซิเจนกับไฮโดรเจน เหมือนไอน้ำมากกว่า เหมือนมันจะโดนไฟช็อตได้ด้วย"
เวฟ
"นำไฟฟ้า?"
เกม
"น่าจะใช่"
เวฟ
"มีอยู่แค่นี้แล้วมันมาจากไหน?"
เกม
"ไม่ใช่จากศพอั้มแน่"
เวฟ
"อย่างน้อยก็มีพันธะไฮโดรเจน"
เกม
"สมมุติว่ามันเป็นขั้วเหมือนน้ำ"
เวฟ
"มันจะเกาะบนกระจก"
เวฟเดินไปเอาแผ่นกระจกมาวางบนโต๊ะ แล้วเวฟก็เทน้ำสีแดงจากขันลงบนกระจก น้ำสีแดงก่อตัวเป็นชั้นบางๆบนแผ่นกระจก
เวฟ
"มันยึดเกาะบนกระจกได้"
เวฟหยิบน้ำตาลเหยาะลงบนน้ำสีแดงในจำนวนที่น้อย น้ำตาลที่อยู่ในน้ำสีแดงไม่ละลาย เวฟหยิบเกลือเหยาะลงบนน้ำสีแดง เกลือไม่ละลายในน้ำสีแดงเช่นกัน เกมเทน้ำสีแดงบนกระจกใส่ลงในขันจากนั้นเทน้ำพืชปริมาณน้อยลงไปในขัน น้ำมันจมลงไปด้านล่าง น้ำสีแดงลอยขึ้นด้านบน เกมเดินไปหยิบกระดาษลิตมัสสีแดงกับสีน้ำเงินจุ่มลงไปในน้ำสีแดง กระดาษลิตมัสทั้งสองสีไม่เปลี่ยนสี จากนั้นเกมไปหยิบชามเซรามิกมาเทเฉพาะน้ำสีแดงออกมาจากขันลงไปในชามเซรามิกปล่อยให้น้ำมันพืชอยู่ในขันแล้วเกมก็เอาชามเซรามิกเข้าเตาไมโครเวฟตั้งเวลาไว้ที่สามสิบวินาที เกมกับเวฟดูอยู่หน้าเตาไมโครเวฟ น้ำสีแดงไม่ระเหยเป็นไอเลยตลอดสามสิบวินาทีที่อยู่ในเตาไมโครเวฟ
เกม
"ไมโครเวฟทำให้ร้อนเพราะ....."
เวฟ
"ทำให้โมเลกุลชนกัน"
เกม
"ไมโครเวฟทำให้น้ำร้อนได้เพราะ...."
เวฟ
"น้ำดูดซับไมโครเวฟ"
เกม/เวฟ
"มันไม่ดูดซับไมโครเวฟ"
เกม
"เอาล่ะ เหลืออย่างสุดท้ายที่จะลอง"
เกมเดินออกไปเอาเศษหินอ่อนขนาดเล็กๆเข้ามาหยิบชามเซรามิกออกมาจากเตาแล้วใส่เศษหินอ่อนลงไปในน้ำสีแดง
เกม
"น้ำทำหินแตกได้ใช่ไหม"
เวฟ
"อ่า"
เกม
"เราจะมาดูวันพรุ่งนี้ เหลืออีกห้านาทีก็เที่ยงแล้ว เราไปกินข้าวกันเถอะ"
เกมเอาชามเซรามิกวางไว้บนโต๊ะในห้องครัว
[Dissolve]
เวลากลางคืน เกมปิดไฟในห้องนั่งเล่น เดินเข้ามาปิดไฟในห้องครัว จากนั้นเกมกับเวฟก็แยกย้ายเข้าห้องนอนของตัวเอง
ในห้องครัว
มีจิ้งจกตัวหนึ่งตกลงไปในชามเซรามิกที่ใส่น้ำสีแดงไว้
[Dissolve]
ในห้องนอนของเกม เกมตื่นขึ้นมาเปิดประตูห้องนอนเดินเข้าห้องนั่งเล่นเห็นเวฟกินข้าวเหนียวหมูปิ้งอยู่
เกม
"ออกไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งข้างนอกมาเหรอ?"
เวฟ
"อืม เสียดายไม่มีปาท่องโก๋กับขนมครกเลย"
เกมเดินเข้าไปในห้องครัว เดินผ่านชามเซรามิกที่ใส่น้ำสีแดงไว้ในขณะที่กำลังจะเดินไปเกมก็หยุดชะงักเพราะสังเกตุเห็นสิ่งที่อยู่ในชาม มีหัวจิ้งจกขาดลำตัวของจิ้งจกหายไปและก้อนหินอ่อนนั้นก็เหลือขนาดแค่เม็ดทรายพร้อมด้วยน้ำสีแดงที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นจนเต็มก้นชาม
เกม
"ตายโหงแล้ว"
เกมออกจากห้องครัวแล้วกลับมาในห้องครัวพร้อมกับเวฟ
เวฟ
"มันทำหินแตกได้"
เกม
"ไม่เหมือนหินแตก เหมือนมันย่อยสลายหินกับจิ้งจกมากกว่า"
จากนั้นหัวจิ้งจกก็หายเข้าไปในน้ำสีแดงแล้วน้ำสีแดงก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นอีก
เกม
"ได้เวลาสรุปผลการทดลองแล้ว มันไม่แช่แข็งในอุณหภูมิช่องฟรีซ ระเหยไวกว่าน้ำ แสดงว่าจุดเดือดต่ำกว่าร้อย ถึงจะมีไม่ถึงหนึ่งลูกบาศก์เซ็นแต่มีมวลสองกรัม เท่ากับมันหนาแน่นกว่าน้ำ ใช้เป็นตัวทำละลายไม่ได้ ไม่ผสมกับน้ำมัน นำไฟฟ้า มีพันธะไฮโดรเจน มีขั้ว ไม่ดูดซับไมโครเวฟ เป็นกลาง"
เวฟ
"ลืมเรื่องแรงตึงผิวไปเรื่องนึง"
เวฟไปเอาคลิปหนีบกระดาษแล้วกลับมาหย่อนคลิปหนีบกระดาษลงไปในน้ำสีแดง คลิปหนีบกระดาษจมลงไปไม่ได้ลอยบนน้ำสีแดง
เวฟ
"มันไม่มีแรงตึงผิว แล้วน้ำสีแดงมันเพิ่มขึ้นมาเองได้ยังไง?"
เกม
"หินปูนเอาไปเผาได้แคลเซียมออกไซด์ แคลเซียมออกไซด์ผสมน้ำได้แคลเซียมไฮดรอกไซด์"
เวฟ
"หินใช้ทำเป็นน้ำสีแดงได้เหรอ?"
เกม
"อืม มันทำปฏิกิริยากับหินปูนทำให้ตัวมันเองเพิ่มขึ้น หินอ่อนก็เป็นหินแปรจากหินปูน"
"เอาล่ะ น้ำสีแดงมีคุณสมบัติอะไรบ้างที่ตรงกับน้ำ"
เวฟ
"แบ่งชั้นกับน้ำมัน นำไฟฟ้า มีพันธะไฮโดรเจน มีขั้ว"
เกม
"คุณสมบัติอะไรบ้างที่ไม่ตรงกับน้ำ"
เวฟ
"จุดเดือดต่ำกว่าร้อยองศา ไม่เยือกแข็ง หรือไม่ก็จุดเยือกแข็งติดลบหลายร้อย หนาแน่นกว่าน้ำ ไม่ผสมกับอย่างอื่น ไม่เป็นตัวทำละลาย ไม่ดูดซับไมโครเวฟ เป็นกลาง ไม่มีแรงตึงผิว"
เกม
"มีอีกอย่าง มันทำปฏิกิริยากับหินกับสิ่งมีชีวิต ได้ตัวมันเอง ทำให้มันเพิ่มขึ้น มีอะไรมีคุณสมบัติตามนี้บ้าง?"
