บทหนัง On the Country
ผู้เขียนบท: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์
ฉากภายใน: ห้องทำงานโล่งๆ
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"ต้องอยู่ในศาลอีกนานแค่ไหน"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่2)
"เอาจนดึกเลยแล้วกัน"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"ฝากเอาโน๊ตบุ๊คเข้าไปด้วย"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่2)
"เออ"
ฉากภายนอก: ที่จอดรถ 1ทุ่ม
ชายวัย60ในชุดสูททั้ง2คนเดินเข้ามาในที่จอดรถ
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"ยุงกัด"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่2)
"มึงกลับมาเป็นต่อแล้ว พรุ่งนี้มึงทำข่าวลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านเลย"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"เออ ได้"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่2)
"แล้วไอ้คนที่ฟ้องศาลให้มึงลงจากตำแหน่ง มึงเอาไงต่อวะ จะทำไงต่อให้เลิกราวีซักที กูขี้เกียจเข้าศาลไปดูรูปโป๊ แล้วค่อยออกมาตอนศาลทำข่าวยกฟ้องมึงแล้วว่ะ"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"กูจะยิงทิ้ง"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่2)
"มึงน่าจะยิงตั้งนานแล้ว พรุ่งนี้จะไปทะเลกันไหม"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"เออ"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่2)
"เป็นนักการเมืองนี่มันดีจริงๆ เอาเงินที่ชาวบ้านให้หน่วยงานมาใช้ได้เลย"
"น้ำท่วม เราไปเอาภาษีจากพวกนั้นแล้วย้ายไปที่อื่นกันไหม"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"ไว้วันพรุ่งนี้ตอนกลับจากเที่ยวทะเลแล้วกัน"
ชายวัย60ในชุดสูททั้ง2คนขึ้นรถแล้วขับรถออกไป
ฉากภายนอก: กระท่อมกลางป่า กลางวัน
ชายในชุดพรางใช้ปืนสไนเปอร์ติดที่เก็บเสียงยิงที่หญิงสาววัย15ปีที่เดินออกมาจากกระท่อม
ฉากภายนอก: ชายหาด กลางวัน
มีชายวัยประมาณ50~60ในชุดสูทจำนวน4คนกำลังนั่งกินอาหารอยู่ที่โต๊ะชายหาด มีเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น ชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"แกนนำมันตายตายแล้ว"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่2)
"ดีเลย ทีนี้เราก็ไม่ต้องพิมพ์หมายศาลจับมันเข้าคุก ไม่ต้องทำข่าวด้วยว่าเราเอาแม่งขึ้นศาลแล้วศาลตัดสินเข้าคุก"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่3)
"ตัดไฟแต่ต้นลม"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"มันนับภาษีถึงไหนแล้วเนี่ย"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่4)
"มันนับที่ไหนเล่า"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"เดี๋ยวกูโทรบอกมันเอาภาษีให้กูก่อน กูจะซื้อของเข้าบ้าน"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่4)
