วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

 บทหนัง: ค้นหาด้วยความมืด

ผู้เขียนบท: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์


ฉากภายใน: ใต้ถุนบ้านสองชั้นหลังหนึ่ง


จอห์นนี่ ดาร์กเนส ชายอายุ23~24ปี ตัวสูง มีปานที่คอและมีปานที่ข้อมือซ้าย นั่งบนพื้นคุยกับชายอีกสามคนชื่อหอยและบอยและเจมส์

หอย

"บ้านมึงโล่งจังวะ? บ้านมึงไม่มีอะไรเลยเหรอวะ?"

จอห์นนี่ ดาร์กเนส

"เพราะมีทุกอย่างนี่แหละมันเลยไม่มี"

หอย

"ยังไงวะ? กูไม่เข้าใจ"

จอห์นนี่ ดาร์กเนส

"อยากรู้ไหมใครทำให้ทุกอย่างของกูหายไป?"

หอย

"ใครวะ? ใครเอาของมึงไปวะ?"

จอห์นนี่ ดาร์กเนส

"กูเองนี่แหละ"

หอย

"ห๊ะ?"

จอห์นนี่ ดาร์กเนส

"กูเอาทุกๆอย่างที่กูต้องการมาเป็นของกู ถ้ากูเห็นมีอยู่เท่าไหร่กูก็เอามาหมด เรียกง่ายๆว่าเหมา กูเห็นมีอยู่เท่าไหร่กูเหมา กูเหมาหมด แล้ววันหนึ่ง สิ่งที่ต้องการ ซึ่ง กูได้หมดมาทุกอย่างแล้ว ทุกอย่างเลย พอมันพังหรือไม่ก็ใช้ไม่ได้ พอกูจะไปเอามาใหม่ มันก็ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีเหมือน มันไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรก ที่กูมีอยู่ มันก็ใช้ไม่ได้ ใช้ทำอะไรไม่ได้ แล้วกูก็ต้องทิ้ง ทิ้งทุกอย่าง ทีนี้มันก็หายไปอย่างถาวร อยากรู้ไหมว่าหายไปในที่นี้กูหมายถึงแบบไหน  ซากดูต่างหน้าก็ไม่มี มึงเคยได้ยินคำว่า กลายเป็นฝุ่นผงไหม แต่นี่ แม้แต่ฝุ่นผงยังไม่มี บ้านกูก็เลยโล่งแบบนี้ไง แล้วกูก็ถามตัวเอง มันมีอะไรเหลืออยู่ กูจะได้ไปทำไม กูจะเอาทำไม กูจะมีทำไม มีทำไม เอามาทำไม กูถามตัวเองทุกครั้ง ถามในใจนะ กูก็ตอบไม่ได้ กูถามเงาสะท้อนตัวเอง ไม่ได้ถามในใจ กูถามเงาสะท้อนตัวเองเลย แต่มันก็ไม่มีคำตอบ ไม่มี ไม่มีเลย ทุกวันนี้ กูเดินตอนดวงอาทิตย์ตกดิน มันก็มีแต่ผืนดินร้างๆไม่มีต้นไม้ซักต้น หญ้าก็ไม่มี ไม่มีคน ไม่มีอะไรเลย กูเดินอยู่คนเดียว"

"กูต้องออกไปข้างนอก มึงจะค้างคืนบ้านกูกันไหมเนี่ย?"

บอย

"เออ ค้าง"

แล้วจอห์นนี่ ดาร์กเนสก็ออกไปจากวงสนทนา

หอย

"กูไปหยิบสมุดไอ้จอห์นนี่มาอ่านดีกว่า"

บอย

"มึงเอาจริงดิ?"

หอย

"เออ"

หอยออกจากวงสนทนาแล้วกลับเข้าวงสนทนาพร้อมกับหนังสือหนึ่งเล่ม จากนั้นหอยเปิดสมุดอ่านออกเสียง