เวฟ
"มันไม่ผสมกับน้ำมันเหมือนกับน้ำแถมมีขั้วมีพันธะไฮโดรเจนแล้วก็นำไฟฟ้าเหมือนน้ำ แต่มันผสมกับเมทานอลไม่ได้ไม่เป็นน้ำแข็งจุดเดือดต่ำกว่าร้อย ไม่ดูดซับคลื่นไมโครเวฟ มันไม่ใช่น้ำ ไม่ผสมกับน้ำมัน ไม่ติดไฟ ไม่ร้อนเพราะไมโครเวฟ มันก็ไม่ใช่น้ำมันอีก"
เกม
"และมันไม่ใช่กรดหรือด่าง มันไม่ใช่เบส มีอะไรทำปฏิกิริยากับหินปูนบ้าง?"
เวฟ
"กรดกับน้ำ"
เกม
"น้ำที่อิ่มตัวด้วยคาร์บอนไดออกไซด์"
เวฟ
"สลายเหรอ? สลายจิ้งจกกับหินปูนเหรอ?"
เกม
"มันเป็นตัวทำละลายไม่ได้ มันอิ่มตัวด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ได้มันน่าจะทำปฏิกิริยากับหินไม่ได้"
เวฟ
"แล้วเกิดอะไรขึ้นกับหิน?"
เกม
"ไม่รู้สิ อย่างที่บอกว่ามันเหมือนย่อยสลายหินได้มากกว่าทำให้หินแตก นอกจากน้ำแล้วอะไรทำปฏิกิริยากับอะไรอีกนะ?"
เวฟ
"กรดกับความร้อนทำให้ปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์"
เกม
"ตอนใส่หินลงไป หินไม่ได้ปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ กระดาษลิตมัสก็ไม่เปลี่ยนสี มันไม่ใช่กรดแล้วก็มันไม่ได้ร้อนด้วย"
เวฟ
"คุณสมบัติมันไม่ได้ตรงกับอะไรเลย"
เกม
"ใช่ มันไม่ได้ตรงกับอะไรเลย"
เวฟ
"มาจากอวกาศหรือเปล่า?"
เกม
"ไม่มีดาวตกลูกไหนตกใส่ไทย แค่มองเห็นได้เท่านั้น อยากรู้จัง อั้มตายเพราะอะไร?"
เสียงโทรศัพท์ของเกมดังขึ้น เกมรับโทรศัพท์
เกม
"ครับ"
"ครับ ขอบคุณมากครับ"
เกมกดวางสายโทรศัพท์
เกม
"พี่สาวอั้มโทรมาบอกว่า ตำรวจชันสูตรว่าอั้มตายเพราะสารเคมีอันตรายในปอด ไม่ใช่สารเคมีหรอก น้ำสีแดงนี่แหละที่ฆ่าอั้ม"
เวฟ
"เกม ถ้ามันฆ่าอั้มจริง เราต้องกำจัดมันทิ้งนะ"
เกม
"จัดให้ ก่อนอื่นขอไปกินข้าวก่อนนะ มีอะไรให้กินบ้างไหมเนี่ย?"
เวฟ
"ข้าวขาหมูสองกล่อง"
ฉากภายนอก: นอกบ้านของเกม ตอนสาย
เกมกับเวฟเดินออกมานอกบ้านในมือเกมถือชามเซรามิกกับขวดน้ำมันเบนซินกับถังโลหะขนาดเล็กหนึ่ง ส่วนเวฟถือไฟแช็คกับกระดาษหนังสือพิมพ์ไว้ในมือ เกมตั้งถังโลหะไว้บนพื้นดิน เทน้ำมันเบนซินจากขวดลงถังแล้วเทน้ำสีแดงจากชามเซรามิกลงไป เวฟฉีกกระดาษหนังสือพิมพ์จุดไฟแล้วหย่อนลงไปในถัง เมื่อไฟในถังลุกก็มีไอสีแดงพวยพุ่งออกมาจากภายในถัง แล้วไอสีแดงก็รวมตัวกันกลางอากาศจนดูเหมือนปุยเมฆขนาดเล็กสีแดง
เวฟ
"เฮ้ย เกม"
เกม
"อะไรเนี่ย?"
ปุยเมฆขนาดเล็กสีแดงลอยไปกลางอากาศในแนวนอน
เวฟ
"เฮ้ย เกม มันลอยไปบ้านอั้ม"
เกม
"ตายล่ะ รีบไปบ้านอั้มเถอะ"
ฉากภายนอก: นอกบ้านของอั้ม ตอนสาย
เกมกับเวฟวิ่งไปถึงบ้านอั้ม เห็นศพของพี่สาวของอั้มหัวของพี่สาวอั้มหายไปเหลือแต่ลำตัวและมีน้ำสีแดงเกาะอยู่ที่คอของศพ น้ำสีแดงกระจายจากคอของศพไหลเข้าไปในเสื้อของศพ น้ำสีแดงไหลบนแขนทั้งสองข้างไปจนถึงมือของศพ จากนั้นน้ำสีแดงก็ไหลมาถึงเท้าของศพ แล้วน้ำสีแดงก็ไหลจากศพเข้ามาหาเกมกับเวฟที่ยืนอยู่ต่อหน้า เกมกับเวฟเดินถอยหลังหนีไปเรื่อยๆ
เกม
"นี่แหละที่อั้มตาย"
เวฟ
"ว่ามันแปลกๆไหมวะเกม?"
เกม
"เออ แปลก"
เวฟ
"เอาไงดีวะ เกม?"
เกม
"ไม่รู้สิ เหมือนมันเพิ่มขึ้นด้วย"
เวฟ
"ตำรวจเขารู้เรื่องน้ำสีแดงไหม?"
เกม
"ไม่ พวกเขารู้แค่ว่ามีปฏิกิริยาเคมีแต่พวกเขาระบุสารไม่ได้"
เวฟฉีกกระดาษหนังสือพิมพ์จุดไฟแล้วเอากระดาษหนังสือพิมพ์ติดไฟจ่อไปที่น้ำสีแดง น้ำสีแดงกลายเป็นไอสีแดง เวฟใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ติดไฟจ่อน้ำสีแดงไปเรื่อยๆจนกลายเป็นไอสีแดงทั้งหมด แล้วไอสีแดงทั้งหมดก็รวมตัวกันกลางอากาศจนมีลักษณะเหมือนปุยเมฆอีกครั้งแล้วมันก็ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าจนหายลับไปจากสายตา
ฉากภายใน: ห้องนั่งเล่น บ้านของเกม
เกมกำลังคุยโทรศัพท์
เกม
"ที่บ้านฝนตกไหม?"
เวฟ(เสียงในโทรศัพท์)
"ไม่"
เกม
"มีน้ำสีแดงหรือว่าควันสีแดงนั่นไหม?"
เวฟ(เสียงในโทรศัพท์)
"ไม่มี ไม่รู้ว่ามันจะลอยออกนอกโลกได้หรือเปล่า สยองมากเลย"
เกม
"เอาเป็นว่าไม่มีควันสีแดงก็พอแล้ว กี่โมงแล้วเนี่ย?"