"บ้านหลังไหนวะ"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"บ้านที่แม่ฮ่องสอนไง น้ำท่วมกูก็อยู่แม่ฮ่องสอนนี่แหละ"
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)หยิบโทรศัพท์แล้วโทรออก
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"ฮัลโหล เออ เออ ช่วยเอาเงินภาษีมาให้กูที เงินภาษี เงินภาษีน่ะ เออ นั่นแหละ เอามาให้กูที่ทะเลเลย เออ นั่นแหละ ทะเลนั้นแหละ กูอยู่ที่ทะเลนั้นแหละ เออๆ"
เวลาเปลี่ยนจากตอนเที่ยงไปเป็นตอนเย็น มีคนหนุ่มในชุดสูทเดินเข้ามากระซิบที่หูชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"เฮ้ย มาแล้วโว้ย ไปเอากัน"
ชายวัย60ในชุดสูททั้ง4คนเดินตามหนุ่มในชุดสูทคนนั้นไป
ฉากภายนอก: ที่จอดรถ ตอนเย็น
ชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)ปิดกระโปรงหลังรถ หนุ่มในชุดสูทขึ้นรถคันนั้นแล้วขับออกไป ชายวัย60คนที่1คนที่2คนที่3คนที่4แยกย้ายไปขึ้นรถของตัวเองแล้วขับออกไป
ฉากภายใน: รถ
ชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก
ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"ฮัลโหล พรุ่งนี้พ่อจะกลับนะ น่าจะตอนเช้า หนูอยู่ใช่ไหม"
"พรุ่งนี้เดี๋ยวพ่อไปหา"
"เออๆ"
"ปัดโธ่โว้ย บอกไม่ฟัง พูดไม่รู้จักจำ พูดจนปากเปียกปากแฉะแล้ว จะไปทำอะไรได้ จะไปทำงานได้ แค่นี้ยังทำไม่ได้ จะไปทำงาน"
ชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)วางสายโทรศัพท์แล้วโยนโทรศัพท์ในรถ
Continuous
หญิงสาววัย23ปีผิวขาว ตาเล็ก กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ภายในห้องครัว
สาวตาเล็ก
"ตั้งแต่ไอ้พวกเวรนี่บริหาร ร้านทองกูเจ๊งไปแล้วล่ะ"
"เออดิ"
"มึง ค่าไฟกูล่อไปสี่พันสาม เดือนเดียวเนี่ย ค่าน้ำอีกสามพัน กูมีตังอยู่แค่20เนี่ย วันนี้มาม่าเหลือสองซองสุดท้าย เออ ร้านอาหารกูก็เพิ่งเจ๊งไป ตอนนี้กูทำงานรับจ้างอยู่เนี่ย ร้อยเดียว เออ พรุ่งนี้กูต้องไปตัดหญ้าที่สวนเนี่ย ไอ้เชี่ย กูต้องเสียภาษีไปกี่บาทมึงรู้ไหม เก้าล้านเลยนะโว้ย จะสิบล้านอยู่แล้วเนี่ย โอ๊ย มึง มึง บ้านกูน้ำท่วมมิดหัวเลยเนี่ย กูย้ายของมาอยู่ชั้นสามเนี่ย ฉิบหาย ตายไปซะได้ก็ดี"
สาวตาเล็กวางสายโทรศัพท์เดินเข้าห้องนอนโยนโทรศัพท์ลงบนเตียง เดินไปที่ปฏิทิน ใช้ปากกาดำเขียนลงบนวันที่13ของปฏิทินว่า"ไปหาจอห์นนี่ที่บ้านไม่ได้"
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์บนเตียงดังขึ้น สาวตาเล็กรับสายโทรศัพท์
สาวตาเล็ก
"ไอ้เหี้ย!!!!!!!!!"
"มึงไม่ต้องมาคุยกับกู!!!!!!"
"กูบอกมึงไปกี่รอบแล้ว!!!!!!"
"อีเหี้ย!!!!!!"
"อะไร!!!!!!!!"
"เออ!!!!!!!!!!"
"เวลากูจะใช้!!!!!!! มึงก็ขึ้นไปบนบ้าน!!!!!! เป็นเหี้ยอะไร!!!!!!!!"