หอย

"เรื่องสั้น ยังคิดชื่อเรื่องไม่ออก

รัฐบาลใหม่เข้ามาแทนที่รัฐบาลเก่า รัฐบาลใหม่โกงกินคอรัปชั่น ภาษีแพง แต่รัฐบาลกลับยังกู้หนี้หลายพันล้าน ข้าวยากหมากแพง น้ำมันก็แพง เมื่อมีภัยธรรมชาติ น้ำท่วม พายุเข้า ฝนตกหนักก็ไม่ได้ช่วยอะไร น้ำก็ท่วมจนมิดหลังคา เสียหายหลักล้านล้าน แก้ปัญหาด้วยการรับบริจาคแล้วเงินบริจาคก็หายไปแล้วก็ไม่รู้ว่าเงินเหล่านั้นหายไปไหน ชาวนาชาวไร่ชาวสวนฆ่าตัวตายก็เยอะ หรือเงินอะไรต่างๆก็ตามที่รัฐบาลจ่ายให้ประชาชนก็ตามก็ล้วนมาจากภาษีประชาชนทั้งนั้น คนตายก็เยอะ คดีฆาตกรรมก็เยอะ ยาเสพติดก็เยอะ ตอนเกิดโรคระบาดทั่วทั้งโลกก็ปล่อยระบาดจนลามไปครึ่งค่อนประเทศทำให้คนตายเกลื่อนถนนเป็นจำนวนมาก  แล้วก็มาเรียกความเชื่อมั่นด้วยการกินอาหารจากวัตถุดิบจากพรรคพวกของตัวเอง ออกกฎหมายขายชาติ ขโมยของคนอื่นแล้วอวดว่าเป็นผลงานของตัวเอง ให้เงินให้ผลประโยชน์กับประเทศอื่นที่เป็นรัฐบาลโกงกินด้วยกัน กินเงินของประเทศชาติ ล้างผิดให้พรรคพวกพี่น้องตัวเอง ออกโครงการก็พวกตัวเองมาก่อนประชาชนตาดำๆหาเช้ากินค่ำ มีการใช้เงินจำนวนหลายล้านติดสินบนเจ้าหน้าที่ ตัวเองไม่ต้องจ่ายภาษีอะไรทั้งนั้น ปกปิดข้อมูลข่าวสารและไม่ยอมรับว่าตัวเองปกปิดข้อมูล หากใครวิจารณ์รัฐบาลก็ฆ่าปิดปากเสีย ผูกขาดการค้าขายซ้ำร้ายรัฐบาลยังได้กำไรเกินควร ประชาชนเหลืออดทนไม่ไหวออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลชุดนี้ออกไปและเรียกร้องเอาระบบใหม่เข้ามา แต่รัฐบาลก็เอาปืนมายิงเสียจนหมด ยิงเสียจนหมดทุกครั้ง เป็นรัฐบาลที่เหี้ยส้นตีนสัตว์หมาเย็ดห่าลากหอยเรียกไอ้ชั่วควายเรียกไอ้เหี้ย เหี้ยกระโดดกัดคอ เฮ้ย เดี๋ยวนะ ตอนเขียน จอห์นนี่มันโมโหเปล่าวะ?"

บอย

"กูว่ามันโมโหแหละ ดูทรงแล้ว"