เวฟ(เสียงในโทรศัพท์)
"สามทุ่ม"
เกม
"งั้นแค่นี้ก่อนนะ"
เกมวางโทรศัพท์
ฉากภายใน: ห้องนอนของผู้หญิงชื่อน้ำผึ้ง
น้ำผึ้งนอนอยู่ในห้องนอนที่ปิดไฟและหน้าต่างถูกเปิดไว้ ปุยเมฆสีแดงขนาดเล็กลอยเข้ามาในห้องนอนจากทางหน้าต่างแล้วเกาะตรงลำตัวของน้ำผึ้งจากนั้นปุยเมฆสีแดงก็กลายเป็นน้ำสีแดง น้ำผึ้งรู้สึกตัวแล้วกรีดร้องลุกออกจากที่นอนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก
ฉากต่อเนื่อง
เกมมาถึงหน้าบ้านของน้ำผึ้งในเวลาเช้า
เสียงโทรศัพท์ของเกมดังขึ้น เกมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับ
เกม
"ฮัลโหล ตอนนี้อยู่บ้านน้ำผึ้ง น้ำผึ้งโทรมาหาเหมือนกัน"
เกมวางสายโทรศัพท์
เกมเดินเข้าไปในบ้านเดินในห้องนั่งเล่นที่มีโต๊ะแล้วแก้วใสวางอยู่บนโต๊ะนั้นแล้วเดินไปจนถึงห้องนอนของน้ำผึ้งเกมเปิดประตูห้องนอนของน้ำผึ้ง เห็นเพียงผมของน้ำผึ้งบนที่นอนและน้ำสีแดงบนพื้นห้อง
เกม
"ตายโหงแล้ว"
เกมเหลือบเห็นหน้าต่างห้องนอนที่เปิดทิ้งไว้แล้วเกมก็เดินไปเข้าห้องครัวก็เห็นน้ำสีแดงเกาะอยู่ที่เตา เกมหยิบปืนยิงไฟจุดเตาแก๊สแล้วน้ำสีแดงก็ระเหยเป็นไอสีแดงแล้วไอสีแดงก็ลอยออกนอกห้องครัว เกมรื้อของในห้องครัวจนเจอหนังสือพิมพ์หนึ่งปึก เกมหยิบหนังสือพิมพ์เท่าที่จะถือไว้ได้แล้ววิ่งออกนอกห้องครัวเห็นปุยเมฆสีแดงขนาดเล็กลอยอยู่กลางอากาศ เกมฉีกหนังสือพิมพ์จุดไฟแล้วใช้หนังสือพิมพ์จุดไฟทิ่มเข้าปุยเมฆสีแดงจนมันสลายไป แล้วเกมก็วิ่งเข้าไปในห้องนอนของน้ำผึ้งอีกครั้ง แต่ผมของน้ำผึ้งและน้ำสีแดงหายไปทั้งหมดแล้ว เกมหันหลังเดินออกจากห้องนอนเข้าไปในห้องนั่งเล่น เห็นน้ำสีแดงอยู่ในแก้วใสที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วน้ำสีแดงก็เพิ่มปริมาตรขึ้นจากก้นแก้วจนเต็มแก้ว
เกม
"เข้าใจแล้ว มันไม่ได้เพิ่มขึ้น มันเติบโตขึ้น"
ฉากภายนอก: นอกบ้านของเวฟ เวลาเช้า
โทรศัพท์เวฟดังขึ้น เวฟรับโทรศัพท์
เวฟ
"กำลังไปบ้านน้ำผึ้งพอดีเลย เกม พอดีพึ่งอาบน้ำเสร็จ"
เกม(เสียงในโทรศัพท์)
"ไม่ทันแล้วเวฟ ไม่ต้องมาบ้านน้ำผึ้งแล้ว ฉันน่ากำลังจะตายแล้ว น้ำผึ้งก็ตายแล้วเหมือนพี่สาวอั้มเลย น้ำสีแดงฆ่าอั้มจริงๆ แล้วรีบหนีไปให้ไกลจากที่นี่ ไม่ต้องมาช่วยทัน ฉันกำลังจะตายแล้ว รู้แล้วว่าน้ำสีแดงมันคืออะไร มันไม่ใช่สารเคมี ไม่ใช่สาร ไม่ใช่สสาร มันคือสิ่ง..."
โทรศัพท์ถูกตัดสายไป
เวฟ
"เกม! เกม!"
ฉากภายใน: ภายในบ้านของน้ำผึ้ง
เวฟเดินเข้ามาถึงในห้องนั่งเล่น เห็นเพียงเสื้อผ้าของเกมอยู่บนพื้นโล่งๆและไม่ได้เปื้อนอะไร โทรศัพท์ของเกมอยู่ข้างเสื้อผ้าของเกม เวฟเดินเข้าไปในห้องครัวไม่พบน้ำสีแดงเดินเข้าไปในห้องนอนไม่พบน้ำสีแดงเช่นกัน เวฟเดินเข้าไปในห้องน้ำเดินไปจนถึงโถส้วม น้ำสีแดงไหลมาจากทางด้านหลังเวฟแล้วไหลไปโดนเท้าของเวฟ เวฟสะดุดล้มลง น้ำสีแดงเริ่มมีเพิ่มมากขึ้นเวฟดิ้นทุรนทุรายลุกขึ้นวิ่งหนีจากน้ำสีแดง มีน้ำสีแดงหยดลงบนหัวของเวฟ ผมของเวฟเริ่มร่วงลงบนพื้น แล้วน้ำสีแดงก็เพิ่มมากขึ้นจนเต็มตัวเวฟแล้วเวฟก็ล้มลง
ฉากภายนอก: ภายนอกบ้านของน้ำผึ้ง ตอนเช้า
ตรงหน้าต่างห้องนอนของน้ำผึ้งมีไอสีแดงลอยออกมาขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วหายลับไป
ฉากภายนอก: หมู่บ้านบนภูเขา ตอนบ่าย
ฝนห่าใหญ่ได้ตกลงมาในเขตที่อยู่อาศัยของชนเผ่าปกาเกอะญอ หลังฝนหยุดตกเมฆฝนเหล่านั้นก็ลอยผ่านไปที่อื่น ทว่า ได้มี"เมฆสีแดง"กลุ่มใหญ่ลอยผ่านมา....
ฝนสีแดงได้ตกลงมาจากเมฆสีแดงกลุ่มนั้น น้ำสีแดงที่ตกลงบนพื้นมันค่อยคืบคลานเข้ารวมตัวกันกับหยดน้ำกลายเป็นผืนน้ำสีแดงขนาดใหญ่ค่อยๆคืบคลานเข้าไปดูดกลืนวัตถุสิ่งของผู้คนและสัตว์ในหมู่บ้านแห่งนั้น
ได้ยินเสียงหมาและแมวที่ส่งเสียงออกมาอย่างดัง
ชาวบ้านตัวประกอบ1
"ว๊าย!!!!"
ชาวบ้านตัวประกอบ2
"ช่วยด้วย!!!!"
ชาวบ้านตัวประกอบ3
"อ๊าก!!!!" เมื่อหมู่บ้านถูกดูดกลืนจนหมดสิ้นน้ำสีแดงก็ระเหยตัวเองกลายเป็นไอสีแดงขึ้นไปบนฟ้ารวมตัวกับเมฆสีแดงตามเดิม แล้วลอยหายไปจากท้องฟ้า
ฉากภายนอก: หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง กลางคืน
ได้มีฝนตกในตอนนั้น....
และเมื่อฝนหยุดตก เมฆสีแดงได้โจมตีที่นั่น มันดูดกลืนทุกอย่างในนั้นจนหมดสิ้นทั้งหมู่บ้าน
ฉากภายใน: บ้านของอัศวิน และ อลินดา
อัศวิน
"อลินดา เราไปเที่ยวอควาเรี่ยมกันมั๊ย"
อลินดา
"หนูไม่ใช่แฟนพี่นะ....."
อัศวิน
"เอ่อ....เดี๋ยวนะ..."
Continuous
ณ อควาเรียมในจังหวัดชลบุรี
อัศวินและอลินดาเดินผ่านอ่างดาวทะเลไป...
