วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565

บทหนัง: unfavorable semicircle

 บทหนัง: Unfavorable Semicircle

ผู้เขียนบท: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

ฉากภายใน: ห้องนั่งเล่นของชายหนุ่มชื่อ เวฟ
เวฟกำลังดูยูทูปอยู่บนโน๊ตบุ๊ค มีวิดีโอหนึ่งรูปปกวิดีโอเป็นภาพพื้นหลังสีฟ้าและชื่อประกอบด้วยสัญลักษณ์ราศีธนูกับตัวเลขหกหลักปรากฏขึ้นที่หน้าจอ เวฟคลิกวิดีโอนั้น วิดีโอแสดงภาพพื้นหลังสีฟ้า ต่อจานั้นมีพินั้นมีพิกเซลจุดสีขาววิ่งจากขอบด้านซ้ายไปด้านขวาแล้ววิดีโอก็จบลง เวฟมองไปที่ชื่อช่อง ช่องมีชื่อว่า ricelcesim arelbafovnu เวฟคลิกเข้าไปที่ชื่อช่อง ในช่องเต็มไปด้วยวิดีโอภาพนามธรรมแบบพิกเซลเต็มทั้งช่อง ทุกวิดีโอชื่อประกอบด้วยสัญลักษณ์ราศีธนู สัญลักษณ์ หรือไม่ก็ตัวเลขหกหลัก เวฟคลิกเข้าไปที่วิดีโอแรก วิดีโอนั้นแสดงเส้นก้นหอยสีขาวบนพื้นหลังสีดำหมุนวนลงไปที่พื้นหลังของวิดีโออย่างไร้ที่สิ้นสุดในความยาวเพียงไม่กี่วินาทีแล้ววิดีโอก็จบลง จากนั้น เวฟย้อนกลับไปที่ช่องคลิกไปที่วิดีโอที่สอง วิดีโอที่สองแสดงภาพเส้นก้นหอยสีขาวบนพื้นหลังสีน้ำเงินขยายขนาดขึ้นจากศูนย์กลางของพื้นหลังขึ้นมาด้านหน้า เวฟย้อนกลับที่ช่องคลิกวิดีโอที่สามเป็นจุดพิกเซลสีขาวสามจุดบนพื้นหลังสีน้ำตาลวิ่งจากด้านซ้ายไปด้านขวา เวฟย้อนกลับที่ช่องคลิกวิดีโอที่สี่เป็นจุดพิกเซลสี่จุดสีขาวบนพื้นหลังสีน้ำตาลวิ่งจากด้านซ้ายไปด้านขวา เวฟย้อนไปที่ช่องคลิกวิดีโอที่ห้าเป็นจุดพิกเซลเล็กๆจุดเดียวสีขาวบนพื้นหลังสีน้ำตาลวิดีโอนี้มีความยาวเพียงไม่กี่วินาทีแล้วก็จบลง เวฟย้อนไปที่ช่องคลิกวิดีโอที่หกเป็นจุดพิกเซลสี่จุดสีขาวบนพื้นหลังสีน้ำตาลวิ่งจากข้างล่างขึ้นไปด้านบน เวฟย้อนไปที่ช่องคลิกวิดีโอที่เจ็ดเป็นจุดพิกเซลสี่จุดสีขาวบนพื้นหลังสีน้ำตาลวิ่งจากข้างล่างขึ้นไปด้านบนแล้ววิ่งจากด้านบนลงไปด้านล่างสลับไปมา เวฟย้อนไปที่ช่องคลิกวิดีโอที่แปดเป็นจุดพิกเซลสี่จุดสีขาวบนพื้นหลังสีน้ำตาลวิ่งด้านซ้ายไปด้านขวาแล้ววิ่งจากด้านขวาไปด้านซ้ายสลับไปมา เวฟย้อนไปที่ช่องคลิกวิดีโอที่เก้าเป็นจุดพิกเซลสีขาวสี่จุดวิ่งจากด้านขวาไปด้านซ้ายแล้ววิ่งจากด้านซ้ายไปด้านขวาสลับไปมาพร้อมเสียงประกอบที่มีลักษณะเหมือนเสียงไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า เวฟย้อนไปที่ช่องคลิกวิดีโอที่สิบเป็นพื้นหลังสีน้ำเงินพร้อมด้วยจุดพิกเซลสีเขียวจำนวนหลายร้อยจุดในรูปร่างที่ไม่สามารถอธิบายได้พร้อมด้วยเสียงประกอบเป็นเสียงหยดน้ำและเสียงเหมือนเสียงไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้า เวฟย้อนไปที่ช่องคลิกวิดีโอที่สิบเอ็ดเป็นวิดีโอที่มีพื้นหลังสีดำเส้นก้นหอยสีขาวหมุนวนไปด้านหลังอย่างไร้ที่สิ้นสุดแท่งแนวตั้งหนึ่งแท่งที่ประกอบด้วยจุดพิกเซลสีเขียวและสีแดงเสียงประกอบที่เหมือนเสียงไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าและเสียงผู้ชายที่ใหญ่ทุ้มก้องกังวานที่เหมือนพูดด้วยไมโครโฟนและเสียงพูดถูกสโลว์ความเร็วเป็นเสียงนับตั้งแต่ศูนย์ไปจนถึงสิบ เวฟย้อนไปที่ช่องคลิกวิดีโอที่สิบสองเป็นวิดีโอที่มีพื้นหลังสลับสีไปมาระหว่างสีฟ้าสีเหลืองสีส้มสีแดงเส้นก้นหอยสีขาวหมุนวนมาด้านหน้าอย่างไร้ที่สิ้นสุดแท่งแนวนอนที่ประกอบจุดพิกเซลสีขาวและสีดำวางอยู่เหนือเส้นก้นหอยมีเสียงประกอบเป็นเสียงเหมือนเสียงไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าและเสียงผู้ชายที่ใหญ่ทุ้มก้องกังวานที่เหมือนพูดด้วยไมโครโฟนและเสียงพูดถูกสโลว์ความเร็วลงเป็นเสียงนับตั้งแต่ศูนย์ถึงสิบในภาษาอังกฤษ เวฟย้อนไปที่ช่องคลิกวิดีโอที่สิบสามเป็นวิดีโอที่มีพื้นหลังสีดำกับเส้นก้นหอยสีขาวหมุนวนมาด้านหน้าอย่างไร้ที่สิ้นสุดกับเส้นก้นหอยสีขาวที่หมุนวนไปด้านหลังอย่างไร้ที่สิ้นสุดนับรวมแล้วมีจำนวนทั้งหมดยี่สิบห้าพร้อมด้วยเสียงประกอบเป็นเสียงจิ้งจกที่ถูกสโลว์ความเร็วลง เวฟย้อนกลับไปที่ช่องคลิกวิดีโอที่สิบสี่ เป็นวิดีโอที่มีเสียงประกอบเป็นเสียงเหมือนเสียงไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้ากับเสียงหยดน้ำที่ถูกสโลว์ความเร็วเสียงลงกับเสียงผู้ชายที่ใหญ่ทุ้มก้องกังวานที่เหมือนพูดด้วยไมโครโฟนและเสียงพูดถูกสโลว์ความเร็วลงเป็นเสียงพูดนับตัวเลขในภาษาอังกฤษเริ่มจากศูนย์แล้วนับต่อไปเรื่อยๆภาพวิดีโอประกอบด้วยพื้นหลังสีเขียวจุดพิกเซลจำนวนหลายจุดที่เปลี่ยนสีไปมาระหว่างสีขาวสีเขียวสีดำสีแดงสีน้ำตาลวิ่งสลับทิศทางไปมาระหว่างบนล่างซ้ายขวาแบบสุ่มตำแหน่ง แล้วพื้นหลังก็เปลี่ยนเป็นสีดำต่อด้วยภาพแบบพิกเซลของจรวดที่มีไอพ่นพ่นออกมาเป็นเปลวไฟวิ่งจากด้านซ้ายไปด้านขวา ภาพแบบพิกเซลของการระเบิด ภาพแบบพิกเซลของเปลวไฟ แล้วพื้นหลังก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินต่อด้วยภาพแบบพิกเซลของเด็กหลายสิบคนเล่นงูกินหางต่อด้วยภาพแบบพิกเซลของเครื่องบินวิ่งจากด้านซ้ายไปด้านขวา ต่อด้วยภาพแบบจุดพิกเซลของโทรศัพท์ฝาพับที่พับฝาเปิดปิดไปมา ต่อด้วยภาพแบบพิกเซลของลูกบอลสีแดงบนภูมิประเทศที่สร้าจากสี่เหลี่ยมจตุรัสสีน้ำตาลขนาดเล็ก ลูกบอลสีแดงวิ่งตามทางจากด้านขวาไปด้านซ้ายแล้วกระโดดขึ้นไปด้านบนกระโดดลงเข้าทางเดินลอยฟ้าที่อยู่ด้านซ้าย วิ่งไปตามทางจนสุดกระโดดขึ้นไปด้านบนกระโดดเข้าทางเดินลอยฟ้าที่อยู่ทางด้านซ้ายแล้ววิ่งไปตามทางบอลลงไปช่องว่างข้างล่างถึงทางเดินแล้ววิ่งไปด้านซ้ายทางเดินถูกตัดขาดด้วยช่องว่างลูกบอลกระโดดเข้าไปที่ทางเดินอีกฝั่งแล้วกระโดดขึ้นไปด้านบนมีทางเดินลอยฟ้าอยู่ทางด้านซ้ายลูกบอลลงไปยังทางเดินลอยฟ้าด้านซ้ายนั้นแล้ววิดีโอก็เปลี่ยนเป็นภาพที่พื้นหลังเปลี่ยนสีไปมาและจุดพิกเซลที่เปลี่ยนสีไปมาเช่นกันตกลงมาจากด้านบนขวาไปยังด้านล่างซ้ายในแนวเฉียงเหมือนหิมะตก ตามด้วยรูปของภาพจำนวนหลายภาพที่ประกอบด้วยส่วนของเส้นตรงสีขาวจำนวนหลายเส้นบนพื้นหลังที่แปลกแตกและบิดเบี้ยวแล้ววิดีโอก็จบลง เวฟเอาสมุดมาจดคำว่าricelcesim arelbafovnuเอาไว้แล้วปิดสมุดวางสมุดเอาไว้ข้างโน๊ตบุ๊ค
[Dissolve]
รุ่งเช้า ชายชื่อเกมส์สะพายกระเป๋าเป้เข้ามาในห้อง เวฟกำลังทำหมูกะทะอยู่

เวฟ
"โทษทีพอดีรีบไปหน่อย"

เกมส์
"มื้อเช้าเลยเหรอวะ?"

เวฟ
"สุกี้มื้อกลางวัน"

เกมส์
"อย่าบอกนะว่ามื้อเย็นเป็นเค้ก?"

เวฟ
"หลังหมูกะทะมื้อเย็น"

เกมส์
"กินเยอะขนาดนี้ถ่ายหนังวิ่งสู้ฟัดสี่ภาครวดวันเดียวจบเลยก็ยังได้ ไม่เริ่มจากมื้อเบาๆก่อนวะ?"

เวฟ
"ไม่ล่ะ"

เกมส์วางกระเป๋าเป้ลงที่พื้นห้อง
เวฟกับเกมส์กินหมูกะทะกันจนอิ่ม เวฟเก็บของทั้งหมดแล้วล้างจานจนเสร็จเช็ดมือจนแห้ง จากนั้นเปิดโน๊ตบุ๊ค เข้าgoogle chrome ค้นหาคำว่าricelcesim arelbafovnu แล้วคลิกเข้าไปที่ช่องยูทูปที่มีชื่อนั้นเจอช่องยูทูปเดียวกันกับที่เวฟดู เวฟคลิกเข้าไปที่วิดีโอที่สิบสี่ เล่นวิดีโอ เกมส์ได้ยินเสียงของวิดีโอที่สิบสี่นั้น เกมส์เข้าไปดูวิดีโอที่สิบสี่นั้นด้วยกันกับเวฟ

เวฟ
"อยากจะให้ดูนี่อยู่พอดี"

เกมส์
"เป็นวิดีโอที่แปลกดีแฮะ"

เวฟ
"ใช่"

เวฟกับเกมส์นั่งดูวิดีโอที่สิบสี่จนจบวิดีโอ

เกมส์
"อยากทำแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ไขความลับ ไม่ได้ทำมาตั้งนานแล้ว เริ่มจาก"

เกมส์คลิกเข้าไปที่ชื่อช่องricelcesim arelbafovnu จากนั้นคลิกเข้าไปที่ข้อมูลตรง"เกี่ยวกับ"ของช่อง ที่หน้า"เกี่ยวกับ"ของช่องไม่มีข้อมูลอะไรเลย เกมส์เดินไปที่กระเป๋าเป้เปิดกระเป๋าหยิบโน๊ตบุ๊คกับโทรศัพท์มือถือกับเมาส์ที่ตาอเข้ากับโน๊ตบุ๊คได้ออกมาจากกระเป๋าเป้ เกมส์กลับไปนั่งด้วยกันกับเวฟอีกครั้ง เปิดโน๊ตบุ๊คเสียบเมาส์เข้ากับโน๊ตบุ๊คเปิดอินเตอร์เน็ตต่ออินเตอร์เน็ตให้กับโน๊ตบุ๊คของตนเอง เกมส์กดปุ่มบนคีย์บอร์ดหลายปุ่มและหลายครั้งบางครั้งกดปุ่มบนคีย์บอร์ดมากกว่าหนึ่งปุ่มขึ้นไปพร้อมกัน คลิกเมาส์หลายครั้งบางครั้งคลิกขวาด้วย แล้วเกมส์ก็กดปุ่มหลายปุ่มและหลายครั้งบนคีย์บอร์ดสลับกับคลิกเมาส์ซ้ายขวาไปมา

เกมส์
"เอาล่ะ เอ๊ย ล็อกอินเข้ายูทูปได้ก็ยังไม่รู้อยู่ดีนี่หว่า"

เวฟ
"เข้าอีเมล์ได้หรือเปล่า?"

เกมส์พิมพ์ปุ่มหลายปุ่มบนคีย์บอร์ด คลิกซ้ายหนึ่งครั้ง

เกมส์
"ได้ล่ะ"

เวฟ
"นายเป็นแบล็กแฮทแฮกเกอร์หรือไวท์แฮทแฮกเกอร์เนี่ย?"

เกมส์
"ไวท์"

เกมส์คลิกเข้าไปที่แท็บ "กล่องจดหมาย" "จดหมายที่ส่งแล้ว" "ฉบับร่าง" "จดหมายขยะ" "ถังขยะ" มีเพียงอีเมล์จากยูทูปในแท็บ "กล่องจดหมาย" เท่านั้น
 ในแท็บอื่นไม่พบข้อมูลอะไรใดๆ

เวฟ
"ถ้าใช้วิธีหาเลขipล่ะ?"

เกมส์
"เลขipไม่ได้บอกปลายทางของคนใช้ บอกแค่ว่าเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตมาจากเซิร์ฟเวอร์ไหน"

เวฟ
"แล้วเราจะไขความลับนี้ได้ยังไง?"

เกมส์
"ไอ้คนที่ต้องตอบคำถามนี้คือเรา"

"แป๊บ บัญชี ข้อมูลส่วนตัว"

"เอาล่ะ"

"ชื่อ ที่อยู่ การชำระเงินและการสมัครรับบริการ"

เวฟ
"ไขได้แล้วเหรอ?"

เกมส์
"ยัง ถ้าจะให้รู้ทั้งหมดต้องเข้าคอมอีกฝ่าย"

เวฟ
"แฮกคอมอีกฝ่ายไม่ได้ใช่ไหม?"

เกมส์
"ถูกต้อง รู้แค่บัญชีอีเมล์ บัญชียูทูป เลขip เซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ต่อเน็ต ไม่รู้ว่าปลายทางอยู่ที่ไหน ใช้คอมเครื่องไหน"

เวฟ
"ถ้าหาจากที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ล่ะ?"

เกมส์
"กว้างเกินไป มันเป็นจังหวัดทั้งจังหวัดเลย แถมยังใช้เซิร์ฟเวอร์ข้ามจังหวัดได้อีก อยู่อยุธยาก็ใช้เซิร์ฟเวอร์ของกรุงเทพได้"

เวฟ
"หมายความว่าปลายทางจะเป็นใครก็ได้ทั้งประเทศเลยสิ"

เกมส์
"ทั้งโลก"

เวฟ
"นี่มันทางตันแล้วนี่ เราจะใช้อะไรไขกันต่อ?"

เกมส์
"ก็นี่แหละที่ใช้ไขได้"

เวฟ
"นายพึ่งบอกไปเองไม่ใช่เหรอว่าหาปลายทางไม่ได้?"

เกมส์
"หมายถึงใช้เลขipหาปลายทางน่ะไม่ได้"

เวฟ
"จะใช้วิธีอื่นหาปลายทางเหรอ?"

เกมส์
"ใช่"

เวฟ
"ใช่ที่อยู่ที่อยู่ในบัญชีอีเมล์ไหม?"

เกมส์
"เราจะเริ่มหาจากที่นั้น เอาล่ะ ที่อยู่ แป๊บนะ"

เกมส์เดินไปที่กระเป๋าเป้ของตัวเองหยิบสมุดกับปากกาออกมาจากกระเป๋าเป้แล้วกลับไปนั่งกับเวฟอีกครั้ง เกมส์เปิดสมุดแล้วจดบันทึกลงไป

เกมส์
"จะไปด้วยกันไหม?"

เวฟ
"ไป"

เกมส์
"จะไปตอนไหน?"

เวฟ
"ตอนนี้เลย"

เกมส์
"เอาจริงดิ?"

เวฟ
"อยากรู้ว่ามันคืออะไร"

เกมส์
"ถ้าต้องพกของ เตรียมของทั้งหมดให้พร้อมตอนนี้แล้วพกไปรวดเดียวเลย"

เกมกับเวฟจัดเก็บข้าวของของตน
[Dissolve]
ฉากภายนอก: บ้านของตัวประกอบ กลางวัน
ตัวประกอบกำลังคุยโทรศัพท์อยู่

ตัวประกอบ
"หนังแนวสัตว์ประหลาดยักษ์แบบเดียวกับหนังก็อตซิลล่ายุคโชวะของญี่ปุ่น"

เสียงในโทรศัพท์
"เอาจริงดิ?"

ตัวประกอบ
"เออ"

เสียงในโทรศัพท์
"ซีจี..."

ตัวประกอบ
"ใช้คนใส่ชุดยางหุ่นเชิดหุ่นมือหุ่นกระบอกกับโมเดลจำลอง"

เสียงในโทรศัพท์
"เอาจริงดิ?"