หอย

"งั้นกูอ่านใหม่นะ ไอ้สัตว์ กูไม่อยากอ่านตรงนี้ซ้ำเลย จอห์นนี่แม่งเถื่อนจัด เป็นรัฐบาลที่เหี้ยส้นตีนสัตว์หมาเย็ดห่าลากหอยเรียกไอ้ชั่วควายเรียกไอ้เหี้ยเหี้ยกระโดดกัดคอที่สุดเลย รัฐบาลนี้เข้ามาตั้งแต่ผมเป็นเด็กจนตอนนี้ผมเรียนมหาลัยมันก็ยังไม่ออก รัฐบาลชั่วช้าสารเลวชาติชั่วชาติหมาชาติหน้าหอยโดนทุบเปลือกแตกหน้าด้าน อื้อฮือ จอห์นนี่แม่งด่ายับเลยว่ะ เราเรียกร้องมันฆ่าทิ้ง เห็นแบบนี้เห็นมีแต่ต้องใช้ความรุนแรง มีแต่ต้องใช้อาวุธ มีแต่ต้องฆ่าพวกรัฐบาลให้สิ้นให้หมดเสียอย่างเดียว ถ้าหากใช้สันติวิธีแล้วพวกมันยิงเราตายแล้วล่ะก็ เราก็จะใช้สันติวิธีไม่ได้อีกแล้วล่ะ เพราะฉะนั้น ผมจะวางแผนกวาดล้างรัฐบาลด้วยกำลัง แม้ว่าผมจะต้องเจ็บตัวแค่ไหน แม้ว่าผมจะต้องโดนคนไทยทั้งประเทศที่ออกมาไล่รัฐบาลโกงกินชุดนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าด่าขนาดไหนก็ตาม ผมต้องเป็นพวกเดียวกันกับรัฐบาล รัฐบาลนี้มีพรรคพวกเยอะ มีเส้นใหญ่ ศาลก็เป็นของมัน จะตัดสินอะไรยังไงก็ได้ เพราะยังงี้เลยยังล้มมันไม่ได้เพราะพวกมันเยอะ ถ้าเราตัดพรรคพวกมันได้มันก็จะอ่อนแอลง เมื่อรัฐบาลอ่อนแอลงแล้ว แผนขั้นต่อไปเราก็จะเสียอะไรๆน้อยลงแลกกับโอกาสที่รัฐบาลจะล้มเหลวเร็วขึ้น เพราะยังงี้ผมต้องเป็นพวกเดียวกันกับรัฐบาลก่อน เมื่อผมเป็นพวกเดียวกันกับรัฐบาลแล้วผมก็จะรู้จักทุกคนรู้เส้นและอาจจะรู้ไปถึงเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนด้วยถ้าจะฆ่าล้างกันตรงๆด้วยน้ำมือของตัวเอง นี่เป็นเพียงแค่การตัดกำลังของรัฐบาล ถ้าจะฆ่าล้างด้วยน้ำมือของตัวเองล่ะก็ไม่มีวันกวาดล้างรัฐบาลได้หมดจดแน่ พวกมันเองต่างหากที่จะฆ่ากันจนหมดให้เอง ถ้าหากผมรู้เรื่องส่วนตัวของทุกคนแล้วเมื่อไหร่มันจะทำได้ง่ายขึ้น เมื่อตัดกำลังรัฐบาลจนหมดไปแล้วพวกมันก็จะมีคนช่วยน้อยลง แต่อย่าลืมพวกทหาร ตำรวจด้วย นี่คือสิ่งที่ผมหนักใจที่สุด แต่พวกนี้จะไม่ยิงใส่ผม แต่จะยิงใส่รัฐบาล ไม่ใช่เพราะผมพูดตรงๆกับพวกนี้ว่าควรสู้กับใครหรือควรฝ่าฝืนคำสั่งใคร ผมไม่ได้พูดให้พวกนี้ต่อรัฐบาลแต่ถึงอย่างนั้นพวกนี้ก็จะต่อต้านรัฐบาลให้ผมเอง ถ้าทำให้พวกนี้มองว่ารัฐบาลนี่ต้องโดนต่อต้านก็จะลุกฮือขึ้นต่อต้านให้เราเอง รัฐบาลก็จะถูกฆ่าจนถึงขั้นกวาดล้างสิ้นซากหมด ทีนี้ ผมก็ชนะโดยสมบูรณ์ ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รัฐบาลโกงกินนี่ คนจนก็มีแต่จะจนลง คนรวยแม่งก็มีแต่จะรวยขึ้น ภาษีก็แพงแถมแพงหนักขึ้นอีกต่างหาก คดีฆาตกรรมก็เยอะ คดีอาชญากรรมก็เยอะ ยาเสพติดก็เยอะ คนรวยจะทำอะไรก็ได้ แถมคนรวยเงินยังไม่มีวันหมดอีกต่างหาก คนรวยขับรถชนคนตายแล้วไม่ผิดกฎหมาย หนีออกนอกประเทศอีกต่างหาก ยัดเงินใส่ตำรวจใส่ศาล แถมคนรวยยังเอารัดเอาเปรียบขูดรีดคนจนอีกต่างหาก สวัสดิการอะไรก็ไม่มี ไม่มีสวัสดิการมารองรับในวันที่เราล้มละลาย ศาลก็ไม่ยุติธรรม แต่งงานเท่าเทียมรึก็ไม่ได้ โรงเรียนก็มีแต่กฎโน้นกฎนี้ห้ามนักเรียนคุยกันทั้งที่ครูคุยกันได้สบาย ในประเทศไทยที่เป็นแบบนี้คุณอยู่รอดได้โดยไม่อดตายจริงๆเหรอ เราต้องการระบบที่ดี นักเรียนนักศึกษา ผมตัดสินใจผมจะล้มล้างรัฐบาลนี้ให้จงได้ เมื่อแผนของผมคืบหน้าและแผนของผมประสบความสำเร็จผมจะกลับมาเขียนบันทึกนี้ต่อ"

หอยเงียบไปสักพัก

บอย

"อ้าว ทำไมมึงไม่อ่านต่ออะ?"

หอย

"ไอ้จอห์นนี่มันเขียนไว้แค่นี้ มันไม่ได้เขียนต่อ"

บอย

"น่าจะเอาไปทำหนังนะเนี่ย น่าจะสนุก"

หอย

"กูเคยบอกมันไปแล้ว"

บอย

"อ้าว นี่มึงเคยอ่านแล้วไงเนี่ย?"