น้ำในอ่างดาวทะเลกลายเป็นน้ำสีแดง
เมื่อทั้งคู่เดินเข้าไปในอควาเรียมทุกคนในที่นั่นต่างก็แตกตื่นวิ่งหนีกันกระจัดกระจาย
อลินดา
"เขาหนีอะไรกันน่ะ" อัศวินเห็นดังนั้นจึงวิ่งไปข้างนอกกับอลินดาและภาพที่อยู่ต่อหน้าทั้งสองคนนั้นคือ ผืนน้ำสีแดงขนาดใหญ่กำลังดูดกลืนสิ่งก่อสร้างและผู้คนจำนวนหนึ่งถนนซีเมนต์,ตึกที่ก่อด้วยปูน,รูปปั้นคอนกรีต อัศวินและอลินดาตกใจกลัวเป็นอันมากจึงพากันไปหนีไปที่อื่นจนรอดพ้นผืนน้ำสีแดงมาได้
ฉากภายนอก: กรุงเทพ กลางวัน
เมฆสีแดงลอยอยู่เหนือจังหวัดกรุงเทพและฝนสีแดงก็ตกที่นั่นแล้วเข้ากลืนกินทุกสิ่งในนั้นเหล่าผู้คนและสัตว์แตกตื่นป็นอันมาก ถุงลอยปลิวว่อนไปทั่วฟ้า รถคว่ำชนกันเอง ผู้คนเหยียบกันตายบนผืนน้ำสีแดงที่หลั่งไหลอยู่บนพื้นผิวโลก ของใช้ของกินทุกสิ่งอยู่บนถนนสิ้น ตึกรามบ้านช่องสิ่งมีชีวิตนั้นถูกดูดกลืนไปเสียสิ้น ที่คลังแสงกองทัพอากาศประเทศไทย น้ำสีแดงได้กลืนเครื่องบินรบGrippenไปลำหนึ่ง แต่เครื่องบินลำนั้นเกิดระเบิดขึ้นน้ำสีแดงที่คลังแสงของกองทัพอากาศจึงระเหยกลายเป็นไอสีแดงขึ้นไปบนฟ้า ขณะเดียวกัน จากการโจมตีของน้ำสีแดงทำให้ปั๊มน้ำมันทุกแห่งเกิดระเบิดขึ้นทั่วทั้งกรุงเทพ น้ำสีแดงจึงระเหยกลายเป็นไอสีแดงรวมตัวกับเมฆสีแดงบนฟ้าแล้วลอยหายไป
นักข่าวในTV
"ครับ ตอนนี้เราอยู่ที่อนุสาวรีย์ชัยนะครับ เมฆและฝนสีแดงได้โจมตีที่นี่ อย่างที่เห็นนะครับข้างหลังผมท่านผู้ชมจะเห็นว่า อนุสาวรีย์ชัยได้หายไปแล้วนะครับ และบนพื้นจะพบกกับซากสิ่งมีชีวิตที่เสียชีวิตจากการโจมตีของน้ำสีแดง ตอนนี้พบยอดผู้เสียชีวิต3,058ราย และผู้บาดเจ็บ180,000ราย.......... .........."
ฉากภายใน: ที่ประชุมนักวิทยาศาสตร์
นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน
"เรื่องเมฆฝนสีแดงนั่น เป็นปรากฏการณ์ลึกลับทางธรรมชาติแบบหนึ่งที่วิทยาศาสตร์ยังไม่อาจอธิบายได้ ถ้าเราไขความลับเรื่องเมฆฝนสีแดงนี้ได้ก็จะไขปริศนาทางธรรมชาติที่ยังอธิบายไม่ได้ด้วยวิทยาศาตร์บนโลกนี้ได้"
นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น
"เมฆฝนสีแดงนั่น....อาจเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นบนโลก"
จอห์นนี่
"โทษนะครับ ผมไม่เห็นด้วย มันไม่ใช่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือเป็นเพราะสภาพอากาศแปรปรวนหรอกนะครับ ถ้าดูจากการกระทำของเมฆฝนสีแดงเราสามารถสรุปได้ทันทีว่ามันเป็น สิ่งมีชีวิต ครับ"
นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน
"เอ่อ ขอโทษนะครับ แต่....คุณมีหลักฐานอะไรครับ?"
จอห์นนี่
"เหตุการณ์ไงครับ เหตุการณ์คือหลักฐานชั้นยอด เรารู้ได้ทันทีว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต มันดูเป็นสิ่งมีชีวิตมากเกินไปซึ่งขัดกับลักษณะของสิ่งไม่มีชีวิตอย่างน้ำ"
นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย
"ถ้าอย่างนั้น ที่มันดูดกลืนกินทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวมันก็เพราะว่ามันเป็นสิ่งชีวิต....มันต้องการอาหาร....."
นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ
"แล้วเราจะแน่ใจได้ยังไงว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต.....?...."
จอห์นนี่
"เรื่องนั้นผมจะหาหลักฐานและข้อมูลมาให้ดูเองครับ ตอนนี้เวลา12นาฬิกาตรงแล้วครับ ต้องเลิกประชุมแล้วละครับ ถ้าต้องประชุมอีกเมื่อไหร่ผู้ดูแลการประชุมจะแจ้งไปให้ทุกท่านทราบนะครับ ขอบคุณครับ"
เมื่องานประชุมเลิก จอห์นนี่เตรียมตัวไปหมู่บ้านปกาเกอะญอแห่งหนึ่งในแถบทางภาคเหนือ
ฉากภายนอก: หมู่บ้านบนภูเขา ตอนบ่าย
จอห์นนี่ขับรถถึงหมู่บ้านปกาเกอะญอแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่เดียวกันกับที่ถูกเมฆฝนสีแดงโจมตีเป็นที่แรก สิ่งที่เขาเห็นก็คือทุกสิ่งในหมู่บ้านแห่งนี้ได้หายไปทั้งหมดเหลือเพียงบ้านที่พังไปแล้ว10หลังเท่านั้น
เขาถ่ายวีดีโอสภาพของหมู่บ้านแห่งนี้ไว้ เมื่อเขาเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งเขาเห็นน้ำสีแดงเกาะอยู่บนหม้อ เมื่อเขาจะถ่ายวีดีโอหยดน้ำสีแดงค่อยๆไหลมาหาเขา เขาหยิบมะเขือบนพื้นลูกหนึ่งมาวางไว้ข้างหน้าน้ำสีแดงนั้น น้ำสีแดงก็ดูดกลืนมะเขือเข้าไป แล้วมันก็ค่อยๆตรงมาหาเขา เขาจึงจุดไม้ขีดไฟที่ร่วงลงบนพื้นในบ้านหลังแล้วทิ้งใส่น้ำสีแดงนั้น น้ำสีแดงนั้นก็ค่อยระเหยกลายเป็นไอสีแดงอยู่บนพื้น จอห์นนี่เห็นดังนั้นก็ออกมาข้างนอก ไอสีแดงนั้นก็ลอยออกมาจากบ้านแล้วขึ้นฟ้าไป
จอห์นนี่กำลังจะเดินทางกลับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทว่าพอกำลังจะลงเขาเมฆฝนสีแดงได้ค่อยๆลอยเข้ามาโจมตีที่นั่นและอัศวินกับอลินดาก็อยู่ที่นั่นด้วย ทั้งคู่กำลังจะถูกเมฆฝนโจมตีจอห์นนี่ไปรับตัวทั้งคู่ไว้ได้ทันก่อนที่จะถูกเมฆฝนโจมตี
จอห์นนี่
"คุณมาเที่ยวใช่ไหมครับ หลบเข้าไปในป่าก่อนครับ จะหลบเมฆฝนสีแดงได้ง่ายกว่า" แล้วทั้งสามคนก็เข้าไปในป่า หลบหนีเมฆฝนสีแดงไปเรื่อยๆจนกระทั่งพ้นเมฆฝนสีแดงแล้ว
จอห์นนี่
"ผมขอตัวไปก่อนนะครับ"
อัศวิน/อลินดา
"ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ"