ตัวประกอบ
"เออ ซีจีมันไม่ได้แหวกแนวแปลกใหม่อะไรเลย ดูหนังยุคนี้แล้วไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลย ซีจีมันทำแบบนี้ได้ตั้งแต่หนังเรื่องjurassic parkแล้ว จะใช้ซีจีแบบไหนดูดคนดูยุคนี้วะ? ใช้เทคนิคพิเศษแบบหนังก็อตซิลล่ายุคโชวะประหยัดงบดีกว่าด้วย ทำหนังเสร็จไวกว่าด้วย"

เสียงในโทรศัพท์
"แต่ว่า"

ตัวประกอบ
"พื้นผิวของภาพซีจีมันดูเปียกๆ มันดูเหมือนโคลน แต่ถ้าเป็นก็อตซิลล่าญี่ปุ่นยุคโชวะมันดูแห้งๆ เป็นธรรมชาติกว่า ถ้าใช้คนใส่ชุยางกับโมยางกับโมเดลจำลองมันเป็นธรรมชาติกว่า แล้วพอมันเป็นธรรมชาติกว่าฉากทำลายล้างมันก็ดูน่ากลัวกว่าด้วย"

เสียงในโทรศัพท์
"แต่ราคาโมเดลจำลองมัน..."

ตัวประกอบ
"ปลาสเตอร์ ไม้ กระดาษลัง กระดาษแข็ง แม้กระทั่งกระดาษเอสี่ พลาสติกใช้ทำโมเดลจำลองได้หมด แถวบ้านฉันขยะอย่างเยอะเลยเนี่ย บานเลย บ้านเอ็งก็เป็นสวนยางพาราไม่ใช่เหรอวะ..."

เสียงในโทรศัพท์
"แล้วระเบิดล่ะ?"

ตัวประกอบ
"แถวบ้านมีขี้เลื่อย แป้ง น้ำตาล นมผง โกโก้ กาแฟไหมล่ะ?"

เสียงในโทรศัพท์
"มี"

ตัวประกอบ
"ถ้ามีเยอะพอจนติดไฟได้ รู้จักสารออกซิแดนท์ไหม? อย่างออกซิเจนเนี่ย มีแหล่งประกายไฟ ไอ้พวกนั้นใช้ทำระเบิดได้ทั้งหมดทุกอันเลย จะเปลืองเงินไปซื้อวัตถุระเบิดทำจากดินระเบิดให้เป็นหนังทุนสูงทำไมวะในเมื่อเรามีวัตถุระเบิดอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว"


เกมส์(เสียงนอกจอ)
"มีใครอยู่ไหมครับ?"

เสียงในโทรศัพท์
"งั้นแค่นี้นะ"

ตัวประกอบ
"อ่า โอเค"

ตัวประกอบวางสายโทรศัพท์

ตัวประกอบเดินมาหาเวฟกับเกมส์ที่รออยู่ข้างนอก เกมส์เปิดสมุดของตัวเองยื่นให้ตัวประกอบดู

เกมส์
"รู้จักบ้านหลังนี้ไหมครับ?"

ตัวประกอบ
"เดินตรงไปทางขวาแล้วเลี้ยวซ้าย ตอนเลี้ยวซ้ายเข้าไปแล้วต้องเดินเข้าไปให้ลึกหน่อยนะ บ้านหลังนั้นไม่มีใครอยู่มาเป็นสิบปีแล้วนะ"

เกมส์
"ไม่มีใครอยู่มาสิบปีเหรอครับ?"

ตัวประกอบ
"ใช่ ไม่มีใครอยู่เลย"

เกมส์กับเวฟเดินจากตัวประกอบไปแล้วเดินไปตามทางที่ตัวประกอบบอก
ฉากต่อเนื่อง
เกมส์กับเวฟเดินตรงไปตามทางเดินเลี้ยวซ้ายซึ่งยังไม่เห็นสิ่งปลูกสร้างใดๆเกมส์กับเวฟเดินลึกเข้าไปตามทางลึกเข้าไปเรื่อยๆจนกระทั่งเห็นบ้านร้างหลังหนึ่งที่เป็นสิ่งปลูกสร้างเพียงสิ่งเดียวในที่นั้น เกมส์กับเวฟเดินเข้าไปในบ้านร้างหลังนั้น
ฉากภายใน: บ้านร้าง
เมื่อเกมส์กับเวฟเดินเข้าไปก็เห็นโทรทัศน์ เครื่องเล่นดีวีดี กล่องดีวีดีและกล่องซีดีจำนวนมาก โน๊ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

เกมส์
"ถ้าเสียบปลั๊กไฟไฟจะช็อตไหมเนี่ย?"

เวฟ
"เดี๋ยวจัดให้"

เวฟเดินตรวจสอบวงจรไฟฟ้าทั้งวงจรของบ้านร้างแล้วทำการซ่อมแซมวงจรไฟฟ้าทั้งวงจรของบ้านร้างนั้น เวฟกดสวิตช์เปิดไฟของบ้านร้าง หลอดไฟฟ้าติด

เวฟ
"ได้ล่ะ"

เกมส์กับเวฟเริ่มสำรวจบ้านร้างจากห้องนั่งเล่นไปห้องนอนไปห้องครัวไปห้องน้ำจนครบหมดทุกห้องแล้วกลับมาที่ตำแหน่งเดิม เกมส์เริ่มเสียบปลั๊กโทรทัศน์เสียบปลั๊กเครื่องเล่นดีวีดีเตรียมเล่นแผ่นซีดี/ดีวีดีที่วางเกลื่อนอยู่นั้น เกมส์เชื่อมต่อเครื่องเล่นดีวีดีกับโทรทัศน์เข้าด้วยกัน จากนั้นเกมส์ก็หยิบแผ่นซีดีแผ่นหนึ่งมาจากกอง ใส่แผ่นซีดีเข้าเครื่องเล่นดีวีดีให้หน้าจอโทรทัศน์แสดงผล วิดีโอของแผ่นซีดีแผ่นแรกนั้นเป็นรูปพื้นหลังสีเขียวจุดพิกเซลสีขางที่มุมล่างขวาจากนั้นวิดีโอก็เปลี่ยนภาพเป็นพื้นหลังสีน้ำเงินกับภาพแบบพิกเซลของเกมบันไดงูที่เป็นภาพนิ่งแล้ววิดีโอก็เปลี่ยนเป็นภาพนิ่งของภาพแบบพิกเซลของเกมเศรษฐีแล้ววิดีโอก็เปลี่ยนเป็นภาพนิ่งแบบพิกเซลของเกมหมากรุกบนพื้นหลังสีน้ำเงินแล้ววิดีโอก็เปลี่ยนภาพเป็นภาพนิ่งแบบพิกเซลของเกมหมากฮอสบนพื้นหลังสีน้ำเงินจากนั้นวิดีโอก็เปลี่ยนภาพเป็นภาพพื้นหลังสีน้ำเงินมีเส้นสีขาวพาดกลางหน้าจอมีแท่งเล็กๆสีขาวอยู่ที่ด้านซ้ายและด้านขวาของหน้าจอด้านละหนึ่งอันขยับขึ้นลงไปมาตีจุดพิกเซลสีขาวหนึ่งจุดให้กระดอนไปด้านตรงข้ามแล้ววิดีโอก็จบลง วิดีโอของแผ่นซีดีแผ่นแรกมีเสียงประกอบเป็นเสียงเหมือนเสียงของผู้ชายพูดด้วยไมโครโฟนแล้วสโลว์ความเร็วลงพูดคำว่าoneกับคำว่าtwoสลับไปมาทั้งวิดีโอ เกมส์เอาแผ่นซีดีแผ่นแรกออกจากเครื่องเล่นเก็บแผ่นซีดีเข้ากล่องแล้ววางไว้ เกมส์เดินไปหยิบแผ่นดีวีดีแผ่นแรกออกมาจากกองใส่แผ่นดีวีดีเข้าไปในเครื่องเล่น วิดีโอของดีวีดีแผ่นแรกเป็นภาพพื้นหลังสีน้ำเงินมีจุดพิกเซลสีขาวที่ทิศเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงเหนือ ทิศใต้ ตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันตกเฉียงใต้ ทิศละจุด มีเสียงประกอบเหมือนเสียงผู้ชายพูดด้วยไมโครโฟนพูดคำว่าoneซ้ำสามสิบครั้งแล้ววิดีโอก็จบลง เกมส์เอาแผ่นดีวีดีออกจากเครื่องเล่นเก็บแผ่นดีวีดีเข้ากล่องแล้ววางไว้ เกมส์มองออกไปนอกหน้าต่าง ข้างนอกเป็นเวลากลางคืนแล้ว เห็นแต่เพียงเงามืดของทุกสิ่ง

เกมส์
"มืดแล้ว เราไม่ได้เตรียมของมาค้างคืนใช่ไหม?"

เวฟ
"มีเต๊นท์ หมูกะทะ สุกี้ โน๊ตบุ๊ค โทรศัพท์ ที่ชาร์จแบตโทรศัพท์ ที่ชาร์จแบตโน๊ตบุ๊ค ผ้าเช็ดตัว สบู่"

เกมส์
"จะค้างนี่เหรอ?"

เวฟ
"เตรียมไว้เผื่อค้าง"

เกมส์
"ทำไมพวกเราไม่กลับบ้านแล้วค่อยมาพรุ่งนี้"

เวฟ
"ไม่ล่ะ อยากรู้ว่าวิดีโอพวกนี้มันคืออะไร มาราธอนเลยเกมส์"

เกมส์
"เดี๋ยวนะ เอาเต๊นท์ หมูกะทะแล้วก็สุกี้มาด้วยเหรอ? ขนมาหมดได้ไงวะนั่น?"

เวฟ
"ขนมาได้สิ อาบน้ำกันก่อนไหม?"

เกมส์
"เรารู้ด้วยเหรอว่าน้ำใช้ได้ไหม?"

เวฟ
"เออว่ะ ไปดูกันไหมล่ะว่าน้ำใช้ได้ไหม?"

เกมส์เปิดไฟฉายโทรศัพท์ของตัวเอง เกมส์กับเวฟเดินเข้าไปในห้องน้ำที่มืดมิดด้วยกัน เกมส์เปิดก๊อกน้ำ น้ำไม่ไหล เกมส์กับเวฟเดินออกไปจากห้องน้ำ
ฉากภายนอก: บ้านร้าง กลางคืน
เกมส์กับเวฟต่างฝ่ายต่างเปิดไฟฉายโทรศัพท์ของตัวเองแยกย้ายกันเดินไปคนละทาง เกมส์เดินไปเจอวาล์วน้ำ เกมส์เปิดวาล์วน้ำแล้วเดินไปหาเวฟ

เกมส์
"เจอวาล์วน้ำแล้ว ไปดูในห้องน้ำกัน"

เกมส์กับเวฟเดินกลับเข้าไปในบ้านร้าง
ฉากภายใน: บ้านร้าง
เกมส์กับเวฟเดินเข้าไปในห้องน้ำที่มืดมิด ก๊อกน้ำไหล

เกมส์
"จะอาบน้ำเลยไหม?"

เวฟ
"ยังไม่อาบเหรอ?"

เกมส์
"ยัง"

เวฟเดินจากเกม์ไปแล้วกลับมาพร้อมสบู่กับผ้าเช็ดตัวเข้าไปในห้องน้ำปิดประตู เกมส์เดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่นหยิบแผ่นดีวีดีแผ่นที่สองออกมาจากกองใส่แผ่นดีวีดีเข้าเครื่องเล่น วิดีโอของดีวีดีแผ่นที่สองเป็นภาพพื้นหลังสีน้ำเงินมีจุดพิกเซลสีขาวที่ด้านขวาเสียงประกอบเป็นเสียงผู้ชายพูดด้วยไมโครโฟนพูดคำว่าoneซ้ำไปเรื่อยๆทั้งวิดีโอ เวฟเข้ามาในห้องนั่งเล่นหลังอาบน้ำเสร็จแล้ววิดีโอก็จบลงพอดี เกมส์เอาแผ่นดีวีดีออกจากเครื่องเล่นเอาแผ่นดีวีดีเก็บเข้ากล่องแล้ววางไว้ เกมส์ปิดโทรทัศน์ปิดเครื่องเล่นดีวีดีเอาปลั๊กโทรทัศน์กับปลั๊กเครื่องเล่นดีวีดีออก เกมส์เดินไปเอาที่ชาร์จแบตโน๊ตบุ๊คของตัวเองออกมาแล้วเดินไปหยิบโน๊ตบุ๊คของบ้านร้างมาเกมส์เสียบที่ชาร์จแบตโน๊ตบุ๊คของตัวเองเข้าด้วยกันกับโน๊ตบุ๊คของบ้านร้างแล้วเสียบที่ชาร์จแบตของตัวเองเข้ากับปลั๊กไฟจากนั้นจึงเปิดโน๊ตบุ๊คของบ้านร้าง เกมส์เข้าไปที่ไดร์ฟทุกไดร์ฟของโน๊ตบุ๊คบ้านร้าง เข้าดูโฟลเดอร์ทุกโฟลเดอร์ ทุกไฟล์ของโน๊ตบุ๊คบ้านร้างที่เกมส์พบเป็นไฟล์วิดีโอทั้งหมดทุกไฟล์และไม่มีไฟล์อื่นเลย

เวฟ
"ไม่มีไฟล์อื่นเลยเหรอ?"

เกมส์
"ยังไม่เจอ ไม่รู้ว่ามีไหม?"

เกมส์เข้าไปที่ไฟล์วิดีโอไฟล์หนึ่ง วิดีโอเป็นวิดีโอที่มีพื้นหลังสีดำมีเสียงผู้ชายพูดคำว่าoneไปเรื่อยๆทั้งวิดีโอจนจบวิดีโอ เกมส์ดึงเต้าเสียบของที่ชาร์จแบตโน๊ตบุ๊คออกมาจากเต้ารับ จากนั้นเกมส์จึงเสียบคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะของบ้านร้างเข้ากับปลั๊กไฟแล้วเปิดเครื่อง เมื่อคอมตั้งโต๊ะติดแล้วเกมก็เข้าไปก็เข้าไปที่ไดร์ฟทุกไดร์ฟโฟลเดอร์ทุกโฟลเดอร์ ไฟล์ในคอมตั้งโต๊ะของบ้านร้างที่เกมส์พบเป็นไฟล์วิดีโอทั้งหมดและไม่พบไฟล์อื่นเลย

เวฟ
"เป็นไฟล์วิดีโอหมดทุกไฟล์เหมือนกันทั้งสองเครื่องเลย"

เกมส์
"ไม่มีใครอยู่มาสิบปี ใครอยู่?"

เกมส์ปิดคอมตั้งโต๊ะของบ้านร้างถอดปลั๊กออก เกมส์เดินเข้าไปค้นในห้องครัวจากนั้นเดินไปค้นในห้องนอน เกมส์ค้นจนหมดทุกห้องจนเกมส์เดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วยืนอยูนิ่งๆเวฟเดินตามเข้าไปด้วย

เกมส์
"ไม่มีอะไรเลย มันไม่มีอะไรเลย เจอแต่ไฟล์วิดีโอ ซีดีกับดีวีดีก็วิดีโอ ไม่มีอะไรเลย จานยังไม่มี ไม่มีใครอยู่มาสิบปี ใครอยู่บ้านหลังนี้?"

เวฟ
"จะไม่หาอะไรต่อแล้วเหรอ?"

เกมส์
"ไม่ล่ะ ไม่มีใครอยู่มาสิบปี ไม่มีของอะไร ไม่ทิ้งของอะไรไว้ มีแค่ทีวี คอม โน๊ตบุ๊ค ซีดี ดีวีดี เรายังไม่รู้เลยว่าใครอยู่บ้านหลังนี้ก่อนที่นี่จะเป็นบ้านร้างมาสิบปี"

เวฟ
"ไว้ถามเขาวันพรุ่งนี้กันไหม?"

เกมส์
"ก็ได้ เดี๋ยวนะ บอกว่าเอาสุกี้กับหมูกะทะมาด้วยใช่ไหม? เอาเตาไฟฟ้ามาด้วยหรือเปล่า?"

เวฟ
"ไม่มีงบ"

เกมส์
"เตาธรรมดาล่ะ?"

เวฟ
"เอามายากเกิน"

เกมส์
"งั้นกลับบ้านเถอะ"

เวฟ
"มีไฟแช็กกับเทียน ไปเอาใบไม้กับกิ่งไม้รอบบ้านมาก่อกองไฟก็ได้"

เกมส์
"เรามีหม้อกับกะทะด้วยเหรอ?"

เวฟ
"เอามาด้วย"

ฉากภายนอก: บ้านร้าง กลางคืน
เวฟกับเกมส์ก่อกองไฟบนพื้นดิน เกมส์กินสุกี้เวฟกินหมูกะทะกันจนอิ่ม

เวฟ
"ลองหาอะไรนอกบ้านกันไหม?"

เกมส์
"ได้"

เกมส์กับเวฟต่างฝ่ายต่างเปิดไฟฉายโทรศัพท์ของตัวเองแล้วแยกย้ายเดินกันคนละทางสำรวจพื้นที่รอบบ้านร้างนั้น ทางด้านเกมส์พบเพียงเศษขยะของถุงขนม กล่องโฟม แผ่นซีดีที่หักครึ่ง เศษกระจกแตก เกมส์พบแต่สิ่งเหล่านี้เกลื่อนกลาดบนพื้นเท่านั้น ทางฝั่งเวฟก็พบแบบเดียวกันกับที่เกมส์เจอต่างกันเพียงแค่เวฟไม่เจอเศษกระจกแตกเท่านั้นแล้วเวฟที่เดินตามทางไปเรื่อยๆก็บรรจบกับเกมส์พอดี

เกมส์
"ถ้าซีดีมันไม่หักครึ่งจะเอาไปเปิดแล้วเนี่ย"

เวฟ
"เจอแบบเดียวกันเลย"

เกมส์
"เราไม่มีกับข้าวแล้วเราอยู่ต่อได้แค่คืนนี้คืนเดียวแหละ กลับเข้าบ้านเถอะ"

เกมส์กับเวฟเดินกลับเข้าบ้านร้าง
ฉากภายใน: บ้านร้าง
เกมส์เปิดโน๊ตบุ๊คของบ้านร้างเข้าไปในไดรฟ์ทุกไดรฟ์ โฟลเดอร์ทุกโฟลเดอร์ ไฟล์ทุกไฟล์ โปรแกรมทุกโปรแกรม เข้าไปแม้กระทั่งวิดีโอเกมส์ เข้าไปในrecycle bin นอกจากไฟล์วิดีโอกับrecycle binที่ว่างเปล่าแล้วเกมส์ก็ไม่พบอะไรเลย เกมส์เสียบปลั๊กคอมตั้งโต๊ะของบ้านร้างเปิดเครื่องแล้วเกมส์ก็เข้าไปในไดรฟ์ทุกไดรฟ์ โฟลเดอร์ทุกโฟลเดอร์ ไฟล์ทุกไฟล์ วิดีโอเกมส์ทุกเกมส์ recycle bin เกมส์ไม่พบอะไรเลยนอกจากไฟล์วิดีโอเท่านั้นและrecycle binก็ว่างเปล่า

เกมส์
"เราลองมาคิดตามกันนะ เขาบอกว่าบ้านนี้ไม่มีคนอยู่มาเป็นสิบปี เวฟ จำได้หรือเปล่าว่าวิดีโอมันอัปตั้งแต่เมื่อไหร่?"