หอย

"เออ กูเคยอ่านแล้ว กูก็บอกมันเหมือนที่มึงบอกนี่แหละ มันบอกกูว่า มันเคยเอาไปเขียนเป็นบทหนังมาแล้ว สตูดิโอมันปฏิเสธเพราะมันใช้ทุนสูงเกิน มันเคยบอกกูอยู่นะ ว่าถ้าจะถ่ายหนังเรื่องนี้เป็นหนังทุนต่ำหรือไม่มีทุนเลย คือ ทุนเป็นศูนย์บาทอะ เออ ต้องทำเป็นหนังเควนติน ทารันติโน่ มีแต่ฉากพูดคุย ไอ้ฉากแอ็กชั่นเนี่ย ในหนังต้องไม่มีเลย แต่ไอ้แผนบ้มรัฐบาลที่จอห์นนี่มันเขียนไว้ในเรื่องสั้นเนี่ย น่าสนใจนะ เรามาลองทำกันจริงๆไหมละ? ก็เหมือนที่ไอ้จอห์นนี่มันเขียนไว้ในเรื่องสั้นอะ

วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

 ฉากต่อเนื่อง (เวลา: ดวงอาทิตย์ตกดินตลอดทุกฉาก)


จอห์นนี่ ดาร์กเนส ชายอายุ23~24ปี ตัวสูง มีปานที่คอและมีปานที่ข้อมือซ้าย เปิดประตูบ้านออกมาเดินไปที่ผืนดินว่างเปล่าที่หลังบ้านแล้วเดินตรงไปเรื่อยๆจนถึงสวนสาธารณะที่ไร้ผู้คนต้นไม้ตายทุกต้นเศษไม้ใบเกลื่อนกลาดเต็มถนน จากนั้น จอห์นนี่ ดาร์กเนสเดินตามทางไปเรื่อยๆ ตลอดทางที่จอห์นนี่ ดาร์กเนสเดินไปนั้นมีเพียงแต่ต้นไม้ตาย ใบไม้แห้งเกลื่อนกลาดทั่วทุกที่ ร้านค้า,บ้าน,สนามเด็กเล่น,เครื่องเล่นที่ถูกทิ้งร้างเก่าแก่และผุพัง และไม่มีผู้คนแม้แต่คนเดียว


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"(ร้องเพลงตั้งแต่เดินบนผืนดินว่างเปล่า)

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

สำรองเอาไว้สำหรับเปลี่ยนเป็นบทหนังเรื่องอื่น

  บทหนัง: ค้นหาด้วยความมืด


ผู้เขียนบท: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์




ฉากภายใน: ใต้ถุนบ้านสองชั้นหลังหนึ่ง




จอห์นนี่ ดาร์กเนส ชายอายุ23~24ปี ตัวสูง มีปานที่คอและมีปานที่ข้อมือซ้าย นั่งบนพื้นคุยกับชายอีกสองคนชื่อหอยและบอย


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"ทีนี้กูเข้าเรื่องเลยนะ ไอ้หอย มึงมาหากูมึงจะให้กูทำอะไรนะ"


หอย


"หาคนที่เอาเงินของกูไป"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"เงินที่ปล้นธนาคารมา ที่พวกมึงสองคนให้กูวางแผนปล้นให้ใช่ไหม"


หอย


"เออ นั่นแหละ"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"ตอนเราสามคนแบ่งเงิน คนละห้าล้านใช่ไหม"


หอย


"ใช่ ห้าล้าน"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"เงินมึงเหลือเท่าไหร่?"


หอย


"ห้าหมื่น"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"อื้อหือ ห้าหมื่นเลยเหรอวะ?"


หอย


"เออดิ กูอยากรู้มากเนี่ย ว่าใครเอาไป"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"ไม่ใช่กูล่ะ"


บอย


"อ้าว ไอ้สัตว์ จะบอกว่ากูเอาไปว่างั้น?"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"กูยังไม่ได้พูดเหี้ยอะไรเลย"


บอย


"มึงทำเงินหายที่ไหนหรือเปล่า?"


หอย


"เปล่า กูไม่ได้ทำเงินหาย กูนับเงินตลอด กูถึงได้รู้ว่ามีคนเอาเงินไปเนี่ย"


บอย


"มึงเก็บเงินไว้ที่ไหน?"


หอย


"ตู้เก็บหนังสือโป๊"


บอย


"ไอ้สัตว์ น้องมึงเอาไปเปล่า? ไม่ก็เตี่ยมึงอะ ไม่ก็แม่มึงอะ"


หอย


"แม่กูออกบ้านไปนานแล้ว ไปเป็นปีแล้ว เตี่ยกูก็ตายไปแล้ว น้องกูก็ไปอยู่บ้านผัวมัน"


บอย


"เออ แปลกว่ะ"


หอย


"เออเนี่ย กูไม่รู้ว่าใครเอาไปเนี่ย จอห์นนี่ มึงรู้ปะว่าใครเอาไป?"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"กูไม่รู้หรอก"


หอย


"ไอ้เหี้ย ใครเอาไปวะ ไอ้สัตว์เอ๊ย"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"ตอนปล้น มีใครทำอะไรนอกแผนกูไหม?"