"โอ้โห ทั้งกลุ่มมีแต่พวกเบียว เผลอๆจะถึงขั้นวี๊บ"
"ปวดหัว ปวดหัว"
Continuous:
ตอนสาย
รถของชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)ขับเข้าสู่ถนนหินลูกรังแล้วรถนั้นก็พุ่งเขาไปในป่าข้างทางอย่างกะทันหัน ชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)เปิดประตูลงจากรถ พยายามวิ่งกลับเข้าถนนลูกรังแต่มีงูพุ่งเข้ามาหาเขา เขาล้มลงไปพร้อมกับงู
ฉากภายนอก: ภายในป่า ตอนสาย
มีชายในเสื้อดำเดินอยู่ในป่า แล้วพบศพของชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)นอนหงายมีไม้แหลมแทงทะลุหน้าอกและท่อนซุงทับและมีหินแหลมทะลุหน้าผากออกมา ชายในเสื้อดำเดินไปตามทางเดิมที่ตัวเขาเองเดินเข้ามา
ฉากภายนอก: ที่คูน้ำเน่าเล็กๆในพื้นที่ร้าง ตอนเที่ยง
ชายในเสื้อดำเดินมาที่คูน้ำ เห็นศพชายวัย60ในชุดสูท(คนที่2)นอนลอยคว่ำหน้าอยู่ในน้ำเน่า
ฉากภายนอก: บ้านร้าง ตอนเย็น
ชายในเสื้อดำเดินเข้าไปดูศพชายวัย60ในชุดสูท(คนที่3)นอนคว่ำหน้าทับเลือดที่พื้นบนทางเดินเข้าบ้านร้าง
ฉากภายนอก: ที่ทิ้งขยะ ตอนค่ำ
ชายในเสื้อดำเดินมาเจอศพของชายวัย60ในชุดสูท(คนที่3)ในสภาพเห็นเพียงร่างกายท่อนบน เปลือยเปล่า ถูกฝังอยู่ในกองขยะ ปากอมถุงขยะขนาดพอดีปากไว้ ชายในเสื้อดำหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา มีเสียงชัตเตอร์ดังขึ้น(แต่ไม่มีแสงแฟลช) ใช้นิ้วมือจิ้มโทรศัพท์มือถือเป็นเวลา5นาที
ฉากภายใน: ห้องนั่งเล่นรกๆ
เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือดังขึ้นจากพื้น ชายวัย23ปีหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ใช้นิ้วจิ้มโทรศัพท์มือถือเป็นเวลา1นาที
ฉากภายนอก: ที่ทิ้งขยะ ตอนค่ำ
โทรศัพท์มือถือในมือชายในเสื้อดำนั้นมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น ชายในเสื้อดำเก็บโทรศัพท์แล้วเดินออกไป
ฉากภายใน: ห้องนั่งเล่นรกๆ
ชายวัย23ปีเดินไปเอาสมุดกับปากกามา แล้วหมื่นก็เปิดสมุดใช้ปากกาวาดรูปคนสี่คนในสภาพเดียวกับศพของชายวัย60ในชุดสูททั้ง4คนนั้นเขียน✓ขนาดใหญ่เอาไว้ที่ขอบกระดาษด้านขวา แล้วเขียนที่หัวกระดาษว่า4→all dead จากนั้นเขียนลงมาอีกบรรทัดว่าtrap activated แล้วลงไปเขียนที่ส่วนล่างของหน้ากระดาษไว้สามบรรทัดว่า
Mission Complete
แผนอื่นยังมีความเป็นไปได้ที่ต้องใช้
ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเราชนะ
ฉากภายนอก: ถนนรกร้างแห่งหนึ่ง ตอนเช้า
รถของหนุ่มในชุดสูท(คนที่เอาภาษีมาให้ชายวัย60ทั้ง4คน)กำลังขับออกมาบนถนนแล้วรถก็พุ่งลงข้างทางกะทันหัน
ชายในเสื้อดำเดินเข้าถนนรกร้างนั้นแล้วเดินลงข้างทางที่รถพุ่งลงไป เห็นรถถูกเปิดประตูอยู่ข้างหนึ่งและศพของหนุ่มในชุดสูท(คนที่เอาภาษีไปให้ชายวัย60ทั้ง4คน)นอนคว่ำหน้าอยู่บนดินข้างประตูรถที่ถูกเปิดออกอยู่นั้น และมีมีดแทงทะลุศพออกมาจากคอ
Continuous
ชายวัย23ปี(คนเดียวกับคนที่เขียนสมุด)กำลังแปรงฟันอยู่ในห้องน้ำของตน แปรงฟันเสร็จแล้วออกจากห้องน้ำไปยังห้องนั่งเล่น นั่งลงกับพื้น เสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์มือถือบนพื้นดังขึ้น ชายวัย23ปีคนนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ใช้นิ้วจิ้มโทรศัพท์มือถือเป็นเวลา5นาที
ชายวัย23ปีคนนั้นเดินไปหยิบสมุดกับปากกามา เปิดสมุดเขียนลงบนหน้ากระดาษว่า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น