เวฟ
"ไม่ได้ดู"

เกมส์
"ในบัญชีอีเมล์มีที่อยู่ใช่ไหม"

เวฟ
"ใช่"

เกมส์
"เราตามหาที่อยู่ ที่อยู่คือที่นี่ใช่ไหม"

เวฟ
"ใช่"

เกมส์
"ในช่องยูทูปไม่มีที่อยู่ ใช้เลขipหาที่อยู่ก็กว้างเกินไป ที่อยู่มีอยู่แค่ในบัญชีอีเมล์ ที่อยู่ในโลกออนไลน์เราจะโกหกที่อยู่ก็ได้หรือใช้ที่อยู่คนอื่นก็ได้ใช่ไหม?"

เวฟ
"ใช่ เพราะฉันเคยทำ"

เกมส์
"สมมุติว่าเป็นเรื่องโกหก ที่อยู่มันคงบังเอิญตรงกับบ้านนี้พอดี บ้านร้างนี้มันก็ไม่มีอะไรให้หา ไม่มีคนอยู่ก็แสดงว่าไม่ได้อยู่ที่นี่แต่ถ้าไม่ได้อยู่ที่นี่จริงทำไมในแผ่นกับคอมสองเครื่องถึงมีวิดีโอ แถมมีวิดีโออันเดียวกันในยูทูปด้วย ข้อมูลไฟล์วิดีโอก็บอกไว้ว่าสร้างไฟล์เมื่อสิบห้าปีก่อน"

เวฟ
"มีปัจจัยสุดท้ายที่เรายังไม่ได้สืบ ก่อนจะเข้ามาเราก็ไม่ได้ถามเขาเรื่องนี้ด้วย"

เกมส์
"ใครเคยอยู่บ้านหลังนี้"

เวฟ
"ใช่"

เกมส์
"งั้นวันนี้เรานอนกันเถอะ ไว้ถามเขาพรุ่งนี้ค่อยกลับมาก็ได้"

เกมส์กับเวฟตั้งเต๊นท์นอนกันในบ้านร้าง
[Dissolve]
เกมส์กับเวฟจัดเก็บข้าวของเตรียมตัวเดินทางกลับ

เกมส์
"หม้อกับกะทะหมูกะทะอยู่ข้างนอกหรืออยู่ข้างใน?"

เวฟ
"ข้างนอก"

เกมส์กับเวฟเดินออกไปจากบ้านร้าง
ฉากภายนอก: บ้านของตัวประกอบ ตอนเช้า
เกมส์กับเวฟเดินมาถึงหน้าบ้านของตัวประกอบ

เกมส์
"ขอโทษนะครับ"

ตัวประกอบ
"อ้าว ว่าไง?"

เกมส์
"พอจะรู้ไหมครับว่าใครอยู่ที่บ้านหลังนั้น"

ตัวประกอบ
"จำชื่อไม่ได้แล้ว แล้วก็ตายทั้งบ้านไปแล้วด้วย ซักยี่สิบห้าปีที่แล้วได้มั้ง ตายหมดเลย เด็กก็ตาย ยังไปงานศพมาเลยเนี่ยจำได้แม่นเลยเมื่อยี่สิบห้าปีที่แล้ว แล้วก็ตั้งแต่นั้นไม่มีใครเข้าบ้านหลังนั้นเลย ว่าแต่ชื่ออะไรว้า? เจ้าของบ้านที่ตายชื่ออะไรน้า?"

เกมส์
"หมายความว่าเมื่อสิบห้าปีที่แล้วก็ไม่มีใครเข้าไปเหรอครับ?"

ตัวประกอบ
"ใช่"
[Dissolve]
ฉากภายใน: บ้านร้าง
เวฟเปิดสวิตช์ไฟของบ้านร้าง บ้านร้างที่มืดเพราะความมืดของตอนกลางคืนก็สว่างเล็กน้อยด้วยแสงจากหลอดไฟ

เวฟ
"สมมุติว่ามีคนเข้ามาที่นี่แต่ไม่มีใครเห็นล่ะ? กล้องวงจรปิดก็ไม่มีบ้านหลังนั้นก็ไม่มีกล้องวงจรปิด"

เกมส์
"เป็นไปได้มากที่สุดแล้ว"

เวฟ
"ขอดูวิดีโอหน่อยนะ"

เวฟเสียบปลั๊กโทรทัศน์กับเครื่องเล่นดีวีดี เวฟหยิบแผ่นดีวีดีแผ่นที่สามขึ้นมาจากกองใส่แผ่นดีวีดีเข้าไปในเครื่องเล่น วิดีโอในดีวีดีแผ่นที่สามนั้นเป็นภาพแบบพิกเซลของรูปเปลที่ผูกไว้กับเสาบนพื้นหลังสีน้ำเงินและมีเสียงประกอบเป็นเสียงผู้ชายพูดด้วยไมโครโฟนพูดคำว่าoneซ้ำไปเรื่อยๆ 
ฉากต่อเนื่อง
เกมส์เดินแยกออกไปค้นในห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องทุกห้องในบ้านร้างจนครบหมดทุกห้องจากนั้นเกมส์ก็เดินออกนอกบ้านร้างค้นหาทุกอย่างในบริเวณรอบบ้านร้างโดยมีแหล่งกำเนิดแสงเป็นไฟฉายโทรศัพท์แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ตลอดทางที่เกมส์ออกค้นจะได้ยินเสียงผู้ชายพูดด้วยไมโครโฟนพูดคำว่าoneอันเป็นเสียงประกอบวิดีโอตลอดทาง
ฉากภายใน: บ้านร้าง
เกมส์กลับเข้ามาในบ้านร้าง แล้วหน้าจอโทรทัศน์จากที่เป็นรูปเปลผูกไว้กับเสาบนพื้นหลังสีน้ำเงินจู่ๆหน้าจอก็มืดลง

เวฟ
"ลองให้จอห์นนี่มาไขดูไหม?"

เกมส์
"เออ ลองให้จอห์นนี่มาช่วยหน่อยดีกว่า งั้นกลับกันเลยเถอะ"
ฉากภายนอก: บ้านร้าง กลางคืน
เกมส์กับเวฟเดินออกจากบ้านร้างโดยปิดไฟไว้แต่ไม่ได้ปิดประตูของบ้านร้าง(ตัวละครเกมส์กับเวฟเดินออกไปจากหน้าจอ) จากนั้น หน้าจอโทรทัศน์ที่มืดอยู่ก็กลับกลายเป็นจุดพิกเซลสีขาวเรียงต่อกันเป็นรูปหน้าคนบนพื้นหลังสีน้ำเงินพร้อมด้วยเสียงประกอบวิดีโอเป็นเสียงผู้ชายพูดคำว่าoneซ้ำไปเรื่อยๆ
จบ

วันศุกร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2565

บทหนัง: เยติ

 บทหนัง: เยติ

ผู้เขียนบท: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

ฉากภายนอก: ป่ารกๆแห่งหนึ่ง กลางวัน
มีนักเดินป่าหนึ่งคนกับมัคคุเทศก์(1)ที่ถือกล้องถ่ายรูปมาด้วยคนหนึ่งเดินเข้าไปในป่าแห่งนั้น ในดงไม้ยืนต้นต้นใหญ่แห่งหนึ่งนั้นต้นไม้สั่นไหว มัคคุเทศก์(1)หันไปมองเห็นเงาตะคุ่มๆของสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ปกคลุมด้วยขนยาวสีออกดำมัคคุเทศก์(1)ถ่ายรูปไว้ สิ่งมีชีวิตตัวนั้นวิ่งหายเข้าไปในดงทึบของไม้ยืนต้นขนาดใหญ่นั้น มัคคุเทศก์(1)แตะไหล่ของนักเดินป่าให้หันไปมอง

มัคคุเทศก์(1)
"เห็นนั่นหรือเปล่าครับ?"

นักเดินป่า
"ลิงอุรังอุตังน่ะ"
"ถ่ายรูปเอาไว้แล้วเหรอ?"

มัคคุเทศก์(1)
"ครับ"

นักเดินป่า
"โอเค"
ฉากภายใน: ห้องรับแขกในบ้านของนักเดินป่า

นักเขียนนิตยสาร
"มนุษย์หิมะ?"

มัคคุเทศก์(1)
"ครับ เป็นความเชื่อของชาวหิมาลายัน พวกเขานับถือมนุษย์หิมะเป็นเทพเจ้าแห่งการล่า สาวกของศาสนาเพินเคยชื่อว่าเลือดของคนป่าใช้ในพิธีกรรมน่ะครับ"

นักเขียนนิตยสาร
"คนป่าเหรอ?"

มัคคุเทศก์(1)
"บางครั้งพวกเขาก็เรียกกันอย่างนั้นน่ะครับ"

นักเขียนนิตยสาร
"พอจะบอกหน้าตาของมนุษย์หิมะได้ไหมครับ"

มัคคุเทศก์(1)
"เป็นสัตว์หน้าตาเหมือนลิง ถือหินก้อนใหญ่ไว้เป็นอาวุธ ส่งเสียงแปลกๆ"

นักเขียนนิตยสาร
"ทำให้ผมนึกถึงคิงคองเลย"

นักเขียนนิตยสารหันไปถามนักเดินป่าที่นั่งอยู่ข้างๆมัคคุเทศก์(1)

นักเขียนนิตยสาร
"แล้วคุณคิดว่ามันคืออะไรครับ?"

นักเดินป่า
"ผมคิดว่ามันเป็นลิงอุรังอุตังมากกว่า ผมเคยได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกัน ในทิเบต มีความเชื่อว่ามีสัตว์ที่ไม่ใช่มนุษย์ที่มีความเป็นมนุษย์มากพอที่จะปฏิบัติธรรมได้"

นักเดินป่าดื่มน้ำ

นักเดินป่า
"บางครั้งเยติได้ชื่อว่าเป็นว่าสาวกของบุคคลสำคัญทางศาสนาและช่วยเหลือศาสนาด้วย ที่ทิเบตรูปปั้นเยติจะถูกแห่และบูชาในฐานะผู้พิทักษ์จากวิญญาณร้าย แต่ว่า เยติเป็นผู้บังคับธรรมมะ การพบเห็นหรือได้ยินเสียงจึงเป็นลางร้าย ผู้ที่พบเห็นต้องสั่งสมบุญ"

นักเขียนนิตยสาร
"ผู้บังคับธรรมมะ?"

นักเดินป่า
"อย่างที่บอกไป ผู้ที่พบเห็นเยติต้องสั่งสมบุญ เยติทำหน้าที่ให้อีกฝ่ายต้องปฏิบัติธรรมน่ะครับ"

นักเขียนนิตยสาร
"ขอบคุณมากครับ ผมขอลาล่ะครับ"

นักเขียนนิตยสารออกจากห้องไป
ฉากภายใน: ห้องทำงานของนักเขียนนิตยสาร
ผู้ช่วยนักเขียนนิตยสารเดินเข้ามาในห้องทำงานพบกับนักเขียนนิตยสาร

ผู้ช่วยนักเขียนนิตยสาร
"เกี่ยวกับเรื่องมนุษย์หิมะมีคนจะมาบอกเรื่องนี้เพิ่มน่ะครับ เขาเจอรอยเท้า"

นักเขียนนิตยสาร
"รอยเท้า?"

ผู้ช่วยนักเขียนนิตยสาร
"ใช่ครับ"

นักเขียนนิตยสาร
"ให้เขาเข้ามา"

ผู้ช่วยนักเขียนนิตยสารออกไปนอกห้องแล้วกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับคนเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะ

นักเขียนนิตยสาร
"คุณเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะเหรอครับ?"

คนเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะ
"ใช่ครับ ผมมีรูปรอยเท้ามนุษย์หิมะด้วย ผมถ่ายเอาไว้"

คนเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะเอารูปรอยเท้าที่เหมือนรอยเท้าลิงแต่ใหญ่กว่าสามเท่าให้ดู
ฉากภายนอก: ป่าทึบ กลางวัน
คนเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะเดินอยู่ในป่า จากนั้นมัคคุเทศก์(2)ก็วิ่งหาเขา

มัคคุเทศก์(2)
"มาดูนี่สิครับ"

มัคคุเทศก์(2)จูงมือคนเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะไปถึงรอยเท้าเหมือนรอยเท้าลิงแต่ใหญ่กว่าสามเท่า ทั้งคู่ยืนมองรอยเท้านั้น

มัคคุเทศก์(2)
"เยติ รอยเท้าเยติครับ"

คนเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะ
"ไปตามชาวบ้านมา"

มัคคุเทศก์(2)ออกไปตามชาวบ้านแล้วกลับมาพร้อมกับชาวบ้านหลายคน

ชาวบ้าน(ทุกคน)
"เยติ"

คนเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะ
"เยติ?"

ชาวบ้าน(1)
"ยืนสองขา ขนสีน้ำตาล"

ชาวบ้าน(2)
"ขนสีดำ"

ชาวบ้าน(3)
"ขนสีน้ำตาล ขนยาว"

ชาวบ้าน(1)
"หน้าตาเหมือนลิง ตัวใหญ่"

ชาวบ้าน(3)
"นี่รอยเท้าของมัน มันอยู่ในป่า"

คนเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะ
"อยู่ในป่าเหรอครับ?"

ชาวบ้าน(3)
"ใช่ มันซ่อนอยู่ในป่า เคยได้ยินมา"

ชาวบ้าน(2)
"ฉันก็ได้ยินมา มันขนสีดำ"

ชาวบ้าน(3)
"สีน้ำตาลต่างหากเล่า"

คนเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะใช้กล้องถ่ายรูป ถ่ายรูปรอยเท้ารอยนั้นเอาไว้

คนเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะ
"มีใครเคยเห็นมันไหมครับ"

ชาวบ้าน(2)
"ไม่เคย แค่ได้ยินมาเท่านั้น"

ชาวบ้าน(3)
"แค่เคยได้ยินมา"

ชาวบ้าน(1)
"เคย"

คนเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะ
"เคยเจอเหรอครับ?"

ชาวบ้าน(1)
"ใช่ ในป่า ตอนหกโมงเย็น ตอนหาของป่า เห็นเงาลิงขนยาวยืนสองขาเดินแบบคน มันวิ่งหนีเข้าไปในป่า"

ชาวบ้าน(1)ชี้ไปยังดงต้นไม้ทึบแห่งหนึ่งภายในป่าแห่งนั้น

ชาวบ้าน(1)
"พอวิ่งตามเข้าไปในนั้นจนสุดทาง มีถ้ำเล็กๆอยู่ แต่ตอนนั้นตามมันไปไม่ทัน"

คนเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะกับมัคคุเทศก์(2)วิ่งเข้าไปตามทางที่ชาวบ้าน(1)บอกแต่เมื่อวิ่งไปจนถึงสุดทาง ถ้ำนั้นพังไปแล้ว เหลือแต่เศษหินที่แหลกละเอียดเท่านั้น
ฉากภายใน: ห้องทำงานของนักเขียนนิตยสาร

คนเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะ
"ตอนนั้นผมคิดว่ามันเป็นรอยเท้าหมี"

นักเขียนนิตยสาร
"เหรอครับ?"

คนเจอรอยเท้ามนุษย์หิมะ
"ครับ ไม่มีใครบอกความจริงผมได้เลย บางคนก็แค่ได้ยินเรื่องเล่ามาเท่านั้น"

นักเขียนนิตยสาร
"ขอบคุณมากครับ"
ฉากภายใน: ห้องทำงานของบรรณาธิการนิตยสาร

หัวหน้าบรรณาธิการ
"เยี่ยม หน้าปกลงหัวข้อนี้ใหญ่ๆเลย ใช้ตัวหนังสือตัวใหญ่สุดเลย หัวข้ออื่นอยู่ข้างล่างหัวข้อนี้ให้หมนี้ให้หมดเลย"

นักเขียนนิตยสาร
"ได้ลงหน้าปกเหรอครับ?"

หัวหน้าบรรณาธิการ
"ใช่ เขียนไปเลย ชื่อคอลัมน์ต่อด้วยหัวข้อ"

นักเขียนนิตยสาร
"ขอบคุณมากครับ"
ฉากภายนอก: ป่าทึบ กลางวัน
คณะสำรวจกลุ่มหนึ่งเดินลุยเข้าไปในป่า ลูกทีมคณะสำรวจ(1)เห็นเงาตะคุ่มๆของสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์ขนสีเข้มในดงไม้แน่นทึบแล้วสิ่งมีชีวิตตัวนั้นก็หายไปในดงไม้แน่นทึบ

ลูกทีมคณะสำรวจ(1)
"เห็นมันแล้ว! มันอยู่ตรงนั้น!"

ลูกทีมคณะสำรวจ(1)วิ่งเข้าไปในดงไม้แน่นทึบนั้น สมาชิกคณะสำรวจทุกคนวิ่งตามลูกทีมคณะสำรวจ(1)เข้าไปในดงไม้แน่นทึบนั้น เมื่อคณะสำรวจทุกคนเข้าไปในดงไม้แน่นทึบนั้นพวกเขาก็ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใด ลูกทีมคณะสำรวจ(1)เห็นเงาสีดำอยู่ไกลออกไปหลายร้อยเมตรแล้วลับไปจากสายตา ลูกทีมคณะสำรวจ(1)วิ่งตามเงานั้นไป คณะสำรวจทุกคนวิ่งตามลูกทีมคณะสำรวจ(1)ไป คณะสำรวจทุกคนหยุดอยู่ตรงธารน้ำแห่งหนึ่ง คณะสำรวจมองลงไปที่ปลายธารน้ำห่างออกไปหลายร้อยเมตรเห็นสิ่งมีชีวิตยืนสองขาคล้ายมนุษย์ขนยาวสีน้ำตาล คณะสำรวจทุกคนวิ่งลงไปที่ปลายธารน้ำแล้วหยุดอยู่ตรงรอยเท้าที่เหมือนรอยเท้าลิงยาวเจ็ดนิ้วกว้างสี่นิ้ว

ลูกทีมคณะสำรวจ(1)
"นี่แหละ ไม่ผิดแน่ รอยเท้ามนุษย์หิมะ เหมือนรูปรอยเท้าที่นิตยสารลงไว้เลย"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"เหมือนรูปรอยเท้ามนุษย์หิมะที่นิตยสารลงไว้จริงๆด้วย"

จากนั้นคณะสำรวจทุกคนก็เห็นรอยเท้าเดียวกันอีกหลายรอยเข้าไปในป่าทึบที่อีกฝั่งของธารน้ำ คณะสำรวจทุกคนวิ่งเข้าไปในป่าทึบที่อีกฝั่งของธารน้ำ เมื่อคณะสำรวจทุกคนมาถึงป่าทึบที่อีกฝั่งของธารน้ำและก้มลงมองดูดิน รอยเท้าเหล่านั้นก็หายไปแล้ว ลูกทีมคณะสำรวจ(1)วิ่งไปทางเหนือของป่า คณะสำรวจทุกคนวิ่งตามลูกทีมคณะสำรวจ(1)ไป แล้วคณะสำรวจทุกคนก็หยุดอยู่ตรงรอยเท้าที่เหมือนรอยเท้าลิงขนาดยาวเจ็ดนิ้วกว้างสี่นิ้วอีกครั้ง ลูกทีมคณะสำรวจ(1)ใช้กล้องถ่ายรูปรอยเท้านั้นไว้

หัวหน้าคณะสำรวจ
"มันหายไปไหนแล้วเนี่ย?"