บอย


"กูเปล่า"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"มึงล่ะ?"


หอย


"กูทำตามแผนมึงเป๊ะๆเลย ตามแผนมึงเลย ทุกอย่างเลย"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"ตอนปล้น เห็นกูไหม?"


หอย


"กูเห็น กูจำได้"


บอย


"เห็นเว้ย"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"เงินมึงหายตอนไหน"


หอย


"ตอนกลับบ้านเลย กูนับเงิน กูถึงได้รู้ว่ามีคนเอาเงินกูไป"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"ตอนกลับบ้านเหรอ"


หอย


"ใช่ พอกูกลับบ้านไปนะ โอ้โห ไอ้เหี้ย เหลืออยู่ห้าหมื่นเนี่ย ไอ้สัตว์ จนถึงตอนนี้กูยังไม่รู้เลยว่าใครเอาไป"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"พวกเราสามคนกลับบ้านพร้อมกันใช่ไหม?"


หอย


"ใช่ กลับพร้อมกัน พอแบ่งเงินเสร็จมึงก็กลับนครหลวงเลย กลับก่อนใครเลย มีกูกับไอ้บอยสองคนเดินไปที่ท่ารถ กูรอรถมาแล้วกูก็ขึ้นรถ"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"อืม..."


หอย


"จอห์นนี่กำลังคิดอยู่แน่เลย"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"มึงไม่ได้อยู่ที่ท่ารถตอนรถยังไม่มาใช่ไหม?"


หอย


"อยู่นะ กูอยู่ กูกลัวตกรถกูเลยอยู่ที่ท่ารถ พอพวกกูสองคนมาถึงท่ารถใช่ปะไอ้บอยมันก็กลับบ้านมันเลย กูก็รออยู่ที่ท่ารถ เออ"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"ไอ้บอยไปถึงท่ารถปุ๊บมันก็ไปบ้านเลยเหรอไม่ได้หยุดทำอะไรเลยเหรอ?"


หอย


"เออ มันเดินยาวเลย พอกูถึงท่ารถใช่ไหม กูก็หยุดอยู่ตรงท่ารถ ถูกปะ แต่ไอ้บอยเดินยาวเลย ไปถึงบ้านมันเลย"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"แผนกูก็ไม่ต้องกลัวจะมีใครเห็นว่าเราซ่อนเงินไว้ แล้วใครมันจะไปเห็นเงิน แล้วใครเอาเงินไปวะ มึงรู้ว่าเงินมึงหายตอนกลับบ้าน... เดี๋ยวนะ มึงหลับบนรถปะ?"


หอย


"ไม่ กูไม่ได้หลับบนรถ"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"มีคนเข้าใกล้มึงไหม แบบเฉียดๆ เดินผ่านหน้า ไม่ก็แตะตัวมึงเลย เอาแบบ โดนตัวมึงเลย แบบแตะเนื้อต้องตัว?"


หอย


"มีคนเดินผ่านหน้าแต่เขาไม่ได้โดนตัวกูอะ เดินผ่านแบบเดินผ่านไปเลย พอไอ้บอยกลับบ้านไปใช่ไหม ก็มีคนๆนึงเว้ย เดินผ่านหน้ากูไปเลย ไปทางเดียวกับไอ้บอยเลย มีอยู่แค่คนเดียวที่เดินผ่านหน้ากูอะ ตอนกูขึ้นรถนะ กูก็นั่งคนเดียว ไม่มีใครนั่งใกล้กูเลย คือ บนรถกูนั่งอยู่คนเดียว นึกออกปะ รถทั้งคัน มีกูนั่งอยู่คนเดียว คือบนรถไม่มีใครเลยเว้ย ไม่มีใครขึ้นเลย รถไม่มีคนอะ กูนั่งอยู่คนเดียว จนกูกลับถึงบ้านอะ"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"มึงจำหน้าคนที่เดินผ่านหน้ามึงได้ไหม?"


หอย


"จำไม่ได้หรอก"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"กูขอถามก่อนนะ ที่ไอ้บอยมันมาเนี่ย เพราะมึงไปเรียกมันมาใช่ไหม?"


บอย


"เออ"


หอย


"ใช่"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"กูขอถามก่อนนะ ที่มึงมาเนี่ย คือ เงินมึงหาย แล้วจะให้กูหาให้ว่าใครเอาเงินมึงไป"


หอย


"ใช่ กูจะให้มึงช่วยกูหาว่าใครเอาเงินกูไป"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"มึงฟังกูให้ดีๆนะ ตอนนี้กี่โมงแล้ว"


บอย


"หกโมง จะเจ็ดโมงแล้ว"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"มึงกินข้าวกันยังเนี่ย?"