ฉากภายใน: ห้องพักของจอห์นนี่
จอห์นนี่เดินทางกลับมาถึง ผู้ดูแลการประชุมก็แจ้งเข้ามาว่า จะเริ่มการประชุมในวันพรุ่งนี้ เวลา15นาฬิกาตรง
ฉากภายใน: ที่ประชุมนักวิทยาศาสตร์
จอห์นนี่
"เอาละครับ ตอนนี้ผมมีหลักฐานและข้อมูลเพียงพอที่จะอธิบายได้ว่าเมฆฝนนั่นเป็นสิ่งมีชีวิตจริง" จอห์นนี่เปิดวีดีโอที่ตนบันทึกตั้งแต่สภาพหมู่บ้านที่เสียหายไปจนถึงน้ำสีแดงที่ยังตกค้างอยู่ระเหยกลายเป็นไอ
จอห์นนี่
"การโจมตีครั้งแรกของเมฆฝนสีแดงเกิดขึ้นที่หมู่บ้านของชนกลุ่มน้อยแห่งหนึ่ง ครั้งต่อมาที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ครั้งที่สามที่ชลบุรี น่าประหลาดที่การโจมตีทั้งสามครั้งนั้นได้ลงในเว็บไซต์ข่าวออนไลน์แต่กลับไม่มีใครแชร์ข่าวพวกนั้นเลย กลายเป็นข่าวที่ไม่ดังนักส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะลงในเว็บไซต์ที่ไม่ได้โด่งดังนักในขณะที่การโจมตีที่กรุงเทพกลับเป็นข่าวดังในทั่วโลก และแน่นอนว่าเมฆจะลอยกลับไปหาที่ๆมันเกิดขึ้นมาเองไม่ได้ แต่ในขณะที่ผมไปถ่ายวีดีโอนี้อยู่นั้น มันโจมตีที่นั่นด้วย"
เมื่อทุกคนได้ยินจอห์นนี่พูดดังนั้นต่างฝ่ายต่างก็มองตากัน....
จอห์นนี่
"หากดูจากแผนที่จะพบว่า มันโจมตีจากทางเหนือลงมาใต้ แล้วมันก็กลับจากทางใต้ขึ้นไปข้างบน ซึ่งดูไม่เหมือนกับว่ามันจะเป็นสิ่งไม่มีชีวิตแต่ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตมากกว่า นอกจากนี้ ในตอนท้ายของคลิปเมื่อมันโดนไฟมันก็มีปฏิกริยากลายเป็นไอ ซึ่งสิ่งไม่มีชีวิตโดยปกติแล้วมักจะไม่ตอบสนองต่อความร้อนหรือสิ่งเร้าทุกชนิด ในขณะที่สิ่งมีชีวิตมีปฏิกริยาตอบสนองต่อสิ่งเหล่านั้น เช่นพืชเมื่อมันได้รับแสงน้อยก็จะเอนเข้าหาแสงเพื่อให้ได้รับแสงให้มากที่สุด นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ยืนยันได้ว่ามันเป็น สิ่งมีชีวิต"
นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน
"แล้วถ้ามันเป็นเพียงแค่แก๊สหรือสสารอะไรบางอย่างขึ้นมาล่ะ?"
จอห์นนี่
"ถ้ามันเป็นเพียงแค่สสารหรือแก๊สจริงๆมันจะไม่เป็นเหมือนอย่างที่น้ำฝนสีแดงเป็น ในวีดีโอจะเห็นว่า มันค่อยๆออกมาจากนอกบ้านแล้วขึ้นไปบนฟ้าทั้งหมด ซึ่งแก๊ซหรือสสารอะไรก็ตามต่อให้ระเหยกลายเป็นไอก็ไม่อาจขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ทั้งหมดนะครับ อันที่จริงต้องพูดว่า ใช่ว่ามันจะขึ้นไปบนฟ้าอย่างฉับพลันจนสังเกตุเห็นได้ชัดแบบน้ำฝนสีแดงนะครับ"
นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย
"ถ้าอย่างนั้นมันก็เป็นสิ่งมีชีวิตจริงๆ"
นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น
"แล้วมีโอกาสที่มันจะเป็นสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวหรือเปล่าครับ"
จอห์นนี่
"มีครับ เพราะเราไม่เคยพบสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ที่มีลักษณะเป็นแก๊สหรือเป็นน้ำที่มีชีวิตมาก่อน"
นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ
"ถ้ามันมาจากต่างดาวจริงๆมันก็เป็นหลักฐานยืนยันว่ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง"
นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน
"ใช่แล้ว"
ทันใดนั้นโทรทัศน์ก็รายงานข่าวด่วนเกี่ยวกับเรื่องเมฆฝนสีแดง ผู้ดูแลการประชุมเข้ามาแจ้ง จอห์นนี่จึงเปิดโทรทัศน์
นักข่าวในTV
"ตอนนี้เมฆฝนสีแดงกำลังมาที่เกาะเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วค่ะ สถานีรถไฟอยุธยาได้ถูกเมฆฝนสีแดงทำลายไปแล้วค่ะ........."
นักวิทยาศาตร์ชาวอเมริกา
"ว่าไงนะ!!!?"
นักวิทยาศาสตร์ชาวบราซิล
"กำลังมาที่นี่เนี่ยนะ!?"
นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น
"เรารู้แค่ว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต แต่ไมรู้วิธีจัดการมันเนี่ยสิ"
จอห์นนี่
"วิธีจัดการ....."
"ขอข้อมูล ข่าว ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตอนที่เมฆฝนสีแดงโจมตีกรุงเทพหน่อยครับ ผมได้ยินมาว่าก่อนที่เมฆฝนสีแดงจะหายไปมันกลายเป็นไอ ผมต้องการรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น"
ผู้ดูแลการประชุมจึงเอาหนังสือพิมพ์หลายฉบับมาให้ และจอห์นนี่ก็อ่านข่าวเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเมฆฝนสีแดงจนครบทุกฉบับ
จอห์นนี่
"ผมรู้แล้ว"
นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น
"อะไรเหรอ?"
จอห์นนี่
"ก่อนที่น้ำสีแดงจะระเหยทั้งกรุงเทพ 10นาที เครื่องบินลำหนึ่งของกองทัพอากาศลำหนึ่งเกิดระเบิดขึ้นหลังจากนั้นน้ำสีแดงก็ระเหยกลายเป็นไอ 5นาทีหลังจากเครื่องบินลำนั้นระเบิด ปั๊มน้ำมันทุกแห่งทั่วกรุงเทพเกิดระเบิดขึ้นพร้อมกัน น้ำสีแดงก็ระเหยกลายเป็นไอสีแดงในทันที และวีดีโอที่ผมบันทึกได้มันก็ระเหยกลายเป็นไอเพราะไฟจากไม้ขีดไฟ"
นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย
"นั่นก็หมายความว่า มันแพ้ความร้อน"
จอห์นนี่
"ใช่แล้วครับ ถ้าเราให้ความร้อนให้กับมันเราต้องจัดการมันได้แน่"
นักข่าวในTV
"ท่านผู้ชมคะ ตอนนี้เมฆฝนสีแดงเข้าไปในเกาะเมืองแล้วค่ะ....."
นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกา
"บ้าเอ๊ย"
จอห์นนี่
"ทุกท่านครับ เราต้องรีบหนีออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุดแล้วละครับ"
ทุกคนจึงเตรียมตัวแล้วหนีออกจากเกาะเมืองพร้อมกัน
ฉากภายนอก: เกาะเมืองอยุธยา กลางวัน
แล้วฝนสีแดงก็ตกลงในที่แห่งนั้น มันดูดกลืนทุกอย่าง เมื่อผืนน้ำสีแดงเดินทางไปที่ใด ทุกสิ่งแถบนั้นก็ถูกดูดกลืน เหล่าผู้คนและสัตว์ต่างร้องเสียงโหยหวน จากนั้นผืนน้ำสีแดงก็ระเหยตัวเองกลายเป็นไอขึ้นไปบนฟ้า บนพื้นมี.... เลือดสีแดงสดนองท่วมพื้น โครงกระดูกและหัวกะโหลกที่ยังมีอวัยวะเหลือข้างใน ดวงตา กระเพาะอาหาร ตับ ลำไส้ฉีกขาดกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นถนนทุกหนแห่งเปี่ยมไปด้วยรอยเลือด
นักข่าวในTV
"นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้อพยพประชาชนและให้ทังสามเหล่าทัพเตรียมตัวต่อสู้กับเมฆฝนสีแดงและเรียกตัวทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการศึกษาเมฆฝนสีแดงทุกคนไป"
ฉากภายใน: ห้องของนายกรัฐมนตรี
เลขาของนายกรัฐมนตรี
"ทุกท่านครับ ท่านนายกรัฐมนตรี"
นายกรัฐมนตรี
"ที่ผมเรียกพวกคุณนักวิทยาศาสตร์จากทุกประเทศทั่วโลกมาพร้อมกันในวันนี้ คือ เนื่องจากเรื่องเมฆฝนสีแดงสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ผมอยากจะให้พวกคุณจัดการเรื่องนี้ให้ ก่อนอื่นนะครับ ผมอยากจะทราบข้อมูลเบื้องต้นของเมฆฝนสีแดงหน่อย"
จอห์นนี่
"ครับท่าน ท่านครับ เมฆฝนสีแดงนั่นเป็นสิ่งมีชีวิต เนื่องจากมันมีปฏิกริยาตอบสนองเหมือนกับพวกสิ่งมีชีวิตมากกว่าสิ่งไม่มีชีวิตมากกว่าน้ำหรือสสารทั่วไป การโจมตีครั้งแรกเกิดขึ้นที่ภาคเหนือ ครั้งที่สองที่ภาคกลาง ครั้งที่สามที่ภาคตะวันออก ครั้งที่สี่และครั้งที่ห้าคือภาคกลางและเหนืออีกครั้งค่อนข้างชัดเจนว่ามันคือสิ่งมีชีวิตแน่นอนเพราะมันมีความคิด และที่มันดูดกลืนทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวมันอาจเป็นไปได้ว่ามันต้องการอาหารครับ"
นายกรัฐมนตรี
"อืม ถ้างานพวกคุณต้องทำงานกับกระทรวงกลาโหมนะ เริ่มงานวันนี้ได้เลย"
นักวิทยาศาสตร์(ทุกคน)
"ครับ"
ฉากภายใน: ที่ประชุมกระทรวงกลาโหม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
"เมฆฝนสีแดงนั่นสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตเป็นอย่างมากอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น เราต้องเตรียมมาตรการรับมือกับเมฆฝนสีแดงโดยเร็วที่สุด ข้อมูลที่เรามีอยู่ในตอนนี้เห็นได้ชัดว่า เมฆฝนสีแดงแพ้ความร้อน แต่ว่าเราจะให้ความร้อนกับมันยังไง"
จอห์นนี่
"อันที่จริง เราสามารถใช้ระเบิดธรรมดาจัดการกับมันได้ เรื่องที่เราควรทำในตอนนี้คือการค้นหา ตำแหน่งของมันมากกว่านะครับ"
รองรัฐมนตรีกลาโหม
"แล้วเราจะหาตำแหน่งมันยังไงได้ล่ะ"
จอห์นนี่
"การพยากรณ์อากาศไงครับ เมฆฝนสีแดง
มีลักษณะเป็นเมฆฝน
บอกตำแหน่งของมันได้แน่นอน ในตอนนี้ที่เราต้องทำคือระบุตำแหน่งของมันแล้วค่อยคิดวิธีการจัดการกับมันต่อไปครับ"
นักข่าวพยากรณ์อากาศในTV
เมฆฝนสีแดง กำลังอยู่ที่ภูเขาหัวโล้นลูกหนึ่งในจังหวัดนครนายก
ฉากภายนอก: ภูเขาหัวโล้น ตอนเที่ยง
กองทัพบกมาถึงที่นี่
เมฆสีแดงก็ลอยลงมาบนพื้นดิน
ทหารตัวประกอบ
"อะไรวะนะ"
นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย
"ทำไมมันไม่ตกลงมาเป็นฝนก่อนล่ะ?"
จากนั้นกลุ่มเมฆสีแดงก็ค่อยเปลี่ยนรูปร่าง เป็นบ้านหลังหนึ่ง แล้วค่อยมีผู้คนวัวควายเพิ่มเข้ามาซึ่งตรงกับลักษณะของสิ่งที่มันดูดกลืนไปทั้งสิ้น
นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน
"นี่มันหมายความว่า.......เมฆสีแดงเปลี่ยนรูปร่างของตัวเองได้เหรอเนี่ย"
นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น
"แล้วถ้าอย่างนั้น ทำไมมันต้องดูดกลืนอย่างอื่นด้วย"
นักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น
"แล้วมันจะเปลี่ยนรูปร่างของตัวเองไปทำไมกัน"
จอห์นนี่
"หรือว่า...มีความเป็นไปได้ว่า มันต้องการมีรูปร่างที่แน่นอน.........?"
นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน
"รูปร่างที่แน่นอน?"
จอห์นนี่
"เมฆฝนสีแดง มีรูปร่างที่ไม่แน่นอน.....นั่นหมายความว่าบางที...มันอาจจะอยากได้รูปร่างที่แน่นอนเลยดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไป"
นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย
"ก็หมายความว่าที่มันทำไป เพราะอยากจะมีรูปร่างที่แน่นอนเป็นของตัวเอง?"
จอห์นนี่
"อาจใช่ ที่มันดูดกลืนทุกสิ่งเข้าไปก็เพื่อจะได้สร้างเป็นรูปร่างที่แน่นอนของตัวเอง"
ยังไม่ทันไร เมฆสีแดงที่เปลี่ยนรูปแล้วก็มุ่งหน้าตรงมาหาพวกเขา ทางกองทัพจึงตัดสินใจยิงใส่มัน เต็มกำลัง
ผู้บัญชาการทหาร
"ยิง!"
สิ้นเสียงคำสั่ง ปืนใหญ่ของรถถังก็ยิงใส่กระหน่ำไปอย่างไม่ขาดสาย ระเบิดใส่เมฆสีแดงกลุ่มนั้น เมฆสีแดงหายไปส่วนหนึ่ง แต่ที่เหลือก็ลอยขึ้นฟ้าไปก่อน แล้วลอยหายไป
ทหารตัวประกอบ
"ให้ตายสิวะ เราจัดการเจ้าเมฆฝนบ้านั่นบนท้องฟ้าไปเลยไม่ได้เลยหรือไง!?"