คณะสำรวจทุกคนเดินขึ้นไปที่ต้นน้ำของธารน้ำแล้วคณะสำรวจทุกคนก็เห็นรอยเท้าที่เหมือนรอยเท้าลิงขนาดยาวเจ็ดนิ้วกว้างสี่นิ้วที่ต้นน้ำของธารน้ำ คณะสำรวจมองไปรอบๆของทั้งพื้นที่แต่ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใด

หัวหน้าคณะสำรวจ
"มันหายไปไหนแล้วเนี่ย? พักกันก่อนเถอะ"

คณะสำรวจทุกคนพัก ปล่อยตัวตามสบาย กินอาหารกันจนอิ่ม

หัวหน้าคณะสำรวจ
"นายเคยเห็นเยติไหม?"

ลูกทีมคณะสำรวจ(2)
"ผมไม่เคยเห็น แต่พ่อผมเคยเห็นสองครั้ง"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"นายคิดว่าเยติมีอยู่จริงไหม?"

ลูกทีมคณะสำรวจ(2)
"ไม่หรอก ผมคิดว่ามันเป็นลิงตัวใหญ่มากกว่า"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"เอาล่ะทุกคน! ไปกันต่อเถอะ!"

คณะสำรวจทุกคนเดินเลยต้นน้ำของธารน้ำไปแล้วพบกับรอยเท้าที่เหมือนรอยเท้าลิงอีกครั้งแต่ใหญ่ขึ้นกว่าสองเท่า ลูกทีมคณะสำรวจ(1)ถ่ายรูปรอยเท้านั้นเอาไว้

ลูกทีมคณะสำรวจ(2)
"ผมเริ่มสงสัยแล้วสิว่าเยติมีอยู่จริงไหม"

คณะสำรวจทุกคนเดินเข้าไปในป่าเรื่อยๆแล้วพบหินก้อนหนึ่งที่มีรูปวาดแกะสลักหินเป็นรูปสิ่งมีชีวิตเหมือนลิงขนยาวยืนสองขาเหมือนคนไว้ ลูกทีมคณะสำรวจ(1)ถ่ายภาพรูปวาดแกะสลักบนก้อนหินก้อนนั้นไว้ และคณะสำรวจทุกคนก็พบรอยเท้าเหมือนรอยเท้าลิงแต่ใหญ่กว่าสองเท่าบนพื้นดินรอบบริเวณนั้นจำนวนหลายรอย ลูกทีมคณะสำรวจ(1)ถ่ายรูปรอยเท้าเหล่านั้นไว้ เมื่อหัวหน้าคณะสำรวจเดินไปที่หินก้อนนั้นอีกครั้งก็เห็นขนยาวสีดำหลายเส้นอยู่ด้านตรงกันข้ามกับด้านที่มีรูปวาดแกะสลักบนหินก้อนนั้น หัวหน้าคณะสำรวจเก็บขนสีดำบนก้อนหินทั้งหมดใส่ลงในถุงซิปล็อคแล้วเก็บถุงนั้นไว้อย่างมิดชิด คณะสำรวจทุกคนเดินเข้าไปในป่าต่อไปเรื่อยๆ แล้วคณะสำรวจก็พบรอยเท้าเหล่านั้นอีกครั้งจำนวนหลายรอย ลูกทีมคณะสำรวจ(1)มองเห็นอุจจาระเหมือนฟอสซิลอุจจาระไดโนเสาร์ ลูกทีมคณะสำรวจ(1)เก็บอุจจาระที่เหมือนฟอสซิลอุจจาระไดโนเสาร์นั้นลงในถุงพลาสติกผูกถุงไว้จนแน่นแล้วเก็บถุงอุจจาระนั้นไว้อย่างมิดชิด และเมื่อคณะสำรวจเดินลึกเข้าไปหนังก็พบซากของผิวหนังของสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถระบุได้ หัวหน้าคณะสำรวจตัดผิวหนังนั้นมาเป็นชิ้นเล็กๆเป็นจำนวนสามชิ้นใส่ในถุงซิปล็อคแล้วเก็บไว้ เมื่อเดินไปสักพักคณะสำรวจทุกคนก็เห็นสิ่งมีชีวิตคล้ายลิงยืนสองขาแบบมนุษย์ขนยาวสีน้ำตาลในระยะไกลแต่ใกล้พอมองเห็นตัว มันวิ่งอย่างรวดเร็วเข้าไปในดงไม้ทึบ คณะสำรวจทุกคนวิ่งตามมันไป คณะสำรวจไม่พบสิ่งชีวิตนั้นพบแต่รอยเท้าเหมือนรอยเท้าลิงที่ใหญ่กว่าสองเท่าและเครื่องมือล่าสัตว์ที่สร้างจากไม้อย่างง่ายจำนวนหลายชิ้นซึ่งมีรูปร่างไม่ซ้ำกันเท่านั้น แล้วชาวบ้านคนหนึ่งที่ถือไม้แหลมขนาดใหญ่ก็วิ่งเข้ามาในป่า

หัวหน้าคณะสำรวจ
"เดี๋ยวก่อนครับ เกิดอะไรขึ้นครับ?"

ชาวบ้านถือไม้แหลม
"หมี หมีบุกเข้ามาในหมู่บ้าน"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"หมีเหรอครับ?"

ชาวบ้านถือไม้แหลม
"ใช่ พวกมันมีกันสองตัว อีกตัวอยู่บนต้นไม้ อีกตัวอยู่บนดิน"

ชาวบ้านถือไม้แหลมวิ่งผละออกจากคณะสำรวจ คณะสำรวจเดินสำรวจป่าต่อไปแล้วก็พบกับเศษกะโหลกสองกะโหลกที่หลงเหลือเพียงด้านข้างกับฟันแหลมเท่านั้น

หัวหน้าคณะสำรวจ
"ส่งกะโหลกนี่ให้พิพิธภัณฑ์ บอกให้เขาตรวจสอบ"

ลูกทีมคณะสำรวจ(2)
"จะดีเหรอครับ?"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"เถอะน่า"

ลูกทีมคณะสำรวจ(2)
"ได้ครับ"

ลูกทีมคณะสำรวจ(1)
"มีรอยเท้าตรงนี้อีกครับ มันใหญ่ขึ้นกว่าเดิมด้วยครับ"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเหรอ?"

ลูกทีมคณะสำรวจ(1)
"ครับ"

หัวหน้าคณะสำรวจเดินเข้าไปหาลูกทีมคณะสำรวจ(1)แล้วก็เห็นรอยเท้าเหมือนรอยเท้าลิงยาว13นิ้วกว้าง9นิ้วจำนวนหลายรอย

หัวหน้าคณะสำรวจ
"คราวนี้เห็นตัวมันบ้างไหม?"

ลูกทีมคณะสำรวจ(1)
"ไม่เห็นแล้วครับ"

ลูกทีมคณะสำรวจ(2)
"มันอยู่ตรงนั้น"

ลูกทีมคณะสำรวจ(2)ชี้ไปที่อีกด้านของป่า คณะสำรวจทุกคนวิ่งเข้าไปที่เดียวกับลูกทีมคณะสำรวจ(2) แล้วคณะสำรวจทุกคนก็เห็นเงาตะคุ่มๆสีดำในดงไม้ทึบหนาแน่น คณะสำรวจทุกคนค่อยๆย่องเข้าไปหาเงาตะคุ่มๆนั้น เงาดำตะคุ่มๆนั้นวิ่งอย่างรวดเร็วหายไปในดงไม้ทึบนั้น คณะสำรวจทุกคนวิ่งเข้าไปในดงไม้ทึบนั้นแต่ไม่พบสิ่งมีชีวิตใด

ลูกทีมคณะสำรวจ(2)
"หัวหน้า ดวงอาทิตย์จะตกดินแล้ว"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"ไว้หาต่อวันพรุ่งนี้เถอะ"

คณะสำรวจทุกคนก่อกองไฟ ตั้งแคมป์ กินอาหารแล้วเข้านอนจนตื่นขึ้นมาในตอนรุ่งเช้า เมื่อถึงตอนเช้าคณะสำรวจทุกคนก็กินอาหาร เก็บแคมป์ แล้วออกสำรวจภายในพื้นที่ป่ากันต่อ คณะสำรวจทุกคนแยกออกไปค้นหาภายในพื้นที่ป่าคนละเส้นทางแล้วกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง จากนั้นลูกทีมคณะสำรวจ(1)ก็หันไปเห็นเงาตะคุ่มๆสีดำสองเงาในดงไม้ เงาตะคุ่มๆสีดำทั้งสองเงานั้นวิ่งหนีเข้าไปในดงไม้นั้น ลูกทีมคณะสำรวจ(1)วิ่งตามเข้าไปในดงไม้นั้น คณะสำรวจทุกคนวิ่งตามลูกทีมคณะสำรวจ(1)ไป แต่คณะสำรวจไม่พบอะไรเลยนอกจากรอยเท้าคล้ายรอยเท้าลิงยาวแปดสิบเอ็ดเซนติเมตรกว้างสามสิบแปดเซนติเมตรเท่านั้น
[Dissolve]
ฉากภายใน: ห้องทำงานของนักเขียนนิตยสาร

นักวิชาการ
"ขนที่เก็บมาได้ ผมระบุแน่ชัดไม่ได้ว่ามันคือขนอะไร"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"บอกไม่ได้เหรอครับ"

นักวิชาการ
"ครับ"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"มันเป็นขนเยติเหรอครับ?"

นักวิชาการ
"ไม่ ผมไม่คิดอย่างนั้น ผมไม่คิดว่ามันเป็นขนหมีหรือขนลิง ผมคิดว่ามันเป็นขนของสัตว์เท้ากีบ"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"แล้วอึล่ะครับ?"

นักวิชาการ
"ระบุไม่ได้เหมือนกันครับ เราพบปรสิตที่ระบุไม่ได้ในมูลนั้นด้วย"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"ผิวหนังที่ผมส่งให้ไปล่ะครับ?"

นักวิชาการ
"มันคล้ายผิวหนังของเลียงผาแต่มันไม่เหมือนกันเลย มันอาจเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่น เผ่าพันธุ์ของสายพันธุ์เดียวกัน หรืออาจจะเป็นคนละเผ่าพันธุ์แต่ใกล้ชิดกัน"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"กะโหลกล่ะครับ?"

นักวิชาการ
"มันเป็นของหมีชนิดเดียวกันทั้งสองชิ้น"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"หมีเหรอครับ?"

นักวิชาการ
"ใช่ครับ กะโหลกทั้งสองชิ้นไม่ต่างกันเลย"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"เรื่องรอยเท้าล่ะครับ?"

นักวิชาการ
"มันดูเหมือนของจริง แต่ผมยังไม่สรุปตอนนี้"

หัวหน้าคณะสำรวจ
ยังระบุแน่ชัดไม่ได้เหรอครับ?"

นักวิชาการ
"ครับ ผมต้องวิเคราะห์ตัวอย่างทั้งหมดอีกที ยังสรุปข้อมูลตอนนี้ไม่ได้ ผมขอตัวก่อนครับ"

หัวหน้าคณะสำรวจ
"ขอบคุณครับ"

นักเขียนนิตยสาร
"ขอบคุณมากครับ"

นักวิชาการ
"ไม่เป็นไรครับ"

นักวิชาการกับหัวหน้าคณะสำรวจออกจากห้องไป
[Dissolve]
ฉากภายใน: ห้องทำงานของนักเขียนนิตยสาร

นักเขียนนิตยสาร
"เหมือนกันกับขนที่คนอื่นส่งมาให้ก่อนหน้านี้เหรอครับ?"

นักวิชาการ
"ใช่ครับ หลังจากวิเคราะห์ตัวอย่างที่คณะสำรวจให้มาเมื่อเดือนที่แล้ว การวิเคราะห์รอบแรกเราพบว่าดีเอ็นเอของขนไม่เป็นที่รู้จัก ครั้งแรกเรายังหาข้อสรุปไม่ได้ แต่ครั้งต่อๆมาเราเจอว่ามันคล้ายกับตัวอย่างที่มีคนส่งให้มาก่อนหน้านี้"

นักเขียนนิตยสาร
"ตัวอย่างก่อนหน้า?"

นักวิชาการ
"ใช่ครับ ก่อนหน้านั้นมีคนส่งเส้นขนกับผิวหนังมาให้พวกเรา เขาบอกว่าได้มาจากหิมาลัย เราวิเคราะห์ดีเอ็นเอแล้ว เส้นขนกับผิวหนังจากหิมาลัยกับเส้นขนกับผิวหนังที่คณะสำรวจเป็นของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน"

นักเขียนนิตยสาร
"แล้วทราบไหมครับว่าเป็นของสิ่งมีชีวิตชนิดไหน?"

นักวิชาการ
"อืม ครั้งแรก เราจับคู่ดีเอ็นเอกับสิ่งมีชีวิตที่รู้จักไม่ได้เลย แต่หลังจากวิเคราะห์ซ้ำหลายครั้ง ตัวอย่างมาจากหมี"

นักเขียนนิตยสาร
"หมีเหรอครับ?"

นักวิชาการ
"ใช่ครับ หมี ถ้าหากไม่ใช่เรื่องหลอกลวงหรือการปนเปื้อนล่ะก็ หมีท้องถิ่นอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเยติ"

นักเขียนนิตยสาร
"แต่ว่ารอยเท้านั่นเป็นของสัตว์สองเท้านะครับ"

นักวิชาการ
"เวลาหมีเดินขึ้นเขา รอยเท้าของหมีจะขยายไปด้านหลังทำให้เหมือนรอยเท้าคนเลยดูเหมือนเป็นสัตว์สองขา"

นักเขียนนิตยสาร
"ไม่ใช่สัตว์จำพวกลิงเหรอครับ?"

นักวิชาการ
"มีคนเสนอว่ามันเป็นลิงดึกดำบรรพ์สปีชีส์หนึ่ง แต่ลิงสปีชีส์นั้นเดินสี่ขาไม่ใช่สองขา แล้วก็มีคนถ่ายรูปรอยข่วนเอาไว้ด้วย ชัดเจนเลยว่ามันเป็นรอยเล็บ"
[Dissolve]
ฉากภายนอก: ป่าทึบ ตอนเย็น
คณะสำรวจคณะใหม่แยกย้ายกันไปคนละเส้นทางภายในป่า ลูกทีมคนหนึ่งเห็นเงาตะคุ่มๆในดงไม้แล้วหายไปลูกทีมคนนั้นวิ่งตามเงาตะคุ่มๆนั้นไป คณะสำรวจทั้งหมดวิ่งตามไปจนกระทั่งถึงขอบผาแห่งหนึ่งและไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดๆเลย

หัวหน้าคณะสำรวจคณะใหม่
"มันคงตายไปแล้วล่ะ"

จบ

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565

The voice in the night (แปล)

 ภาษา

ดาวน์โหลด PDF

นาฬิกา

แก้ไข

ดาวน์โหลด EPUB

เสียงในตอนกลางคืน  (1907)  

โดย William Hope Hodgson

เสียงในคืน

แก้ไข

เป็นคืนที่มืดมิดไร้แสงดาว พวกเราสงบสติอารมณ์ในแปซิฟิกตอนเหนือ ฉันไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอนของเรา เพราะดวงอาทิตย์ถูกบดบังในระหว่างสัปดาห์ที่เหน็ดเหนื่อยและหายใจไม่ทั่วท้อง โดยหมอกควันบาง ๆ ซึ่งดูเหมือนจะลอยอยู่เหนือเรา สูงประมาณหัวเสากระโดงเรือของเรา ขณะร่อนลงมาปกคลุมทะเลโดยรอบ


เมื่อไม่มีลม เราจึงไถนาให้มั่นคง และฉันเป็นผู้ชายคนเดียวบนดาดฟ้าเรือ ลูกเรือซึ่งประกอบด้วยชายสองคนและเด็กชายหนึ่งคนกำลังนอนหลับอยู่ข้างหน้าในถ้ำของพวกเขา ในขณะที่วิล เพื่อนของฉันและเจ้านายของงานฝีมือเล็กๆ ของเรา อยู่ท้ายเรือในเตียงของเขาที่ฝั่งท่าเรือของห้องโดยสารเล็กๆ


ทันใดนั้นมีลูกเห็บตกลงมาจากความมืดโดยรอบ:


“เรือใบ เฮ้ย!”


เสียงร้องดังเกินคาดจนข้าพเจ้าตอบไม่ได้ในทันที เพราะความประหลาดใจของข้าพเจ้า


มันมาอีกครั้ง—เสียงในลำคอที่อยากรู้อยากเห็นและไร้มนุษยธรรม เรียกมาจากที่ไหนสักแห่งบนทะเลอันมืดมิดซึ่งอยู่ห่างออกไปจากท่าเรือของเรา:


“เรือใบ เฮ้ย!”


“ฮัลโหล!” ฉันร้องออกมา รวบรวมสติได้บ้างแล้ว "คุณคืออะไร? คุณต้องการอะไร?"


“คุณไม่ต้องกลัว” เสียงแปลก ๆ ตอบโดยอาจสังเกตเห็นร่องรอยของความสับสนในน้ำเสียงของฉัน “ฉันเป็นเพียงชายชราคนหนึ่ง”


การหยุดชั่วคราวฟังดูแปลก แต่หลังจากนั้นมันก็กลับมาหาฉันด้วยนัยสำคัญใดๆ


“แล้วทำไมไม่มาพร้อมกันล่ะ” ฉันถามค่อนข้างกระทันหัน เพราะฉันไม่ชอบที่เขาพูดเป็นนัยว่าฉันหวั่นไหวง่าย


“ฉัน—ฉัน—ทำไม่ได้ มันจะไม่ปลอดภัย ฉัน——” เสียงขาดช่วงและเงียบไป


"คุณหมายถึงอะไร?" ฉันถามด้วยความประหลาดใจมากขึ้นเรื่อยๆ “อะไรไม่ปลอดภัย? คุณอยู่ที่ไหน?"


ฉันฟังอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่มีคำตอบมา จากนั้น จู่ๆ ก็เกิดความสงสัยอย่างไม่รู้จบโดยไม่รู้ว่าอะไรมาถึงฉัน ฉันก้าวอย่างรวดเร็วไปที่ binnacle และหยิบตะเกียงที่จุดแล้วออกมา ในเวลาเดียวกัน ฉันใช้ส้นเท้าเคาะดาดฟ้าเพื่อปลุกวิล จากนั้นฉันก็กลับมาที่ด้านข้าง โยนช่องทางสีเหลืองของแสงออกไปที่ความเวิ้งว้างอันเงียบงันที่อยู่นอกทางรถไฟของเรา ขณะทำเช่นนั้น ข้าพเจ้าได้ยินเสียงร้องอู้อี้เล็กน้อย และจากนั้นก็มีเสียงน้ำกระเซ็นราวกับว่ามีคนเอาไม้จุ่มพายอย่างกะทันหัน แต่ฉันไม่สามารถพูดได้อย่างแน่นอนว่าฉันเห็นอะไร นอกจากข้าพเจ้าแล้ว ดูเหมือนว่าเมื่อแสงวาบแรกมีบางสิ่งอยู่บนผืนน้ำ ซึ่งบัดนี้ไม่มีสิ่งใดเลย


“ฮัลโหล นั่น!” ฉันโทร. “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”


แต่มีเพียงเสียงที่ไม่ชัดเจนของเรือที่ถูกดึงออกไปในตอนกลางคืน


จากนั้นฉันก็ได้ยินเสียงของ Will จากทิศทางของการวิ่งหนี:


“ว่าไงจอร์จ”


“มานี่ วิล!” ฉันพูดว่า.


"มันคืออะไร?" เขาถามขณะที่เดินผ่านดาดฟ้า


ฉันเล่าเรื่องแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง เขาถามคำถามหลายข้อ จากนั้น หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ยกมือขึ้นปิดปากแล้วพูดว่า:


“เรือ เฮ้ย!”


จากที่ไกลออกไปมีเสียงตอบรับตอบกลับมาเล็กน้อย และเพื่อนของข้าพเจ้าก็เรียกเขาซ้ำอีก ปัจจุบัน หลังจากเงียบไปชั่วครู่ เราก็เริ่มได้ยินเสียงอู้อี้ของไม้พายดังขึ้น ซึ่งวิลก็โห่ร้องอีกครั้ง


คราวนี้มีเสียงตอบกลับมาว่า “จงดับแสง”


“ฉันถูกสาปแช่งถ้าฉันจะ” ฉันพึมพำ; แต่วิลบอกให้ฉันทำตามเสียงสั่ง และฉันก็ผลักมันลงใต้ป้อมปราการ


“เข้ามาใกล้ ๆ สิ” เขาพูด และจังหวะพายก็ดำเนินต่อไป จากนั้นเมื่อเห็นได้ชัดว่าไกลออกไปประมาณครึ่งโหลพวกเขาก็หยุดอีกครั้ง


“มาด้วยกัน!” วิลอุทาน “ไม่มีอะไรต้องกลัวบนเรือที่นี่”


“สัญญาว่าจะไม่ฉายแสง?”


“คุณจะทำอะไร” ฉันโพล่งออกมา “คุณกลัวแสงจนแทบบ้า”


“เพราะ—” เริ่มเสียงและหยุดสั้น


"เพราะอะไร?" ฉันรีบถาม


จะวางมือบนไหล่ของฉัน “หุบปากสักครู่ ชายชรา” เขาพูดด้วยเสียงต่ำ “ให้ฉันจัดการกับเขา”


เขาเอนตัวมากกว่าราว


“ดูนี่สิ นาย” เขาพูด “นี่เป็นธุรกิจที่ค่อนข้างแปลก คุณมาหาเราแบบนี้ กลางมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีความสุข เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคุณกำลังทำกลอุบายแฮงกี้-แพนกี้ประเภทไหนอยู่? คุณบอกว่ามีคุณเพียงคนเดียว เราจะรู้ได้อย่างไร เว้นแต่เราจะเหล่ตามองคุณ—เอ๊ะ? คุณคัดค้านแสงอะไรล่ะ?”


เมื่อพูดจบ ข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงกรรเชียงอีก แล้วเสียงก็ดังขึ้น แต่ตอนนี้จากระยะไกลและฟังดูสิ้นหวังและน่าสมเพชอย่างยิ่ง


“ฉันขอโทษ ขอโทษ! ฉันจะไม่รบกวนคุณ แค่ฉันหิว และเธอก็เช่นกัน”


เสียงนั้นหายไปและเสียงของพายที่จุ่มลงอย่างผิดปกติเกิดขึ้นแก่เรา


"หยุด!" ร้องเพลงออกมาวิล “ฉันไม่ต้องการขับไล่คุณออกไป กลับมา! เราจะซ่อนแสงไว้ถ้าคุณไม่ชอบ”


เขาหันมาหาฉัน:


“มันโคตรแปลกเลย นี่มัน; แต่ฉันคิดว่าไม่มีอะไรต้องกลัวเหรอ?”


มีคำถามในน้ำเสียงของเขา และฉันก็ตอบกลับไป


“ไม่ ฉันคิดว่าปีศาจผู้น่าสงสารได้ถูกทำลายลงแล้วแถวๆ นี้ และบ้าไปแล้ว”


เสียงกรรเชียงเข้ามาใกล้


“ดันตะเกียงนั้นกลับเข้าไปข้างใน” วิลกล่าว จากนั้นเขาก็เอนกายลงเหนือรางและฟัง ฉันเปลี่ยนหลอดไฟและกลับมาที่ด้านข้างของเขา การจุ่มพายหยุดห่างออกไปหลายสิบหลา


“มาด้วยกันตอนนี้ไม่ได้เหรอ?” วิลถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันได้จุดตะเกียงกลับเข้าที่แล้ว”


“ฉัน—ฉันทำไม่ได้” เสียงตอบ “ไม่กล้าเข้าใกล้ ฉันไม่กล้าแม้แต่จะจ่ายเงินให้คุณสำหรับเสบียง”


“ไม่เป็นไร” วิลพูดและลังเล “ยินดีต้อนรับด้วงมากเท่าที่คุณจะรับได้—” เขาลังเลอีกครั้ง


“คุณดีมาก!” อุทานเสียง “ขอพระเจ้าผู้ทรงเข้าใจทุกสิ่งประทานบำเหน็จแก่ท่าน—” มันพูดเสียงแหบพร่า


“ท่านหญิง?” วิลพูดทันที "คือเธอ-"


“ฉันทิ้งเธอไว้ที่เกาะแล้ว” เสียงนั้นดังมา


“เกาะอะไร” ฉันตัดเข้า


“ฉันไม่รู้จักชื่อของมัน” เสียงตอบกลับมา “ฉันขอพระเจ้า—” มันเริ่มขึ้นและตรวจสอบตัวเองในทันที


“เราส่งเรือให้เธอไม่ได้หรือ” ถามถึงจุดนี้วิล


"ไม่!" น้ำเสียงนั้นเน้นเป็นพิเศษ "พระเจ้า! ไม่!" มีการหยุดชั่วคราว จากนั้นมันก็เสริมด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนเป็นการตำหนิที่สมควร:


“เพราะความต้องการของเรา ฉันกล้าเสี่ยง—เพราะความเจ็บปวดของเธอทรมานฉัน”


“ฉันเป็นสัตว์เดรัจฉานขี้ลืม!” วิลอุทาน “รอสักครู่ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ผมจะแจ้งบางอย่างให้คุณทันที”


ในสองสามนาทีเขาก็กลับมาอีกครั้ง และแขนของเขาเต็มไปด้วยของกินมากมาย เขาหยุดที่รางรถไฟ


“คุณมาเคียงข้างพวกเขาไม่ได้เหรอ” เขาถาม.


“ไม่—ฉันไม่กล้า” เสียงตอบกลับมา และสำหรับฉันแล้ว ดูเหมือนว่าฉันรับรู้ถึงบันทึกของความอยากที่ยับยั้งอยู่ในน้ำเสียง ราวกับว่าเจ้าของได้ปิดปากความปรารถนาของมนุษย์ ในชั่วพริบตา ฉันนึกขึ้นได้ว่าสัตว์ชราผู้น่าสงสารในความมืดกำลังทนทุกข์กับความต้องการที่แท้จริงสำหรับสิ่งที่วิลถืออยู่ในอ้อมแขนของเขา และถึงกระนั้น เพราะความหวาดกลัวบางอย่างที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้ จึงละเว้นจากการพุ่งไปที่ด้านข้างของเรือใบของเราและรับมันไว้ และด้วยความเชื่อมั่นที่เหมือนฟ้าแลบทำให้รู้ว่า Invisible ไม่ได้บ้า แต่กำลังเผชิญหน้ากับความสยองขวัญที่เกินทน


“ให้ตายเถอะวิล!” ฉันพูดด้วยความรู้สึกมากมายซึ่งครอบงำความเห็นอกเห็นใจอย่างมากมาย “รับกล่อง เราต้องลอยของไปให้เขาในนั้น”


เราทำสิ่งนี้โดยต้อนมันออกจากเรือออกไปในความมืดโดยใช้ขอเกี่ยวเรือ ในไม่กี่นาทีเสียงร้องเล็กน้อยจาก Invisible ก็มาถึงเรา และเรารู้ว่าเขาได้ยึดกล่องแล้ว


หลังจากนั้นไม่นานเขาก็กล่าวคำอำลากับเรา และให้พรอย่างจริงใจ ฉันแน่ใจว่าเราดีกว่าสำหรับคำอวยพรนี้ จากนั้นโดยไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป เราได้ยินเสียงพายเรือในความมืด


“เร็วๆ นี้” วิลเอ่ยขึ้น บางทีก็รู้สึกถึงอาการบาดเจ็บเล็กน้อย


“เดี๋ยวก่อน” ฉันตอบ “ฉันคิดว่าเขาจะกลับมา เขาต้องต้องการอาหารนั้นมากแน่ๆ”


“แล้วผู้หญิงล่ะ” วิลพูด เขาเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นเขาพูดต่อ:


“มันเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดที่ฉันเคยพบเจอตั้งแต่ฉันตกปลามา”


“ใช่” ฉันพูดและครุ่นคิด


และแล้วเวลาก็ล่วงเลยไป—อีกหนึ่งชั่วโมง อีกหนึ่งชั่วโมง และวิลยังคงอยู่กับฉัน เพราะการผจญภัยแปลกประหลาดได้ทำให้เขาหมดความปรารถนาที่จะหลับใหล


ชั่วโมงที่สามเป็นเวลาสามส่วนเมื่อเราได้ยินเสียงพายเรือข้ามมหาสมุทรที่เงียบงันอีกครั้ง


"ฟัง!" วิลพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นต่ำ


“เขากำลังมา เหมือนที่ฉันคิดไว้” ฉันพึมพำ


การจุ่มไม้พายใกล้เข้ามามากขึ้น และฉันสังเกตเห็นว่าจังหวะนั้นกระชับและยาวขึ้น อาหารเป็นสิ่งจำเป็น


พวกเขามาหยุดห่างจากฝั่งเล็กน้อย และเสียงแปลก ๆ ก็กลับมาหาเราอีกครั้งในความมืด:


“เรือใบ เฮ้ย!”


"นั่นคุณ?" ถามวิล


“ครับ” เสียงตอบ “ฉันจากคุณไปกะทันหัน แต่—แต่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง”


"ผู้หญิง?" ถามวิล


“ผู้หญิงคนนี้รู้สึกขอบคุณบนโลกนี้ เธอจะขอบคุณมากขึ้นในเร็ว ๆ นี้—ในสวรรค์”


วิลเริ่มตอบด้วยน้ำเสียงงุนงง แต่เกิดความสับสนและขาดช่วงไป ฉันไม่ได้พูดอะไร. ฉันสงสัยเมื่อหยุดสงสัย และนอกเหนือจากความสงสัยของฉันแล้ว ฉันยังเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างมาก


เสียงยังคง:


“เรา—เธอและฉันได้พูดคุยกัน เมื่อเราแบ่งปันผลลัพธ์ของความอ่อนโยนของพระเจ้าและของคุณ—”


จะแทรกแซง; แต่ไม่มีความสอดคล้องกัน


“ฉันขอร้องคุณอย่าดูแคลนการกระทำของคุณในการกุศลของคริสเตียนในคืนนี้” เสียงนั้นกล่าว “จงแน่ใจว่าสิ่งนั้นไม่รอดพ้นไปจากคำบอกกล่าวของพระองค์”


มันหยุดลงและเงียบไปหนึ่งนาทีเต็ม แล้วมันก็มาอีกครั้ง:


“เราได้พูดพร้อมกันเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแก่เรา เราคิดที่จะออกไปโดยไม่บอกใครถึงความสยดสยองที่เข้ามาในชีวิตของเรา เธออยู่กับฉันโดยเชื่อว่าเหตุการณ์ในคืนนี้อยู่ภายใต้กฎพิเศษ และเป็นความปรารถนาของพระเจ้าที่ให้เราบอกคุณถึงสิ่งที่เราต้องทนทุกข์ทรมานตั้งแต่นั้นมา—ตั้งแต่—”


"ใช่?" วิลพูดเบาๆ


“ตั้งแต่การจมของอัลบาทรอส”


"อา!" ฉันอุทานโดยไม่ตั้งใจ “เธอออกจากนิวคาสเซิลเพื่อ 'Frisco เมื่อหกเดือนก่อน และไม่เคยได้ยินเรื่องนี้อีกเลยตั้งแต่นั้นมา”


“ครับ” เสียงตอบ “แต่ไม่กี่องศาทางตอนเหนือของแนว เธอถูกพายุร้ายพัดจนพังยับเยิน เมื่อถึงวัน พบว่าเรือรั่วไหลไม่ดี และขณะนี้น้ำสงบลง กะลาสีจึงลงเรือ ออกไป ทิ้งหญิงสาว คู่หมั้นของฉัน และตัวฉันไว้บนซากเรือ


“เราอยู่ด้านล่าง รวบรวมข้าวของสองสามอย่าง เมื่อพวกเขาจากไป พวกมันดูแข็งกระด้างด้วยความกลัว และเมื่อเราขึ้นมาบนดาดฟ้า เราเห็นพวกมันเป็นเพียงรูปร่างเล็กๆ อยู่ไกลๆ บนขอบฟ้า ถึงกระนั้นเราก็ไม่สิ้นหวังแต่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานสร้างแพเล็กๆ ในเรื่องนี้ เราใส่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่จะถือได้ รวมทั้งปริมาณน้ำและบิสกิตของเรือบางลำ จากนั้นเมื่อเรืออยู่ในน้ำลึกมากเราก็ขึ้นไปบนแพแล้วผลักออก


“ต่อมา เมื่อข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่าดูเหมือนเราขวางทางกระแสน้ำหรือกระแสน้ำ ซึ่งทำมุมเอียงเข้าหาตัวเราจากเรือ ดังนั้นในเวลาสามชั่วโมงโดยนาฬิกาของฉัน ตัวเรือของเธอก็มองไม่เห็นด้วยสายตาของเรา เสากระโดงเรือที่หักของเธอยังคงมองเห็นได้เป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน จากนั้นในตอนเย็นมีหมอกหนาขึ้นและตลอดทั้งคืน วันรุ่งขึ้นเรายังมีหมอกปกคลุม อากาศยังคงเงียบสงบ


“เราล่องลอยอยู่ในหมอกควันแปลกๆ นี้เป็นเวลาสี่วัน จนกระทั่งในตอนเย็นของวันที่สี่ มีเสียงบ่นของเบรกเกอร์ดังขึ้นที่หูของเราในระยะไกล มันค่อยๆ ชัดเจนขึ้น และหลังจากเที่ยงคืนไปสักระยะ ดูเหมือนว่าจะได้ยินเสียงที่มือทั้งสองข้างโดยไม่มีที่ว่างมากนัก แพถูกยกขึ้นบนคลื่นหลายครั้ง และจากนั้นเราก็อยู่ในน้ำที่เรียบ และมีเสียงเบรกเกอร์ดังอยู่ข้างหลัง


“ครั้นรุ่งเช้า เราพบว่าอยู่ในบึงใหญ่แห่งหนึ่ง แต่สิ่งนี้เราสังเกตเห็นเพียงเล็กน้อยในเวลานั้น ในระยะประชิดข้างหน้าเรา ผ่านหมอกที่ปกคลุม ลำเรือลำใหญ่ปรากฏให้เห็น ด้วยความเห็นพ้องต้องกัน เราคุกเข่าลงและขอบคุณพระเจ้า เพราะเราคิดว่านี่คือจุดสิ้นสุดของอันตรายของเรา เราต้องเรียนรู้อีกมาก


“แพนั้นเข้ามาใกล้เรือและเราตะโกนให้พวกเขาพาเราขึ้นเรือ แต่ไม่มีใครตอบ ขณะนั้นแพแตะข้างเรือ เห็นเชือกห้อยลงมา ข้าพเจ้าจึงจับมันแล้วเริ่มปีนขึ้นไป ถึงกระนั้นฉันก็กังวลใจมากที่จะขึ้นไป เพราะเห็ดราตะไคร่สีเทาชนิดหนึ่งเกาะอยู่บนเชือก และทำให้ด้านข้างของเรือมีรอยด่างพร้อย


“ฉันไปถึงรางและปีนขึ้นไปบนดาดฟ้า ที่นี่ฉันเห็นว่าดาดฟ้าถูกปกคลุมเป็นหย่อม ๆ มีมวลสีเทา บางชิ้นขึ้นไปเป็นก้อนกลมสูงหลายฟุต แต่ตอนนั้นฉันคิดถึงเรื่องนี้น้อยกว่าความเป็นไปได้ที่จะมีคนอยู่บนเรือ ฉันตะโกน; แต่ไม่มีใครตอบ จากนั้นฉันก็ไปที่ประตูด้านล่างดาดฟ้าคนเซ่อ ฉันเปิดมันและมองเข้าไป มีกลิ่นอับมาก จนฉันรู้ในทันทีว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ภายใน และด้วยความรู้ ฉันจึงปิดประตูอย่างรวดเร็ว เพราะฉันรู้สึกเหงาขึ้นมาทันที


“ฉันกลับไปที่ด้านที่ฉันตะเกียกตะกายขึ้นมา ที่รักของฉันยังคงนั่งอยู่บนแพเงียบๆ เห็นข้าพเจ้าก้มลงดูจึงร้องเรียกให้ทราบว่ามีเรือลำนี้อยู่หรือไม่ ข้าพเจ้าตอบว่าเรือลำนั้นดูเหมือนถูกทิ้งร้างมานาน แต่ถ้านางรออีกสักนิด ข้าจะดูว่ามีอะไรรูปร่างคล้ายบันไดซึ่งนางสามารถขึ้นไปบนดาดฟ้าได้หรือไม่ จากนั้นเราจะทำการค้นหาในเรือด้วยกัน หลังจากนั้นไม่นาน ที่ฝั่งตรงข้ามของดาดฟ้า ฉันพบบันไดเชือกด้านข้าง ฉันแบกสิ่งนี้ไว้ และหนึ่งนาทีต่อมา เธอก็อยู่ข้างๆ ฉัน


“เราร่วมกันสำรวจห้องโดยสารและอพาร์ตเมนต์ในส่วนหลังของเรือ แต่ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตที่ไหนเลย ที่นี่และที่นั่น ภายในห้องโดยสารเอง เราพบเชื้อราแปลกปลอมเป็นหย่อมๆ แต่สิ่งนี้ตามที่คนรักของฉันพูดสามารถชำระล้างได้