บอย


"นี่ไง กูซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งมา"


หอย


"กูซื้อข้าวมันไก่กับข้าวเหนียวไก่ทอดมา"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"พวกมึงสองคนเคยคิดบ้างไหมว่ามาให้กูช่วย มึงอาจกลับดึก มึงจะกลับบ้านเลยไหม? กูจะคิด"


บอย


"เฮ้ย อย่าดิ พึ่งมาเอง นานๆทีจะได้มาบ้านมึง เดี๋ยวกูจำบ้านมึงไม่ได้"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"แล้วมึงอยากค้างคืนบ้านกูไหมล่ะ?"


บอย


"(หัวเราะ)"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"มันคิดนานเนี่ย"


บอย


"เออ กูเตรียมชุดมา"


หอย


"เออ กูก็เตรียมมา กะจะนอนค้างบ้านมึง"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"มึงเห็นบ้านกูเป็นโรงแรมหรือไงเนี่ย?"


หอย/บอย


"(หัวเราะ)"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"แปบนะ มึงอยากเล่นยูกิหรือแวนการ์ดไหม?"


บอย


"กูไม่เล่น"


หอย


"กูลาออกจากวงการการ์ดเกมแล้ว"


บอย


"อ้าว มึงออกแล้วไง?"


หอย


"เออ กูออกแล้ว"


บอย


"ออกแบบ ไม่เล่นเลยอะ?"


หอย


"เออ แวนการ์ดกูก็ไม่เล่นแล้ว"


บอย


"เอาจริงดิ?"


หอย


"เออ"


บอย


"อะไรวะ? เสียดายว่ะ"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"แป๊บ"


จอห์นนี่ ดาร์กเนสออกจากวงสนทนาแล้วกลับมาพร้อมสมุดหนึ่งเล่ม


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"กูจดหลักการสืบสวนไว้ เผื่อมึงจะเจอคนเอาเงินมึงไปก่อนกูจะคิดออก"


หอย


"กูอยากอ่านสมุดเล่มที่กูเห็นตอนเข้ามามากกว่า ที่มึงกินข้าวเสร็จแล้วมาเขียนอะ"