จอห์นนี่
"อาจได้"จอห์นนี่พูดตอบกลับ
"ถ้าเราเอาระเบิดติดไว้กับลูกโป่งให้มันลอยไปหาเมฆฝนสีแดง เราอาจจัดการมันบนท้องฟ้าได้"
ทางกองทัพจัดเตรียมระเบิดผูกไว้กับลูกโป่งแล้วใช้เชือกผูกระเบิดทุกลูกติดไว้กับเสาไม้ ที่ทุ่งรกร้างแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมพยากรณ์อากาศทำให้คาดเดาได้ว่าอีก 30นาทีเมฆฝนสีแดงจะมาถึงที่นั่น
15นาฬิกา 31นาที
เมฆฝนสีแดงมาถึงที่นั่น และลอยอยู่เหนือระเบิดที่ติดลูกโป่งไว้พอดี มือสไนเปอร์จึงยิงตัดเชือกทันที ระเบิดจึงลอยขึ้นไป และระเบิดขึ้น
เมฆสีแดงค่อยๆหายไปเรื่อยๆ ทว่า ทันใดนั้น เมฆสีแดงก็รวมตัวกันแล้วค่อยๆลอยเข้าไปโจมตีพวกเขา จึงต้องถอย
ทหารตัวประกอบ1
"ให้ตายสิ เกือบโดนมันฆ่าแล้ว"
ทหารตัวประกอบ2
"เจ้าเมฆเวรเอ๊ย จะฆ่ามนุษย์ให้หมดทุกคนเลยไงวะ!?"
จอห์นนี่
"สัตว์ประหลาดเมฆสัตว์ประหลาดฝนต่างหากล่ะครับ"
ทางกองทัพถอยไปยิงไปจนเมฆฝนสีแดงนั้นลอยกลับขึ้นฟ้าไปจนหมด
ทหารตัวประกอบ1
"เฮ้ย แล้วเราจะหนีไปไหนวะ?"
จอห์นนี่
"เมฆฝนสีแดงมันอยู่บนชั้นบรรยากาศจะลอยไปไหนมาไหนก็ได้ดังนั้นเรากลับไปเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเทพดีกว่าครับเราต้องเตรียมแผนใหม่"
ทั้งหมดจึงเดินทางกลับกรุงเทพ
ฉากภายใน: ที่ประชุม
รัฐมนตรีกลาโหม
"เจ้าเมฆนี่ฤทธิ์มันเยอะเกินแล้ว เราจะสู้มันได้ยังไง"
รองนายกรัฐมนตรี
"พวกเราก็ลองกันทุกวิถีทางแล้ว เจ้าเมฆฝนสีแดงมันร้ายมาก เรารู้ว่าจุดอ่อนของมันคือความร้อนแต่ทุกครั้งที่เราใช้ความร้อนโจมตีมันมันก็โจมตีเรากลับทันที ทำยังไงเราถึงจะกำจัดเมฆฝนสีแดงได้สิ้นซาก?"
จอห์นนี่
"ผมว่านะ เราต้องสะท้อนแสงอาทิตย์หรือแสงอะไรก็ได้ด้วยกระจกแล้วรวมลำแสงออกไปเผาเมฆฝนสีแดงนั้นให้ระเหยไปเลย"
รัฐมนตรีกลาโหม
"งั้นใช้วิธีนี้แล้วกัน เราต้องการกระจกสะท้อนแสงที่ใหญ่และมีมากพอที่จะเผาเมฆฝนสีแดงให้หมดได้ รีบทำกระจกสะท้อนแสงตอนนี้กันเลย"
การประชุมจบลงทุกคนออกจากที่ประชุมและการผลิดกระจกที่ใหญ่ที่สุดก็เริ่มต้นขึ้น ทุกคนก็แยกย้ายเข้าห้องพักแต่พวกช่างเทคนิคทั้งหมดนั้นไปทำกระจกสะท้อนแสงสำหรับจัดการเมฆฝนสีแดงนั้นอยู่
ฉากภายใน: ห้องพักของจอห์นนี่
จอห์นนี่อยู่ในห้องพักแล้วเขาก็เดินตรงไปหน้าต่างที่ปิดอยู่ เขาเห็นเมฆสีแดงอยู่บนท้องฟ้าและเห็นอัศวินกับอลินดาอยู่ที่ถนนจอห์นนี่เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งออกจากห้องพักไปหาอัศวินกับอลินดาทันที
อัศวิน
"นั่น คุณคือคนที่มาช่วยเราเมื่อตอนนั้นนี่"
จอห์นนี่
"ใช่ ผมสงสัยตั้งแต่ตอนไปภูเขานั่นแล้ว คุณไปทำอะไรที่นั่น? ไปที่นั่นยังไง? ที่นี่อีก คุณมาทำอะไรที่นี่?"
อลินดา
"ตอนเราไปที่อควาเรียมในชลบุรี เจ้าเมฆฝนสีแดงนั่นโจมตีเราที่นั่น เราเลยพยายามหนีแต่เจ้าน้ำสีแดงที่มาจากเมฆฝนสีแดงนั่นมันเกาะถนน ตึก ทุกที่เลย วิ่งไปซักพักมีถนนสายหนึ่งที่ไม่โดนน้ำสีแดงโจมตีเราเลยขึ้นรถประจำทางหนีไปเราไม่รู้จะไปไหนเราเลยเลือกไปที่ภูเขาลูกนั้นแต่เจ้าเมฆฝนสีแดงนั่นก็โจมตีเราที่นั่นอีกจนกระทั่งคุณมาช่วย มีคนๆหนึ่งขับรถมาเขาก็กำลังหนีเมฆฝนสีแดงนั่นเหมือนกันเราเลยติดรถเขามาตัดสินใจจะกลับบ้านแต่ที่บ้านของเรามีแอ่งน้ำสีแดงอยู่แล้วน้ำสีแดงในแอ่งนั่นก็ค่อยๆมาหาเรา เราก็ติดรถคนอื่นมาจนถึงตอนนี้แหละค่ะ"
จอห์นนี่
"โอเค เข้าใจล่ะ"
อลินดา
"เราขอพักห้องคุณได้ไหมคะ?"
จอห์นนี่
"ได้สิ"
อลินดา
"ว่าแต่คุณชื่ออะไรคะ?"
จอห์นนี่
"จอห์นนี่น่ะ"
แล้วจอห์นนี่ก็พาอัศวินกับอลินดาไปที่ห้องพัก ส่วนเมฆสีแดงนั้นทางกองทัพยิงดอกไม้ไฟขึ้นไปบนฟ้าจนเมฆสีแดงลอยกลับไปยังทิศทางเดิมที่มันลอยมา
อัศวิน
"เหตุการณ์เมฆฝนโจมตีนี่เหมือนธรรมชาติลงโทษเลยนะ"
จอห์นนี่
"ธรรมชาติลงโทษมนุษย์มาตั้งแต่หลายพันปีก่อนแล้ว"
อลินดา
"คุณจอห์นนี่คิดว่าเจ้าเมฆฝนสีแดงนี่คือการลงโทษจากธรรมชาติจริงหรือเปล่าคะ?"
จอห์นนี่
"ผมไม่รู้"
อลินดา
"ถ้ามนุษย์โดนเมฆฝนสีแดงทำลายมนุษย์จนหมดอาจจะดีต่อโลกนี้มากกว่าก็ได้ มนุษย์ทำลายธรรมชาติจนยากจะแก้ไข คนที่ออกมาพูดอย่างงั้นอย่างงี้โจมตีพวกทำลายธรรมชาติก็ไม่เคยแก้ไขอะไรเลยแถมยังทำลายธรรมชาติซะเองอีกต่างหาก มนุษย์สูญพันธ์ซะได้ก็ดีถึงปัญหาจะไม่หายไปแต่ก็ไร้ซึ่งสิ่งที่จะก่อปัญหาต่อ"
จอห์นนี่
"เชื่อสิ ว่าไอ้คนที่ว่าไอ้คนที่พูดต่างๆนาๆนั่นน่ะก็คือตัวการที่คอยทำลายธรรมชาติล่ะ คิดจะแก้ไขหรือเปล่า? ก็ไม่"
อลินดา
"คุณจอห์นนี่คะ คิดว่าการทำลายเมฆฝนสีแดงคือเรื่องดีแล้วเหรอคะ?"