“ในท้ายที่สุด เมื่อมั่นใจว่าส่วนท้ายของภาชนะนั้นว่างเปล่า เราจึงเลือกทางไปที่คันชัก ระหว่างก้อนสีเทาน่าเกลียดของการเติบโตที่แปลกประหลาดนั้น และที่นี่เราได้ค้นหาเพิ่มเติมซึ่งบอกเราว่าไม่มีใครอยู่บนเรือเลยนอกจากตัวเราเอง


“ตอนนี้ไม่ต้องสงสัยเลย เรากลับไปที่ท้ายเรือและดำเนินการให้ตัวเองสบายที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราร่วมกันเคลียร์และทำความสะอาดกระท่อมสองหลัง หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ตรวจสอบดูว่าในเรือมีอะไรกินได้บ้าง ในไม่ช้าฉันก็พบว่าเป็นเช่นนั้น และขอบคุณพระเจ้าในใจสำหรับความดีของพระองค์ นอกจากนี้ ฉันได้ค้นพบที่อยู่ของปั๊มน้ำจืด และหลังจากแก้ไขแล้ว ฉันพบว่าน้ำนั้นดื่มได้ แม้ว่ารสชาติจะไม่ค่อยดีนัก


“เราอยู่บนเรือเป็นเวลาหลายวันโดยไม่ได้พยายามขึ้นฝั่ง เราทำงานกันอย่างขะมักเขม้นในการทำให้สถานที่นี้น่าอยู่ ถึงกระนั้นเราก็ตระหนักได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าที่ดินของเราไม่เป็นที่ต้องการมากกว่าที่คิดไว้ แม้ว่าในขั้นแรก เราได้ขูดรอยเติบโตแปลกๆ ที่ปูพื้นและผนังของห้องโดยสารและห้องโดยสารออกไป แต่พวกมันก็กลับมาเกือบเป็นขนาดเดิมภายในเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งไม่เพียงทำให้เราท้อถอย แต่ทำให้เรามีความรู้สึกไม่สบายใจอย่างคลุมเครือ


“เรายังคงไม่ยอมรับว่าตัวเองถูกทุบตี ดังนั้นจงตั้งหน้าตั้งตาทำงานใหม่ ไม่ใช่แค่ขูดเชื้อราออกเท่านั้น แต่ยังแช่ส่วนที่มันเคยมีด้วยคาร์บอลิก ซึ่งเต็มไปด้วยกระป๋องที่ฉันพบในตู้กับข้าว ถึงกระนั้นเมื่อสิ้นสัปดาห์การเจริญเติบโตก็กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ และนอกจากนี้ยังแพร่กระจายไปยังที่อื่น ราวกับว่าการสัมผัสของเราทำให้เชื้อโรคจากมันเดินทางไปที่อื่นได้


“ในเช้าวันที่เจ็ด ที่รักของฉันตื่นขึ้นมาและพบว่ามีรอยเล็กๆ งอกขึ้นบนหมอนใกล้กับใบหน้าของเธอ ทันใดนั้น นางก็มาหาข้าพเจ้าทันทีที่สามารถเอาเสื้อผ้ามาสวมให้นางได้ ฉันอยู่ในห้องครัวในขณะที่จุดไฟสำหรับอาหารเช้า


“มานี่สิ จอห์น” เธอพูด แล้วพาฉันลงเรือ เมื่อฉันเห็นสิ่งที่อยู่บนหมอนของเธอฉันก็ตัวสั่นและจากนั้นเราก็ตกลงที่จะออกจากเรือทันทีและดูว่าเราไม่สามารถทำให้ตัวเองสบายขึ้นบนฝั่งได้หรือไม่


“เรารีบรวบรวมข้าวของที่มีอยู่น้อยนิด และในบรรดาสิ่งเหล่านี้ ฉันพบว่าเชื้อรากำลังทำงาน เพราะผ้าคลุมไหล่ผืนหนึ่งของเธอมีก้อนเล็ก ๆ งอกขึ้นใกล้กับขอบด้านหนึ่ง ฉันโยนของทั้งหมดไปด้านข้างโดยไม่พูดอะไรกับเธอ


“แพยังคงอยู่ข้าง ๆ แต่มันเงอะงะเกินกว่าจะนำทาง ฉันลดเรือลำเล็กที่ห้อยอยู่ท้ายเรือลง และด้วยวิธีนี้เราก็ไปถึงฝั่ง ถึงกระนั้น เมื่อเราเข้าใกล้มัน ฉันก็ค่อย ๆ ตระหนักว่าที่นี่มีเชื้อราชั่วร้ายซึ่งขับไล่เราออกจากเรือ กำลังก่อการจลาจล ในที่ต่างๆ มันลุกขึ้นเป็นเนินที่น่าสยดสยองและน่าอัศจรรย์ ซึ่งดูเหมือนจะสั่นไหวราวกับมีชีวิตที่เงียบสงบเมื่อลมพัดผ่านพวกเขา ที่นี่และที่นั่นมีรูปแบบของนิ้วที่กว้างใหญ่และที่อื่น ๆ มันก็แผ่ออกแบนเรียบและทรยศ สถานที่แปลก ๆ มันปรากฏเป็นต้นไม้แคระแกร็นที่แปลกประหลาด ดูหงิกงอและตะปุ่มตะป่ำเป็นพิเศษ—ทั้งต้นสั่นสะเทือนอย่างชั่วร้ายในบางครั้ง


“ในตอนแรก ดูเหมือนว่าไม่มีส่วนใดของชายฝั่งโดยรอบที่ไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้ฝูงตะไคร่ที่น่ากลัว ถึงกระนั้น ฉันพบว่าเราคิดผิด ในเวลาต่อมา แล่นไปตามชายฝั่งในระยะทางเล็กน้อย เราพรรณนาถึงผืนทรายขาวเนียนซึ่งดูเหมือนเป็นทรายละเอียด และเราก็ลงจอดที่นั่น มันไม่ใช่ทราย มันคืออะไรฉันไม่รู้ ทั้งหมดที่ฉันสังเกตเห็นคือเชื้อราจะไม่เติบโต ในขณะที่ที่อื่น ยกเว้นที่ที่มีดินทรายเดินเพ่นพ่านอย่างแปลกประหลาด ฉลาดหลักแหลม ท่ามกลางความอ้างว้างสีเทาของตะไคร่ ไม่มีอะไรนอกจากความสีเทาอันน่าชิงชัง


“เป็นเรื่องยากที่จะทำให้คุณเข้าใจว่าเราดีใจแค่ไหนที่ได้พบสถานที่แห่งหนึ่งที่ปราศจากความเจริญโดยสิ้นเชิง และที่นี่เราได้ฝากข้าวของของเราไว้ จากนั้นเราก็กลับไปที่เรือเพื่อไปหาของที่จำเป็นสำหรับเรา เหนือสิ่งอื่นใด ฉันสามารถนำใบเรือใบหนึ่งขึ้นฝั่งได้ ซึ่งฉันได้สร้างเต็นท์เล็กๆ สองหลัง ซึ่งแม้ว่าจะมีรูปร่างหยาบกระด้างมาก แต่ก็ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ ในสิ่งเหล่านี้เราอาศัยและสะสมสิ่งจำเป็นต่าง ๆ ของเรา ดังนั้นประมาณสี่สัปดาห์ทุกอย่างจึงดำเนินไปอย่างราบรื่นและไม่มีความทุกข์เป็นพิเศษ อันที่จริง ฉันอาจพูดด้วยความสุขมาก—เพราะ—เพราะเราอยู่ด้วยกัน


“นิ้วหัวแม่มือข้างขวาของเธอแสดงให้เห็นการเติบโตครั้งแรก มันเป็นเพียงจุดกลมๆ เล็กๆ เหมือนไฝสีเทาเล็กๆ พระเจ้า! ความกลัวแล่นเข้ามาในหัวใจของฉันเมื่อเธอพาฉันไปที่ไหน เราทำความสะอาดมัน ระหว่างเรา ล้างมันด้วยคาร์บอลิกและน้ำ รุ่งเช้าของวันต่อมา นางยื่นมือมาให้ข้าพเจ้าดูอีกครั้ง สิ่งที่กระปมกระเปาสีเทากลับมาแล้ว เรามองหน้ากันเงียบๆ สักพัก จากนั้นเราเริ่มใหม่อีกครั้งเพื่อลบมัน ในระหว่างการผ่าตัด จู่ๆ เธอก็พูดขึ้นมา


“ 'อะไรอยู่บนใบหน้าของคุณ ที่รัก?' เสียงของเธอแหลมด้วยความวิตกกังวล ฉันยกมือขึ้นเพื่อสัมผัส


" 'ที่นั่น! ใต้ผมข้างหู ไปข้างหน้าเล็กน้อย ' นิ้วของฉันวางอยู่ตรงนั้น แล้วฉันก็รู้


“ 'ให้เราทำนิ้วหัวแม่มือของคุณให้เสร็จก่อน' ฉันพูด และเธอก็ยอมเพียงเพราะกลัวที่จะแตะต้องฉันจนกว่าจะสะอาด ฉันล้างและฆ่าเชื้อนิ้วหัวแม่มือของเธอเสร็จแล้ว จากนั้นเธอก็หันหน้ามาหาฉัน เสร็จแล้วก็นั่งคุยกันหลายสิ่งหลายอย่าง เพราะมีความคิดที่น่ากลัวมากเข้ามาในชีวิตเราอย่างกะทันหัน เราต่างก็กลัวสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตายในทันที เราพูดถึงการบรรทุกเสบียงอาหารและน้ำลงเรือ และออกเดินทางสู่ทะเล ถึงกระนั้นเราก็หมดหนทางด้วยหลายสาเหตุ และ—และการเติบโตได้โจมตีเราแล้ว เราตัดสินใจที่จะอยู่ พระเจ้าจะทำกับเราตามพระประสงค์ของพระองค์ เราจะรอ


“หนึ่งเดือน สองเดือน สามเดือนผ่านไป สถานที่ก็เจริญขึ้นบ้าง แล้วก็มีที่อื่นมา ถึงกระนั้นเราก็ต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายด้วยความกลัวว่าความคืบหน้าของมันนั้นช้าแต่พูดโดยเปรียบเทียบ


“บางครั้งเราก็ลงเรือไปหาร้านค้าตามที่เราต้องการ ที่นั่นเราพบว่าเชื้อราเติบโตอย่างต่อเนื่อง ก้อนหนึ่งบนดาดฟ้าหลักก็สูงเท่าหัวของฉันในไม่ช้า


“ตอนนี้เราได้ล้มเลิกความคิดหรือความหวังที่จะออกจากเกาะแล้ว เราตระหนักดีว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ไปอยู่ท่ามกลางมนุษย์ที่มีสุขภาพดีพร้อมกับสิ่งที่เราต้องทนทุกข์ทรมาน


“ด้วยความมุ่งมั่นและความรู้ในจิตใจของเรา เรารู้ว่าเราควรจะต้องจัดหาอาหารและน้ำให้สามี เพราะตอนนั้นเราไม่รู้ แต่รู้ว่าน่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกหลายปี


“สิ่งนี้ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงว่าข้าพเจ้าเคยบอกท่านว่าข้าพเจ้าแก่แล้ว ตัดสินโดยปีนี้ไม่เป็นเช่นนั้น แต่—แต่—”


เขาหยุด; จากนั้นดำเนินต่อไปอย่างกะทันหัน:


“อย่างที่ฉันบอก เรารู้ว่าเราควรต้องระมัดระวังในเรื่องของอาหารการกิน แต่เราไม่รู้ว่ามีอาหารเหลืออยู่เพียงน้อยนิดที่ต้องดูแล หนึ่งสัปดาห์ต่อมาฉันค้นพบว่าถังขนมปังอื่นๆ ทั้งหมด—ซึ่งฉันควรจะเต็ม—ว่างเปล่า และนั่น (นอกเหนือจากกระป๋องผักและเนื้อแปลก ๆ และเรื่องอื่น ๆ) เราไม่มีอะไรจะพึ่งพา แต่ขนมปังในถังซึ่งข้าพเจ้าได้เปิดออกแล้ว


“หลังจากเรียนรู้สิ่งนี้ ฉันก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำเท่าที่ทำได้ และเริ่มทำงานตกปลาในทะเลสาบ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เมื่อทำเช่นนี้ฉันรู้สึกค่อนข้างสิ้นหวังจนกระทั่งฉันมีความคิดที่จะลองนอกทะเลสาบในทะเลเปิด


“ที่นี่ บางครั้งฉันจับปลาแปลกๆ ได้ แต่ไม่บ่อยนักที่พวกมันพิสูจน์ได้ว่าช่วยเราเพียงเล็กน้อยจากความหิวโหยที่คุกคาม สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ดูเหมือนว่าความตายของเราน่าจะมาจากความหิวโหย ไม่ใช่จากการเจริญเติบโตของสิ่งที่ยึดร่างกายของเรา


“เราอยู่ในสภาพจิตใจเช่นนี้เมื่อเดือนที่สี่หมดลง จากนั้นฉันก็ค้นพบสิ่งที่น่ากลัวมาก เช้าวันหนึ่งก่อนเที่ยงเล็กน้อย ฉันลงจากเรือพร้อมกับขนมปังกรอบที่เหลืออยู่ ในปากเต็นท์ของเธอฉันเห็นที่รักของฉันนั่งกินอะไรอยู่


“ 'มันคืออะไรที่รักของฉัน?' ฉันร้องเรียกขณะที่ฉันกระโดดขึ้นฝั่ง ถึงกระนั้น เมื่อได้ยินเสียงของฉัน เธอดูสับสน และหมุนตัว โยนบางสิ่งอย่างเจ้าเล่ห์ไปทางขอบของสำนักหักบัญชีเล็กน้อย มันสั้นลงและมีความสงสัยคลุมเครือเกิดขึ้นในตัวฉัน ฉันเดินข้ามไปหยิบมันขึ้นมา มันเป็นชิ้นส่วนของเชื้อราสีเทา


“ในขณะที่ฉันเดินไปหาเธอพร้อมกับถือมันไว้ เธอก็กลายเป็นคนซีดเซียว จากนั้นเป็นสีแดงกุหลาบ


“ฉันรู้สึกมึนงงและหวาดกลัวอย่างประหลาด


" 'ที่รักของฉัน! ที่รักของฉัน!' ฉันพูดและไม่สามารถพูดอะไรได้อีก แต่ด้วยคำพูดของฉัน เธอก็ทรุดลงและร้องไห้อย่างขมขื่น ขณะที่เธอสงบสติอารมณ์ลง ฉันได้ข่าวจากเธอว่าเธอได้ลองใช้เมื่อวันก่อนแล้ว และ—และชอบมัน ฉันให้เธอคุกเข่าสัญญาว่าจะไม่แตะต้องมันอีก แม้ว่าเราจะหิวโหยมากแค่ไหนก็ตาม หลังจากที่เธอรับปากแล้ว เธอบอกฉันว่าความปรารถนานั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน และจนกระทั่งถึงช่วงเวลาแห่งความปรารถนา เธอไม่เคยได้รับประสบการณ์ใดๆ เลยนอกจากความรู้สึกรังเกียจอย่างที่สุด


“วันต่อมา รู้สึกกระสับกระส่ายอย่างประหลาดและหวั่นไหวอย่างมากกับสิ่งที่ฉันค้นพบ ฉันเดินไปตามเส้นทางที่คดเคี้ยวเส้นหนึ่ง ซึ่งก่อตัวขึ้นจากสารสีขาวคล้ายทราย ซึ่งนำไปสู่การเจริญเติบโตของเชื้อรา เมื่อก่อนฉันเคยไปที่นั่น แต่ไม่ไกลมาก ครั้งนี้ ฉันคิดไปไกลกว่าที่เคยเป็นมา


“ทันใดนั้น ฉันถูกเรียกด้วยเสียงแหบแปลกๆ ทางด้านซ้ายของฉัน ฉันหันไปอย่างรวดเร็ว ฉันเห็นว่ามีการเคลื่อนไหวท่ามกลางกลุ่มเชื้อรารูปร่างพิเศษใกล้กับข้อศอกของฉัน มันแกว่งไปมาอย่างไม่สบายใจราวกับว่ามันมีชีวิตของมันเอง ทันใดนั้น ขณะที่ฉันจ้องมอง ความคิดก็แวบเข้ามาหาฉันว่าสิ่งนั้นมีความคล้ายคลึงอย่างน่าประหลาดกับร่างของมนุษย์ที่บิดเบี้ยว แม้ในขณะที่ความคิดเพ้อฝันแวบเข้ามาในสมองของฉัน ก็มีเสียงน้ำตาไหลออกมาเล็กน้อยและน่าสะอิดสะเอียน และฉันเห็นว่าแขนที่เหมือนกิ่งก้านข้างหนึ่งกำลังแยกตัวออกจากมวลสีเทารอบๆ และเข้ามาหาฉัน หัวของสิ่งนั้น—ลูกบอลสีเทาไร้รูปร่าง เอียงมาทางฉัน ฉันยืนอย่างโง่เขลาและแขนที่ชั่วร้ายก็ปัดผ่านใบหน้าของฉัน ฉันส่งเสียงร้องด้วยความกลัวและวิ่งกลับไปสองสามก้าว มีรสหวานที่ริมฝีปากของฉันเมื่อสิ่งนั้นสัมผัสฉัน ฉันเลียพวกเขา และเต็มไปด้วยความปรารถนาอันไร้มนุษยธรรมในทันที ฉันหันไปและจับเชื้อราจำนวนมาก จากนั้นมากขึ้นและมากขึ้น ฉันไม่รู้จักพอ ท่ามกลางการกลืนกิน ความทรงจำของการค้นพบเมื่อเช้าก็แล่นเข้ามาในสมองอันมึนงงของฉัน มันถูกส่งมาโดยพระเจ้า ฉันโยนเศษที่ฉันถือไว้ลงกับพื้น จากนั้น ด้วยความเศร้าโศกอย่างที่สุดและความรู้สึกผิดอันน่าสะพรึงกลัว ข้าพเจ้าจึงเดินทางกลับไปยังค่ายเล็กๆ


“ฉันคิดว่าเธอรู้ด้วยสัญชาตญาณอันน่าอัศจรรย์บางอย่างซึ่งความรักจะต้องมอบให้ ทันทีที่เธอจ้องมาที่ฉัน ความเห็นอกเห็นใจเงียบๆ ของเธอทำให้ฉันง่ายขึ้น และฉันบอกเธอถึงความอ่อนแออย่างกะทันหันของฉัน แต่ไม่ต้องพูดถึงสิ่งพิเศษที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ฉันต้องการที่จะละเว้นความหวาดกลัวที่ไม่จำเป็นทั้งหมดของเธอ


“แต่สำหรับตัวฉันเอง ฉันได้เพิ่มความรู้ที่ไม่สามารถทนได้ เพื่อสร้างความหวาดกลัวไม่หยุดหย่อนในสมองของฉัน เพราะข้าพเจ้าไม่สงสัยเลย แต่ข้าพเจ้าได้เห็นจุดจบของชายคนหนึ่งซึ่งมาถึงเกาะในเรือในทะเลสาบ และในตอนจบอันน่าสยดสยองนั้น ฉันได้เห็นตัวตนของเรา


“หลังจากนั้นเราก็งดอาหารอันน่าชิงชัง แม้ว่าความอยากอาหารนั้นจะเข้าสู่สายเลือดของเราแล้วก็ตาม ถึงกระนั้นการลงโทษอันน่าสยดสยองก็ตกอยู่กับเรา เพราะวันแล้ววันเล่าด้วยความรวดเร็วอย่างน่าประหลาด การเจริญเติบโตของเชื้อราเข้ายึดร่างกายที่น่าสงสารของเรา ไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้ที่จะตรวจสอบมันในเชิงวัตถุ และดังนั้น—และดังนั้น—เราที่เคยเป็นมนุษย์ก็กลายเป็น—เอาล่ะ มันมีความสำคัญน้อยลงทุกวัน มีเพียงเราเท่านั้นที่เป็นชายและหญิง!