จอห์นนี่ ดาร์กเนส


"มึงฟังกูนะ

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

บทหนัง: คดีสีเลือด

 บทหนัง: คดีสีเลือด

NOTE FOR MYSELF: หนังเปิด"ตัวร้ายระดับบอสใหญ่" Johnny Darkness (ตัวปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์เอง)
เมื่อผมไปพบจิตแพทย์
ผู้เขียนบทภาพยนตร์ ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์
เวลากลางคืน ณ หมู่บ้านสาไร ตำบลท่าช้าง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
จอห์นนี่ชายหนุ่มสูงประมาณ180เซนติเมตรผิวคล้ำเพราะตากแดดมีปาลที่คอและข้อมือซ้ายกำลังคุยโทรศัพท์อยู่
จอห์นนี่:ว่าไงวะ โหย
โหย(เสียงในโทรศัพท์):เรื่องนั้นน่ะ
จอห์นนี่:อ๋อ เรื่องนั้นน่ะเหรอ มาเฟียอย่างฉันจัดการได้อยู่แล้ว เพิ่งคุยกับหัวหน้าแก๊งของฉันเสร็จเมื่อกี้นี้เอง
โหย:แล้วจะเริ่มเมื่อไหร่ล่ะ
จอห์นนี่:พรุ่งนี้ตอนแปดโมงครึ่ง
วันรุ่งขึ้น เวลาแปดโมงครึ่ง
ณ วัดดงหวาย
จอห์นนี่นั่งรออยู่ที่ศาลา แล้วก็มีรถตู้สีดำมาถึงมีชายลงมาจากรถตู้5คนรวมทั้งคนขับรถด้วย
ชาย1:คุณจอห์นนี่ครับ ได้เวลาแล้วครับ
จอห์นนี่:อืม
แล้วจอห์นนี่กับชายทั้ง5คนนั้นก็ขึ้นรถตู้ออกเดินทางจากวัดไป
ในรถตู้
จอห์นนี่:ทุกอย่างเรียบร้อยใช่ไหม
ชาย1:เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ครับ
จอห์นนี่:ปืนของฉันล่ะ
ชาย2:เตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้วครับ
โกดังร้างแห่งหนึ่ง
พวกจอห์นนี่กับชาย5คนนั้นมาถึงโกดังร้างซึ่งมีชายกลุ่มใหญ่20คนรออยู่
กล้า:กว่าจะมาถึงได้นะ
จอห์นนี่:ก็มาถึงแล้วไง ของล่ะ
กล้าหยิบกระเป๋าเงินมาเปิดให้จอห์นนี่ดู จอห์นนี่ก็เปิดกระเป๋าที่ใส่เฮโรอีนเอาไว้ให้กล้าดูแล้วทั้งคู่ก็แลกกระเป๋ากัน จอห์นนี่หันหลังให้กล้า
จอห์นนี่:ดำเนินการตามแผน
ชาย5คนที่มากับจอห์นนี่นั้นก็ใช้ปืนกลกราดยิ้งกล้าและคนของกล้าตายทั้งหมด แล้วจอห์นนี่กับชาย5คนนั้นก็ขึ้นรถตู้ออกเดินทางไป
จอห์นนี่โทรศัพท์ไปหาโหย
จอห์นนี่:แผนขั้นที่1เรียบร้อยแล้วล่ะ นายดำเนินแผนการขั้นที่2ต่อจากฉันได้เลย
โหย:รับทราบ
ที่บ้านของหัวหน้าแก๊งมาเฟียคนหนึ่ง โหยบุกเข้ามายิงหัวหน้าแก๊งมาเฟียคนนั้นถึงในบ้านจนตาย
โหยโทรศัพท์ไปหาจอห์นนี่
โหย:เรียบร้อย
จอห์นนี่:เริ่มแผนขั้นที่3
เมื่อรถตู้มาถึงฐานลับของแก๊งมาเฟียแก๊งหนึ่ง จอห์นนี่กับชาย5คนก็ยิงทุกคนในนั้นจนตายทั้งหมดแล้ววางระเบิดเวลาเอาไว้ทุกจุดแล้วขึ้นรถตู้หนีไป แล้วก็เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ขึ้นทำลายที่นั่นจนราบคาบ
กลางคืน
ที่ท่าเรือ
จอห์นนี่กับชาย5คนนั้นมาถึงท่าเรือพร้อมกับโหยทั้งหมดเดินตรงเข้าไปหาแก๊งมาเฟีย2แก๊งที่กำลังเจรจาแลกของกันอยู่แล้วกราดยิงใส่แก๊งมาเฟีย2แก๊งนั้นตายจนหมด แล้วจอห์นนี่ก็ไปหาน้ำมันราดใส่ท่าเรือจนทั่วก่อนจุดไม้ขีดไฟแล้ววางเพลิง
วันรุ่งขึ้น
สถานีตำรวจภูธรท่าช้าง
นายตำรวจวสุ:ขอคุยกับจอห์นนี่หน่อยได้ไหม
นายตำรวจสุธี:ไม่ได้หรอก เขาเอาแต่นั่งซึมไม่ยอมพูดอะไรซักอย่าง บอกว่าถ้าไม่ได้เจอจิตแพทย์จะไม่คุยด้วย คงสะเทือนใจที่เห็นเพื่อนตายอยู่ต่อหน้าล่ะมั้ง
นายตำรวจวสุ:งั้นก็ไปเรียกจิตแพทย์มาสิ
นายตำรวจสุธี:ก็อยู่ข้างหลังนายนั่นไง
จิตแพทย์ชื่อนพพรเดินเข้ามาในสถานีตำรวจแล้วเข้าไปในห้องที่จอห์นนี่นั่งอยู่
นพพร:เป็นยังไงบ้างครับ
จอห์นนี่:ผมเห็นเพื่อนตายต่อหน้า โหย เขาไม่น่าอายุสั้นเลย
นพพร:มันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ
จอห์นนี่:เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อ3วันก่อน ตอนนั้นโหยเขาโทรศัพท์มาหาผม เขาบอกผมว่าแก๊งมาเฟียของเขากำลังถูกมาเฟียอีก5แก๊งเล่นงาน เลยจะมาขอให้ผมช่วยคุยกับหัวหน้าแก๊งของผมให้ช่วยแก๊งเขาหน่อย
ผมตอบตกลงเขาไป
ผมไปคุยกับหัวหน้าแก๊งของผม หัวหน้าผมก็ตกลงใจจะช่วย หัวหน้าผมให้ผมวางแผนทุกอย่างให้ แล้วผมก็บอกแผนทั้งหมดให้โหยฟัง แผนของเราจะเริ่มในวันต่อมาตอนแปดโมงครึ่ง เราทำเป็นแลกของกับแก๊งอินทรีดำที่โกดังร้าง เราถล่มแก๊งอินทรีดำกลางโกดังนั่นแหละแล้วก็โทรบอกโหยให้ฆ่าหัวหน้าแก๊งมังกรแดง แผนขั้นที่3คือถล่มแก๊งมังกรทอง แล้วขั้นสุดท้ายก็คือถล่มแก๊งมังกรเงินกับอินทรีขาว แต่ว่า
คุณพระช่วย
พวกผม กับโหย
เขา
เขา
เขา
เขาถูกพวกนั้นฆ่าตาย โอ้ คุณพระช่วย
แล้วจอห์นนี่ก็ร้องไห้
เมื่อนพพรได้ฟังเรื่องทั้งหมดก็ออกไปคุยกับนายตำรวจวสุกับสุธีที่อยู่ข้างนอก
นพพร:เขามีภาวะสะเทือนใจที่เห็นเพื่อนถูกฆ่าตายน่ะครับ คงต้องให้เวลาซักหน่อยนะครับ
นพพรพูดจบแล้วจอห์นนี่ก็ออกจากสถานีตำรวจไป
นายตำรวจวสุ:แต่เราก็ได้รู้เรื่องทั้งหมดที่อยากรู้แล้ว
นพพรหันหลังไปมองห้องที่จอห์นนี่เคยอยู่ก่อนที่จะสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างที่กระดาษที่ติดอยู่บนป้ายในห้อง
บนกระดาษที่ติดอยู่ที่ป้ายมีคำว่า อินทรีดำ มังกรแดง มังกรทอง มังกรเงิน อินทรีขาว
นพพรแสดงสีหน้าตกใจ
จอห์นนี่โกหก
นพพรรีบวิ่งออกจากสถานีตำรวจตามหาจอห์นนี่แต่จอห์นนี่ก็หายไปแล้ว
จอห์นนี่(Voice Over):คุณหมอคงไม่รู้ว่าผมชอบเล่นเกมวางแผน กลอุบายเด็ดที่สุดที่ใช้ปิดบังความจริงคือการโกหก แล้วความจริงก็จะกลายเป็นความลับตลอดกาล แม้แต่จิตแพทย์ก็ไม่มีทางรับรู้ได้
จบ
เด็กออทิสติกที่ชื่อว่า จอห์นนี่ ที่โดนแกล้งเป็นประจำสมัยเรียนตัดสินใจออกเดินทางฆ่าทุกคนที่กลั่นแกล้งเขาให้หมดแต่ต้องเผชิญหน้ากับการสืบสวนตามหาตัวคนร้ายโดยนายตำรวจที่ชื่อว่า วสุ แม้ว่าทั้งสองเป็นเพื่อนรักกันและวสุไม่เคยแกล้งจอห์นนี่เลยก็ตาม แต่ทั้งสองคนก็ต้องเผชิญหน้ากันในที่สุด