อัศวิน
"เราโดนเมฆฝนสีแดงนั่นโจมตีมานะ"
อลินดา
"โธ่ พี่ก็ กองทัพโจมตีเมฆฝนสีแดงนี่ทีไรมันก็โต้กลับได้ทุกที หนูว่าถึงคราวที่ธรรมชาติอยากให้มนุษย์สูญพันธ์แล้วล่ะ"
จอห์นนี่
"ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าสิ่งที่ผมทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือเปล่า?""มนุษย์ต่อสู้กับธรรมชาติหลายพันปีก่อนแล้ว""ผมอยากรู้ว่า ทำยังไงมนุษย์กับธรรมชาติถึงจะเลิกสู้กันมากกว่า"
อลินดา
"เป็นคำถามที่หาคำตอบยากจริงๆนะคะ"
ทางกองทัพสามารถผลิตกระจกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง1เมตรจำนวน20ชิ้นได้สำเร็จแล้วเตรียมพร้อมติดขาตั้งให้กับกระจกทุกอันปิดผ้าคลุมเอาไว้ก่อน
ฉากภายใน: ห้องพักของจอห์นนี่
โทรศัพท์ของจอห์นนี่ดังขึ้น จอห์นนี่ก็รับโทรศัพท์
จอห์นนี่
"ครับ เข้าใจแล้วครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ"
อัศวิน/อลินดา
"เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ/คะ?"
จอห์นนี่
"ทางกองทัพทำกระจกขนาดใหญ่พิเศษสำหรับรวมแสงจัดการเมฆฝนสีแดงเสร็จแล้วน่ะ"
อลินดา
"ไปด้วยได้ไหมคะ?
อัศวิน
"โธ่เอ๊ย อลินดา"
อลินดา
"โธ่เอ๊ย พี่ก็ เราเผชิญเจ้าเมฆฝนสีแดงนี่กี่รอบแล้ว หนูเองก็เริ่มท้อ เจ้าเมฆฝนสีแดงนี่มันไปได้ทุกที่ หนูไม่รู้หรอกนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ยิ่งเจอเจ้าเมฆฝนสีแดงนี่เท่าไหร่หนูก็รู้สึกว่าเรากำลังหนีธรรมชาติอยู่ เรากำลังสู้ธรรมชาติ นั่นมันเหมือนเราหนีตัวเองอยู่ นั่นมันเหมือนเราทำร้ายตัวเองอยู่ เพราะเราเองก็คือธรรมชาติ"
จอห์นนี่
"นั่นสินะ เราสู้กับธรรมชาติมาโดยตลอดแต่ไม่มีใครตระหนักเลยซักคนต่อให้ตระหนักก็ไม่คิดจะแก้ไขอะไร"
Continuous
แล้วจอห์นนี่ก็ไปยังที่ทำการกระทรวงกลาโหมเพราะกองทัพตัดสินใจเอากระจกใหญ่พิเศษไปไว้ที่นั่นอลินดาก็ตามจอห์นนี่ไปอัศวินจึงตามน้องสาวของเขาไปด้วย
จอห์นนี่ อลินดา อัศวินไปถึงที่ทำการกระทรวงกลาโหมก็เป็นตอนที่ทุกคนในที่ประชุมกำลังรอฟังข้อมูลการเคลื่อนไหวของเมฆฝนสีแดงจากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุวิทยาอยู่พอดี
ผู้บัญชาการทหาร
"เราได้ตำแหน่งมันแล้ว มันก็กำลังมาที่กรุงเทพนี่แหละ อีก1ชั่วโมง มันก็จะมาถึงสะพานพระราม8แล้ว รีบไปที่นั่นกันเถอะ ตอนนี้ถนนไร้รถพอดีเลยด้วย"
แล้วทางกองทัพก็ยกทัพไปสะพานพระราม8ทันทีพร้อมทั้งนักวิทยาศาสตร์ที่มาสืบสวนเรื่องเมฆฝนสีแดงรวมทั้งจอห์นนี่อัศวินอลินดาก็ไปที่นั่นด้วย เมื่อไปถึงแล้วตอนนั้นท้องฟ้ายังไร้ซึ่งเมฆสีแดงอยู่แล้วเมฆสีแดงก็ลอยมาจากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพมา
ผู้บัญชาการทหาร
"เปิดผ้าคลุมออก"สิ้นคำสั่งนายทหารก็เปิดผ้าคลุมกระจกทุกอันออกแล้วรวมลำแสงไปยังจุดเดียวกันที่เมฆฝนสีแดงจุดที่ลำแสงไปโดนเมฆสีแดงนั้น เมฆสีแดงก็ค่อยหายไปอย่างไร้ร่องรอยทันใดนั้นก็มีฝนสีแดงตกลงมาจากเมฆสีแดง
ทหารตัวประกอบ1
"แย่ล่ะ มันกำลังกลายเป็นฝน"
ผู้บัญชาการทหาร
"มันกำลังโจมตีเมืองที่ฝั่งนั้นแบ่งกำลังเป็นสองกองอีกกองไปทำลายเจ้าน้ำสีแดงที่ฝั่งนั้น อีกกองทำลายเมฆสีแดงจากฝั่งนี้"
กองทัพก็แบ่งออกเป็นสองกอง กองหนึ่งมุ่งหน้าจากสะพานเข้าไปในเมืองแล้วทำการรวมลำแสงทำลายน้ำสีแดงของอีกฝั่งนั้นจนน้ำสีแดงนั้นระเหยกลายเป็นไอไปรวมกับเมฆสีแดงบนท้องฟ้า
อลินดา
"เราจะกำจัดเมฆฝนสีแดงจริงใช่ใหมคะ?"
จอห์นนี่
"ใช่"
อลินดา
"นี่คือการกระทำที่ดีที่สุดแล้วจริงๆเหรอคะ?"
จอห์นนี่
"ผมก็อยากแน่ใจเหมือนกัน"
อัศวิน
"อลินดา เธอคิดจริงเหรอว่าเมฆฝนสีแดงเป็นบทลงโทษจากธรรมชาติ?
อลินดา
"คิดว่างั้นแหละค่ะ"
อลินดา
"การที่มนุษย์เอาชนะธรรมชาติเนี่ยมันดีแล้วเหรอคะ?"
จอห์นนี่
"นั่นสินะ""เราทิ้งขยะลงทะเล เราทิ้งขยะเกลื่อนกลาดไปทั่ว เราทำลายชั้นบรรยากาศ เราทำลายชั้นโอโซน เราปล่อยแก๊สพิษไว้ในอากาศเพื่อให้พวกเราหายใจเอาแก๊สพิษพวกนั้นเข้าไปเอง แต่ไมีใครสนใจ ไม่มีใครแก้ไขอะไรเลย"
อีกฝั่งนั้นน้ำสีแดงถูกลำแสงยิงจนระเหยกลับไปรวมกับเมฆสีแดงจนหมดส่วนเมฆสีแดงก็ถูกลำแสงไปเรื่อยๆจนกระทั่งเมฆสีแดงนั้นหายไปจนหมดสิ้นจากท้องฟ้า
อลินดา
"การทำลายเมฆฝนสีแดงเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วเหรอคะ? มันเหมือนกัมันเหมือนกับว่าเราพยายามเอาชนะธรรมชาติเลย"
จอห์นนี่
"ใช่ มันเหมือนเราพยายามเอาชนะธรรมชาติ แต่ผมไม่รู้ว่ามันถูกต้องเปล่า ไม่รู้จริงๆ"
จบ