“และนับวันการต่อสู้ก็ยิ่งน่ากลัวขึ้น เพื่อต่อต้านความหิวกระหายตะไคร่ที่น่ากลัว


“เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเรากินบิสกิตชิ้นสุดท้าย และตั้งแต่นั้นมาฉันก็จับปลาได้สามตัว ฉันออกไปตกปลาที่นี่คืนนี้ เมื่อเรือใบของคุณลอยมาที่ฉันจากหมอก ฉันทักทายคุณ คุณรู้จักส่วนที่เหลือ และขอพระเจ้าจากใจอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ อวยพรคุณสำหรับความดีของคุณที่มีต่อคนยากจนสองสามคนที่ถูกทอดทิ้ง”


มีการจุ่มของพาย—อีกอันหนึ่ง จากนั้นเสียงก็ดังขึ้นอีกครั้งและเป็นครั้งสุดท้าย เปล่งเสียงผ่านหมอกเล็กน้อยรอบๆ อย่างน่ากลัวและโศกเศร้า


"ขอให้พระเจ้าคุ้มครอง! ลาก่อน!"


“ลาก่อน” เราตะโกนด้วยเสียงแหบพร่า หัวใจของเราเต็มไปด้วยอารมณ์มากมาย


ฉันเหลือบมองเกี่ยวกับฉัน ฉันตระหนักว่ารุ่งอรุณมาถึงเราแล้ว


ดวงอาทิตย์เหวี่ยงลำแสงที่หลงทางข้ามทะเลที่ซ่อนอยู่ เจาะหมอกทึบและจุดเรือถอยด้วยไฟที่มืดมน ฉันเห็นอะไรบางอย่างผงกหัวอยู่ระหว่างไม้พาย ฉันนึกถึงฟองน้ำ—ฟองน้ำสีเทาขนาดใหญ่ที่ผงกหัว—พายยังคงแล่นต่อไป พวกเขาเป็นสีเทา—เช่นเดียวกับเรือ—และสายตาของฉันก็ค้นหาการประสานกันของมือและพายอยู่ครู่หนึ่งอย่างไร้ประโยชน์ การจ้องมองของฉันย้อนกลับไปที่—หัว มันผงกหัวไปข้างหน้าขณะที่พายถอยหลังเพื่อจังหวะ จากนั้นพายก็จุ่มลง เรือพุ่งออกจากแสง และ—สิ่งนั้นก็ผงกหัวเข้าไปในหมอก

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565

บทหนังสัตว์ประหลาดเมฆ สัตว์ประหลาดฝน โคโลยูโดะ อารัมภบท

 บทหนังสัตว์ประหลาดเมฆ สัตว์ประหลาดฝน โคโลยูโดะ ภาค0 อารัมภบท

ผู้เขียนบท: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

ฉากต่อเนื่อง
ชายหนุ่มที่ชื่อเกมกำลังคุยกับผู้ชายชื่ออั้มผ่านทางโทรศัพท์ในห้องนั่งเล่นของตน

อั้ม(เสียงในโทรศัพท์)
"บ้านนายฝนตกไหมน่ะ?"

เกม
"ตก ตกหนักเลยด้วย"

อั้ม(เสียงในโทรศัพท์)
"เออ งั้นแค่นี้นะ"

เกม
"แล้วโทรมาทำไมฟะ!?"

หลังจากอั้มวางสายไปเกมก็เดินไปปิดไฟห้องนั่งเล่นเดินเข้าห้องนอนที่ไม่ได้เปิดไฟไว้ปิดประตูห้องนอนเก็บโทรศัพท์จากนั้นนอนลงบนที่นอนแล้วหลับไป
พอรุ่งเช้า โทรศัพท์ของเกมดังขึ้น เกมตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์

เกม
"ฮัลโหล"

พี่สาวของอั้ม(เสียงในโทรศัพท์)
"อั้มตายแล้ว"

เกม
"อะไรนะครับ!?!"
ฉากภายนอก: บ้านของอั้ม ตอนเช้า
เกมเดินมาถึงบ้านของอั้ม เห็นพี่สาวของอั้มเดินออกมา

เกม
"เขาตายตอนไหนน่ะ?"

พี่สาวของอั้ม
"พี่เจอศพเขาเมื่อเช้า ศพอยู่ในแอ่งน้ำมีเลือดด้วย ตำรวจรับศพไปชันสูตรแล้ว"

แล้วพี่สาวของอั้มก็พาเกมเดินไปที่แอ่งน้ำแอ่งหนึ่ง มีน้ำสีแดงปริมาณขนาดข้อนิ้วเดียวอยู่ในแอ่งนั้น

พี่สาวของอั้ม
"เขานอนคว่ำหน้าอยู่ในแอ่งนี้"

มีใบไม้ใบหนึ่งปลิวลงไปในแอ่งน้ำจุ่มลงในน้ำสีแดงแล้วใบไม้ใบนั้นก็เริ่มแห้งเหมือนถูกวางไว้บนเตาไฟแล้วก็จมลงไปในน้ำสีแดงจนใบไม้หายไปจากน้ำสีแดงทำให้เกมกับพี่สาวของอั้มตกใจกับภาพที่เห็น พี่สาวของอั้มกำลังใช้มือสัมผัสกับน้ำสีแดงเกมจับมือของพี่สาวของอั้มห้ามไว้ได้ทัน

เกม
"แตะไม่ได้ครับ"

เกมหยิบขวดน้ำดื่มออกมาเทน้ำออกจนหมดใช้ฝาขวดน้ำตักน้ำสีแดงเทใส่ลงในขวดน้ำแล้วปิดฝาไว้

เกม
"อย่าเข้าใกล้ อย่าเดิน อย่าแตะ อย่าเหยียบแอ่งน้ำนี้นะครับ อย่าไปยุ่งกับมันเลยดีกว่า"

แล้วเกมก็เดินจากพี่สาวของอั้มไป
ฉากต่อเนื่อง
ภายในห้องนั่งเล่น บ้านของเกม
เกมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก

เกม
"ฮัลโหล อยู่ไหม?"
"มาที่บ้านหน่อยได้ไหม?"
"เออๆ"

จากนั้นก็มีชายหนุ่มชื่อเวฟเดินเข้ามา เกมโชว์ขวดน้ำที่เก็บน้ำสีแดงไว้ให้เวฟดู

เกม
"อั้มตายในแอ่งน้ำ ฉันเก็บไอ้นี่ได้จากแอ่งน้ำที่อั้มตาย"

เวฟ
"เลือดอั้มเหรอ?"

เกม
"ไม่ใช่หรอก"

เกมเทน้ำสีแดงออกจากขวดลงในขันโลหะแล้วเกมก็หยิบใบไม้ใส่ลงไปในน้ำสีแดง ใบไม้เหี่ยวหมดทั้งใบแล้วจมลงไปในน้ำสีแดงแล้วใบไม้ก็หายไปจากน้ำสีแดง

เวฟ
"เริ่มเหมือนหนังสยองขวัญ"

เกม
"เออ เหมือน"

เวฟ
"ของจริงเหรอเนี่ย?"

เกม
"จริง"

เวฟ
"แล้วทำไมไม่ทำเรื่องนี้ที่แล็ปล่ะ?"

เกมเอียงคอมองหน้าเวฟ

เวฟ
"เออ ลืมไป แล็ปพวกเราโดนปิดไปแล้วนี่หว่า"
"มันคืออะไร?"

เกม
"ไม่ใช่เลือดอั้ม ไม่ใช่น้ำหวานใส่น้ำแข็งใสก็แล้วกัน ว่างค้างคืนสองสามคืนไหมล่ะ?"

เวฟ
"ค้างได้อยู่แล้ว ค้างนานกว่านั้นก็ได้ เดี๋ยวไปเอาของก่อน"

แล้วเวฟก็เดินออกจากห้องไป เกมเอาขันน้ำสีแดงไปแช่ในช่องฟรีซตู้เย็น แล้วเกมก็เดินไปเปิดทีวีดูไปเรื่อยๆ
[Dissolve]
เวฟเดินเข้ามาในห้องพร้อมกระเป๋าเป้หนึ่งใบและกระเป๋าถืออีกหนึ่งใบ

เกม
"มีห้องนอนว่างอยู่ห้องนึง เอาของไปไว้ในนั้นเลย"

แล้วเกมก็เดินพาเวฟไปห้องนอน วางกระเป๋าไว้ในนั้นแล้วเดินออกมาจากห้องนอน เกมเดินไปที่ตู้เย็นเวฟเดินตามเกมไป เกมเปิดช่องฟรีซเอาขันออกมา เวฟกับเกมมองดูน้ำสีแดงที่อยู่ในขัน

เกม
"เฮ้ย"

น้ำสีแดงในขันยังเป็นของเหลวมีเพียงสะเก็ดน้ำแข็งเกาะเท่านั้น

เวฟ
"เกม ฉันว่าเรื่องนี้เราซวยแล้วล่ะ"

เกม
"จำที่จอห์นนี่พูดได้ไหม?"

เวฟ
"เรื่องไหน?"

เกม
"ถ้าเราเจออะไรซักอย่างที่แปลก บิดเบี้ยว หรือว่าผิดธรรมชาติแล้วเราคิดไปเองว่าเป็นผี สิ่งเหนือธรรมชาติ สัตว์ประหลาด มนุษย์ต่างดาว แล้ววิ่งหนี แล้วเราจะไขความลับของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ยังไง เราจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นสิ่งลวงโลก กลับกัน เราจะแน่ใจได้ยังไงว่าเป็นเรื่องจริง"

เวฟ
"เอาจริงดิ"

เกม
"เอาจริง"
"จบประถมเราก็ไม่ได้เจอจอห์นนี่อีกเลย ถ้าจอห์นนี่ยังอยู่คงช่วยเราได้เยอะเลย"

เกมเอาขันใส่น้ำสีแดงไปวางไว้ที่โต๊ะ

เกม
"เอาล่ะนะ เวฟ เรามาทวนกัน"
"อั้มตายตอนเช้า พี่สาวอั้มบอกว่ามีเลือดด้วย แต่นี่ไม่ใช่เลือดอั้ม"
"อย่างที่สอง ใส่ใบไม้ลงไปแล้ว ใบไม้หาย หายไปไหน?"
"อย่างที่สาม แช่ช่องฟรีซแต่มันไม่เป็นน้ำแข็ง"

เวฟ
"อย่างหนึ่งคือเท่ากับว่าต่อให้ศูนย์องศาเซลเซียสมันก็ไม่เป็นน้ำแข็งเหมือนน้ำ จุดเยือกแข็งมันต้องติดลบร้อยขึ้นไปหรือเปล่า?"

เกม
"อันนี้ไม่แน่ใจ ใบไม้ล่ะ?"

เวฟ
"อันนี้ไม่รู้"

เกม
"เอาล่ะ ถ้ามันคือน้ำ มันก็ไม่ใช่น้ำแหละ แต่สมมุติ สมมุตินะ สมมุติว่าคือน้ำมันจะมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?"

เวฟ
"ตัดเรื่องจุดเยือกแข็งออกไปก็ เดือดที่ร้อยองศา ผสมกับของเหลวได้หลายชนิดแต่ผสมกับน้ำมันไม่ได้มันจะแบ่งชั้น ถ้าเป็นไอจะผสมกับอากาศได้สมบูรณ์ ทำหินผุได้อันที่จริงน้ำทำหินแตกได้เลย ถ้าเป็นฝนค่าph5.2ถึง5.8 แตกตัวเป็นไอออนให้ไฮดรอเนียม......เดี๋ยวนะ นี่เราอ่านหนังสือเคมีกันเหรอ? พูดยาวมากเลยเนี่ย"

เกม
"อย่าลืมเรื่องความจุความร้อน ความหนาแน่น ความดันไอ การนำไฟฟ้า ความเป็นขั้ว พันธะไฮโดรเจน การเกาะตัว การยึดเกาะ แรงตึงผิว การเป็นตัวทำละลาย แล้วก็ การดูดกลืนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าด้วย"

เวฟ
"แค่นี้ก็ต้องเปิดเฉลยข้อสอบเคมีแล้วนะ"

เกม
"เริ่มจากความจุความร้อนกันเลยไหม?"

เวฟ
"ฟังนะ เกม เราไม่มีอุปกรณ์"

เกม
"ใครว่าล่ะ เรามีพอเลยล่ะ"

เกมถือขันเข้าห้องครัว วางกระทะเปิดเตาแก๊สจุดไฟตั้งไฟอ่อนๆแล้วเทน้ำสีแดงจากขันลงกระทะ น้ำสีแดงกลายเป็นไอแดงเป็นบางส่วนในทันทีที่ลงกระทะ

เกม
"คุณพระ"

เวฟ
"เจ้าอาวาส"

เกม
"มุกแป้กว่ะเวฟ"

เกมปิดเตาไฟก่อนที่น้ำสีแดงจะกลายเป็นไอไปหมดได้ทันเหลือน้ำสีแดงเป็นหยดๆอยู่บนกระทะ

เวฟ
"จุดเดือดมันอยู่ต่ำกว่าร้อยองศา"

เกม
"อ่า"
"ไม่ใช่น้ำแน่ๆ"

เวฟ
"ถ้าเราโดนแกล้งแล้วหมันไส้ เอามันไปใส่ไว้ในเย็นตาโฟที่มันกินได้ไหม"

เกม
"ร้านก๊วยเตี๋ยวเรือได้เจ๊งทั้งกรุงเทพพอดี"

เวฟ
"โทษที พอดีคนนครหลวง"

เกม
"น้ำหนึ่งลูกบาศก์เซ็นมีความหนาแน่นเท่าไหร่"

เวฟ
"หนึ่งกรัม"

เกม
"ถูกต้อง"

เกมเดินไปเอากล่องทำน้ำแข็งสี่เหลี่ยมในตู้เย็นออกมา

เวฟ
"อันนี้ไม่น่าจะแค่หนึ่งลูกบาศก์เซ็นนะ"

เกม
"แล็ปโดนปิดก็งี้แหละ เอาตังค์ไปลงกับอะไรหมดก็ไม่รู้"

เกมเทน้ำสีแดงที่เหลืออยู่บนกระทะลงบนกล่องทำน้ำแข็งแล้วเอาตาชั่งมาชั่งกล่องทำน้ำแข็ง

เกม
"สี่กรัมลบด้วยสองกรัมเท่ากับไหร่"

เวฟ
"สอง ว่าไงนะ?"

เกม
"ใช่ สองกรัม"

เวฟ
"มันไม่ถึงหนึ่งลูกบาศก์เซ็นเลยด้วยซ้ำนะ"

เกม
"ไม่ใช่น้ำชัดเจน"

เกมเดินไปหยิบขวดแอลกอฮอล์แล้วเดินมาเทแอลกอฮอล์ลงไปในน้ำสีแดงที่อยู่ในกล่องทำน้ำแข็ง แอลกอฮอล์จมลงไปข้างล่างส่วนน้ำสีแดงลอยขึ้นเหนือพื้นผิวแอลกอฮอล์

เวฟ
"มันแบ่งชั้นกัน"

เกม
"มันผสมกับแอลกอฮอล์ไม่ได้"

เวฟ
"แอลกอฮอล์ล้างแผลใช่เอทานอลไหม?"

เกม
"อ่า เมทานอลใช้ไม่ได้"

เกมเทเฉพาะน้ำสีแดงออกจากกล่องลงไปในขันปล่อยให้แอลกอฮอล์อยู่แค่ในกล่องทำน้ำแข็ง จากนั้นเกมเดินไปเอาถ่านไฟฟ้าสองก้อนและสายไฟมา

เกม
"ยังจำวิธีทำวงจรไฟฟ้าอย่างง่ายตอนป.2ได้ไหม?"

เวฟ
"จำได้"

จากนั้นเวฟใช้ถ่านไฟฟ้ากับสายไฟต่อเป็นวงจรไฟฟ้าแล้วใช้ส่วนปลายของสายไฟจุ่มลงไปในน้ำสีแดงแล้วเกมก็เดินไปเอาไขควงวัดไฟมาแตะน้ำสีแดงไขควงวัดไฟตรวจจับไฟฟ้าได้ แล้วน้ำสีแดงก็ค่อยๆระเหยเป็นไอสีแดงทีละน้อย เกมเอาสายไฟออกจากน้ำสีแดงแยกถ่านไฟฟ้ากับสายไฟออกจากกัน

เวฟ
"เห็นแบบนี้แล้วนึกถึงฉากจานเลือดในthe thingเลยว่ะ"

เกม
"เหมือนกัน"

เวฟ
"มันอิเล็กโทรไลต์ได้ใช่ไหม?"

เกม
"ไม่ใช่หรอก ไอที่เห็นไม่ใช่ออกซิเจนกับไฮโดรเจน เหมือนไอน้ำมากกว่า เหมือนมันจะโดนไฟช็อตได้ด้วย"

เวฟ
"นำไฟฟ้า?"

เกม
"น่าจะใช่"

เวฟ
"มีอยู่แค่นี้แล้วมันมาจากไหน?"

เกม
"ไม่ใช่จากศพอั้มแน่"

เวฟ
"อย่างน้อยก็มีพันธะไฮโดรเจน"

เกม
"สมมุติว่ามันเป็นขั้วเหมือนน้ำ"

เวฟ
"มันจะเกาะบนกระจก"

เวฟเดินไปเอาแผ่นกระจกมาวางบนโต๊ะ แล้วเวฟก็เทน้ำสีแดงจากขันลงบนกระจก น้ำสีแดงก่อตัวเป็นชั้นบางๆบนแผ่นกระจก

เวฟ
"มันยึดเกาะบนกระจกได้"

เวฟหยิบน้ำตาลเหยาะลงบนน้ำสีแดงในจำนวนที่น้อย น้ำตาลที่อยู่ในน้ำสีแดงไม่ละลาย เวฟหยิบเกลือเหยาะลงบนน้ำสีแดง เกลือไม่ละลายในน้ำสีแดงเช่นกัน เกมเทน้ำสีแดงบนกระจกใส่ลงในขันจากนั้นเทน้ำพืชปริมาณน้อยลงไปในขัน น้ำมันจมลงไปด้านล่าง น้ำสีแดงลอยขึ้นด้านบน เกมเดินไปหยิบกระดาษลิตมัสสีแดงกับสีน้ำเงินจุ่มลงไปในน้ำสีแดง กระดาษลิตมัสทั้งสองสีไม่เปลี่ยนสี จากนั้นเกมไปหยิบชามเซรามิกมาเทเฉพาะน้ำสีแดงออกมาจากขันลงไปในชามเซรามิกปล่อยให้น้ำมันพืชอยู่ในขันแล้วเกมก็เอาชามเซรามิกเข้าเตาไมโครเวฟตั้งเวลาไว้ที่สามสิบวินาที เกมกับเวฟดูอยู่หน้าเตาไมโครเวฟ น้ำสีแดงไม่ระเหยเป็นไอเลยตลอดสามสิบวินาทีที่อยู่ในเตาไมโครเวฟ

เกม
"ไมโครเวฟทำให้ร้อนเพราะ....."

เวฟ
"ทำให้โมเลกุลชนกัน"

เกม
"ไมโครเวฟทำให้น้ำร้อนได้เพราะ...."

เวฟ
"น้ำดูดซับไมโครเวฟ"

เกม/เวฟ
"มันไม่ดูดซับไมโครเวฟ"

เกม
"เอาล่ะ เหลืออย่างสุดท้ายที่จะลอง"

เกมเดินออกไปเอาเศษหินอ่อนขนาดเล็กๆเข้ามาหยิบชามเซรามิกออกมาจากเตาแล้วใส่เศษหินอ่อนลงไปในน้ำสีแดง

เกม
"น้ำทำหินแตกได้ใช่ไหม"

เวฟ
"อ่า"

เกม
"เราจะมาดูวันพรุ่งนี้ เหลืออีกห้านาทีก็เที่ยงแล้ว เราไปกินข้าวกันเถอะ"

เกมเอาชามเซรามิกวางไว้บนโต๊ะในห้องครัว
[Dissolve]
เวลากลางคืน เกมปิดไฟในห้องนั่งเล่น เดินเข้ามาปิดไฟในห้องครัว จากนั้นเกมกับเวฟก็แยกย้ายเข้าห้องนอนของตัวเอง

ในห้องครัว
มีจิ้งจกตัวหนึ่งตกลงไปในชามเซรามิกที่ใส่น้ำสีแดงไว้
[Dissolve]
ในห้องนอนของเกม เกมตื่นขึ้นมาเปิดประตูห้องนอนเดินเข้าห้องนั่งเล่นเห็นเวฟกินข้าวเหนียวหมูปิ้งอยู่

เกม
"ออกไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งข้างนอกมาเหรอ?"

เวฟ
"อืม เสียดายไม่มีปาท่องโก๋กับขนมครกเลย"

เกมเดินเข้าไปในห้องครัว เดินผ่านชามเซรามิกที่ใส่น้ำสีแดงไว้ในขณะที่กำลังจะเดินไปเกมก็หยุดชะงักเพราะสังเกตุเห็นสิ่งที่อยู่ในชาม มีหัวจิ้งจกขาดลำตัวของจิ้งจกหายไปและก้อนหินอ่อนนั้นก็เหลือขนาดแค่เม็ดทรายพร้อมด้วยน้ำสีแดงที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นจนเต็มก้นชาม

เกม
"ตายโหงแล้ว"

เกมออกจากห้องครัวแล้วกลับมาในห้องครัวพร้อมกับเวฟ

เวฟ
"มันทำหินแตกได้"

เกม
"ไม่เหมือนหินแตก เหมือนมันย่อยสลายหินกับจิ้งจกมากกว่า"

จากนั้นหัวจิ้งจกก็หายเข้าไปในน้ำสีแดงแล้วน้ำสีแดงก็มีปริมาณเพิ่มขึ้นอีก

เกม
"ได้เวลาสรุปผลการทดลองแล้ว มันไม่แช่แข็งในอุณหภูมิช่องฟรีซ ระเหยไวกว่าน้ำ แสดงว่าจุดเดือดต่ำกว่าร้อย ถึงจะมีไม่ถึงหนึ่งลูกบาศก์เซ็นแต่มีมวลสองกรัม เท่ากับมันหนาแน่นกว่าน้ำ ใช้เป็นตัวทำละลายไม่ได้ ไม่ผสมกับน้ำมัน นำไฟฟ้า มีพันธะไฮโดรเจน มีขั้ว ไม่ดูดซับไมโครเวฟ เป็นกลาง"

เวฟ
"ลืมเรื่องแรงตึงผิวไปเรื่องนึง"

เวฟไปเอาคลิปหนีบกระดาษแล้วกลับมาหย่อนคลิปหนีบกระดาษลงไปในน้ำสีแดง คลิปหนีบกระดาษจมลงไปไม่ได้ลอยบนน้ำสีแดง

เวฟ
"มันไม่มีแรงตึงผิว แล้วน้ำสีแดงมันเพิ่มขึ้นมาเองได้ยังไง?"

เกม
"หินปูนเอาไปเผาได้แคลเซียมออกไซด์ แคลเซียมออกไซด์ผสมน้ำได้แคลเซียมไฮดรอกไซด์"

เวฟ
"หินใช้ทำเป็นน้ำสีแดงได้เหรอ?"

เกม
"อืม มันทำปฏิกิริยากับหินปูนทำให้ตัวมันเองเพิ่มขึ้น หินอ่อนก็เป็นหินแปรจากหินปูน"
"เอาล่ะ น้ำสีแดงมีคุณสมบัติอะไรบ้างที่ตรงกับน้ำ"

เวฟ
"แบ่งชั้นกับน้ำมัน นำไฟฟ้า มีพันธะไฮโดรเจน มีขั้ว"

เกม
"คุณสมบัติอะไรบ้างที่ไม่ตรงกับน้ำ"

เวฟ
"จุดเดือดต่ำกว่าร้อยองศา ไม่เยือกแข็ง หรือไม่ก็จุดเยือกแข็งติดลบหลายร้อย หนาแน่นกว่าน้ำ ไม่ผสมกับอย่างอื่น ไม่เป็นตัวทำละลาย ไม่ดูดซับไมโครเวฟ เป็นกลาง ไม่มีแรงตึงผิว"

เกม
"มีอีกอย่าง มันทำปฏิกิริยากับหินกับสิ่งมีชีวิต ได้ตัวมันเอง ทำให้มันเพิ่มขึ้น มีอะไรมีคุณสมบัติตามนี้บ้าง?"

เวฟ
"มันไม่ผสมกับน้ำมันเหมือนกับน้ำแถมมีขั้วมีพันธะไฮโดรเจนแล้วก็นำไฟฟ้าเหมือนน้ำ แต่มันผสมกับเมทานอลไม่ได้ไม่เป็นน้ำแข็งจุดเดือดต่ำกว่าร้อย ไม่ดูดซับคลื่นไมโครเวฟ มันไม่ใช่น้ำ ไม่ผสมกับน้ำมัน ไม่ติดไฟ ไม่ร้อนเพราะไมโครเวฟ มันก็ไม่ใช่น้ำมันอีก"

เกม
"และมันไม่ใช่กรดหรือด่าง มันไม่ใช่เบส มีอะไรทำปฏิกิริยากับหินปูนบ้าง?"

เวฟ
"กรดกับน้ำ"

เกม
"น้ำที่อิ่มตัวด้วยคาร์บอนไดออกไซด์"

เวฟ
"สลายเหรอ? สลายจิ้งจกกับหินปูนเหรอ?"

เกม
"มันเป็นตัวทำละลายไม่ได้ มันอิ่มตัวด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ได้มันน่าจะทำปฏิกิริยากับหินไม่ได้"

เวฟ
"แล้วเกิดอะไรขึ้นกับหิน?"

เกม
"ไม่รู้สิ อย่างที่บอกว่ามันเหมือนย่อยสลายหินได้มากกว่าทำให้หินแตก นอกจากน้ำแล้วอะไรทำปฏิกิริยากับอะไรอีกนะ?"

เวฟ
"กรดกับความร้อนทำให้ปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์"

เกม
"ตอนใส่หินลงไป หินไม่ได้ปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ กระดาษลิตมัสก็ไม่เปลี่ยนสี มันไม่ใช่กรดแล้วก็มันไม่ได้ร้อนด้วย"

เวฟ
"คุณสมบัติมันไม่ได้ตรงกับอะไรเลย"

เกม
"ใช่ มันไม่ได้ตรงกับอะไรเลย"

เวฟ
"มาจากอวกาศหรือเปล่า?"

เกม
"ไม่มีดาวตกลูกไหนตกใส่ไทย แค่มองเห็นได้เท่านั้น อยากรู้จัง อั้มตายเพราะอะไร?"

เสียงโทรศัพท์ของเกมดังขึ้น เกมรับโทรศัพท์

เกม
"ครับ"
"ครับ ขอบคุณมากครับ"

เกมกดวางสายโทรศัพท์

เกม
"พี่สาวอั้มโทรมาบอกว่า ตำรวจชันสูตรว่าอั้มตายเพราะสารเคมีอันตรายในปอด ไม่ใช่สารเคมีหรอก น้ำสีแดงนี่แหละที่ฆ่าอั้ม"

เวฟ
"เกม ถ้ามันฆ่าอั้มจริง เราต้องกำจัดมันทิ้งนะ"

เกม
"จัดให้ ก่อนอื่นขอไปกินข้าวก่อนนะ มีอะไรให้กินบ้างไหมเนี่ย?"

เวฟ
"ข้าวขาหมูสองกล่อง"
ฉากภายนอก: นอกบ้านของเกม ตอนสาย
เกมกับเวฟเดินออกมานอกบ้านในมือเกมถือชามเซรามิกกับขวดน้ำมันเบนซินกับถังโลหะขนาดเล็กหนึ่ง ส่วนเวฟถือไฟแช็คกับกระดาษหนังสือพิมพ์ไว้ในมือ เกมตั้งถังโลหะไว้บนพื้นดิน เทน้ำมันเบนซินจากขวดลงถังแล้วเทน้ำสีแดงจากชามเซรามิกลงไป เวฟฉีกกระดาษหนังสือพิมพ์จุดไฟแล้วหย่อนลงไปในถัง เมื่อไฟในถังลุกก็มีไอสีแดงพวยพุ่งออกมาจากภายในถัง แล้วไอสีแดงก็รวมตัวกันกลางอากาศจนดูเหมือนปุยเมฆขนาดเล็กสีแดง

เวฟ
"เฮ้ย เกม"

เกม
"อะไรเนี่ย?"

ปุยเมฆขนาดเล็กสีแดงลอยไปกลางอากาศในแนวนอน

เวฟ
"เฮ้ย เกม มันลอยไปบ้านอั้ม"

เกม
"ตายล่ะ รีบไปบ้านอั้มเถอะ"
ฉากภายนอก: นอกบ้านของอั้ม ตอนสาย
เกมกับเวฟวิ่งไปถึงบ้านอั้ม เห็นศพของพี่สาวของอั้มหัวของพี่สาวอั้มหายไปเหลือแต่ลำตัวและมีน้ำสีแดงเกาะอยู่ที่คอของศพ น้ำสีแดงกระจายจากคอของศพไหลเข้าไปในเสื้อของศพ น้ำสีแดงไหลบนแขนทั้งสองข้างไปจนถึงมือของศพ จากนั้นน้ำสีแดงก็ไหลมาถึงเท้าของศพ แล้วน้ำสีแดงก็ไหลจากศพเข้ามาหาเกมกับเวฟที่ยืนอยู่ต่อหน้า เกมกับเวฟเดินถอยหลังหนีไปเรื่อยๆ

เกม
"นี่แหละที่อั้มตาย"

เวฟ
"ว่ามันแปลกๆไหมวะเกม?"

เกม
"เออ แปลก"

เวฟ
"เอาไงดีวะ เกม?"

เกม
"ไม่รู้สิ เหมือนมันเพิ่มขึ้นด้วย"

เวฟ
"ตำรวจเขารู้เรื่องน้ำสีแดงไหม?"

เกม
"ไม่ พวกเขารู้แค่ว่ามีปฏิกิริยาเคมีแต่พวกเขาระบุสารไม่ได้"

เวฟฉีกกระดาษหนังสือพิมพ์จุดไฟแล้วเอากระดาษหนังสือพิมพ์ติดไฟจ่อไปที่น้ำสีแดง น้ำสีแดงกลายเป็นไอสีแดง เวฟใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ติดไฟจ่อน้ำสีแดงไปเรื่อยๆจนกลายเป็นไอสีแดงทั้งหมด แล้วไอสีแดงทั้งหมดก็รวมตัวกันกลางอากาศจนมีลักษณะเหมือนปุยเมฆอีกครั้งแล้วมันก็ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าจนหายลับไปจากสายตา
ฉากภายใน: ห้องนั่งเล่น บ้านของเกม
เกมกำลังคุยโทรศัพท์

เกม
"ที่บ้านฝนตกไหม?"

เวฟ(เสียงในโทรศัพท์)
"ไม่"

เกม
"มีน้ำสีแดงหรือว่าควันสีแดงนั่นไหม?"

เวฟ(เสียงในโทรศัพท์)
"ไม่มี ไม่รู้ว่ามันจะลอยออกนอกโลกได้หรือเปล่า สยองมากเลย"

เกม
"เอาเป็นว่าไม่มีควันสีแดงก็พอแล้ว กี่โมงแล้วเนี่ย?"

เวฟ(เสียงในโทรศัพท์)
"สามทุ่ม"

เกม
"งั้นแค่นี้ก่อนนะ"

เกมวางโทรศัพท์

ฉากภายใน: ห้องนอนของผู้หญิงชื่อน้ำผึ้ง
น้ำผึ้งนอนอยู่ในห้องนอนที่ปิดไฟและหน้าต่างถูกเปิดไว้ ปุยเมฆสีแดงขนาดเล็กลอยเข้ามาในห้องนอนจากทางหน้าต่างแล้วเกาะตรงลำตัวของน้ำผึ้งจากนั้นปุยเมฆสีแดงก็กลายเป็นน้ำสีแดง น้ำผึ้งรู้สึกตัวแล้วกรีดร้องลุกออกจากที่นอนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก
ฉากต่อเนื่อง
เกมมาถึงหน้าบ้านของน้ำผึ้งในเวลาเช้า
เสียงโทรศัพท์ของเกมดังขึ้น เกมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับ

เกม
"ฮัลโหล ตอนนี้อยู่บ้านน้ำผึ้ง น้ำผึ้งโทรมาหาเหมือนกัน"

เกมวางสายโทรศัพท์ 
เกมเดินเข้าไปในบ้านเดินในห้องนั่งเล่นที่มีโต๊ะแล้วแก้วใสวางอยู่บนโต๊ะนั้นแล้วเดินไปจนถึงห้องนอนของน้ำผึ้งเกมเปิดประตูห้องนอนของน้ำผึ้ง เห็นเพียงผมของน้ำผึ้งบนที่นอนและน้ำสีแดงบนพื้นห้อง

เกม
"ตายโหงแล้ว"

เกมเหลือบเห็นหน้าต่างห้องนอนที่เปิดทิ้งไว้แล้วเกมก็เดินไปเข้าห้องครัวก็เห็นน้ำสีแดงเกาะอยู่ที่เตา เกมหยิบปืนยิงไฟจุดเตาแก๊สแล้วน้ำสีแดงก็ระเหยเป็นไอสีแดงแล้วไอสีแดงก็ลอยออกนอกห้องครัว เกมรื้อของในห้องครัวจนเจอหนังสือพิมพ์หนึ่งปึก เกมหยิบหนังสือพิมพ์เท่าที่จะถือไว้ได้แล้ววิ่งออกนอกห้องครัวเห็นปุยเมฆสีแดงขนาดเล็กลอยอยู่กลางอากาศ เกมฉีกหนังสือพิมพ์จุดไฟแล้วใช้หนังสือพิมพ์จุดไฟทิ่มเข้าปุยเมฆสีแดงจนมันสลายไป แล้วเกมก็วิ่งเข้าไปในห้องนอนของน้ำผึ้งอีกครั้ง แต่ผมของน้ำผึ้งและน้ำสีแดงหายไปทั้งหมดแล้ว เกมหันหลังเดินออกจากห้องนอนเข้าไปในห้องนั่งเล่น เห็นน้ำสีแดงอยู่ในแก้วใสที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วน้ำสีแดงก็เพิ่มปริมาตรขึ้นจากก้นแก้วจนเต็มแก้ว

เกม
"เข้าใจแล้ว มันไม่ได้เพิ่มขึ้น มันเติบโตขึ้น"
ฉากภายนอก: นอกบ้านของเวฟ เวลาเช้า
โทรศัพท์เวฟดังขึ้น เวฟรับโทรศัพท์

เวฟ
"กำลังไปบ้านน้ำผึ้งพอดีเลย เกม พอดีพึ่งอาบน้ำเสร็จ"

เกม(เสียงในโทรศัพท์)
"ไม่ทันแล้วเวฟ ไม่ต้องมาบ้านน้ำผึ้งแล้ว ฉันน่ากำลังจะตายแล้ว น้ำผึ้งก็ตายแล้วเหมือนพี่สาวอั้มเลย น้ำสีแดงฆ่าอั้มจริงๆ แล้วรีบหนีไปให้ไกลจากที่นี่ ไม่ต้องมาช่วยทัน ฉันกำลังจะตายแล้ว รู้แล้วว่าน้ำสีแดงมันคืออะไร มันไม่ใช่สารเคมี ไม่ใช่สาร ไม่ใช่สสาร มันคือสิ่ง..."

โทรศัพท์ถูกตัดสายไป

เวฟ
"เกม! เกม!"

ฉากภายใน: ภายในบ้านของน้ำผึ้ง
เวฟเดินเข้ามาถึงในห้องนั่งเล่น เห็นเพียงเสื้อผ้าของเกมอยู่บนพื้นโล่งๆและไม่ได้เปื้อนอะไร โทรศัพท์ของเกมอยู่ข้างเสื้อผ้าของเกม เวฟเดินเข้าไปในห้องครัวไม่พบน้ำสีแดงเดินเข้าไปในห้องนอนไม่พบน้ำสีแดงเช่นกัน เวฟเดินเข้าไปในห้องน้ำเดินไปจนถึงโถส้วม น้ำสีแดงไหลมาจากทางด้านหลังเวฟแล้วไหลไปโดนเท้าของเวฟ เวฟสะดุดล้มลง น้ำสีแดงเริ่มมีเพิ่มมากขึ้นเวฟดิ้นทุรนทุรายลุกขึ้นวิ่งหนีจากน้ำสีแดง มีน้ำสีแดงหยดลงบนหัวของเวฟ ผมของเวฟเริ่มร่วงลงบนพื้น แล้วน้ำสีแดงก็เพิ่มมากขึ้นจนเต็มตัวเวฟแล้วเวฟก็ล้มลง
ฉากภายนอก: ภายนอกบ้านของน้ำผึ้ง ตอนเช้า
ตรงหน้าต่างห้องนอนของน้ำผึ้งมีไอสีแดงลอยออกมาขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วหายลับไป
จบ