 

 บทหนัง:ล่าเดือด ไล่ดุ(ฉบับหนังยาว)

คนเขียนบท: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

ฉากภายนอก: หน้าบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านสาไร หมู่5 ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง จ. พระนครศรีอยุธยา กลางวัน



จอห์นนี่หนุ่มอายุประมาณ23-24ปีรูปร่างสูง ผมดำ มีปานที่คอและปานที่แถวๆข้อมือซ้าย กำลังจะเดินออกมาหน้าบ้าน



ตอนที่จอห์นนี่รับโทรศัพท์ก็มีคนยิงปืนใส่ถนนหน้าบ้านที่จอห์นนี่อยู่

เสียงในโทรศัพท์

"เกิดอะไรขึ้นวะ จอห์นนี่!?"

จอห์นนี่

"มีคนยิงใส่บ้านฉัน"

เสียงในโทรศัพท์

"ว่าไงนะ!?"

จอห์นนี่

"มีคนยิงใส่บ้านฉันโว้ย แล้วถ้าเป็นนาย นายจะยังโทรศัพท์อยู่ไหมถ้าโดนไล่ยิงเนี่ย!? วางสายเดี๋ยวนี้"

Continuous

โทรศัพท์ถูกวางสายแล้ว มือปืนยังคงยิงใส่ไม่ลดละ จอห์นนี่หนีไปทางทิศตะวันออก  จอห์นนี่ไปหาจักรยานที่อยู่แถวนั้นขี่มันตามถนนไปเรื่อยๆ   มีรถประจำทางแซงหน้าจอห์นนี่ไปพอดี จอห์นนี่ขี่จักรยานให้เร็วที่สุดแล้วกระโดดเข้ารถประจำทางไป  จอห์นนี่ตัดสินใจลงจากรถตรงโรงแรมแห่งหนึ่ง

ฉากภายใน: ห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในนนทบุรี

 จอห์นนี่ใช้โทรศัพท์ของโรงแรมโทรไปหาใครซักคน

จอห์นนี่

"เฮ้  ตอนนี้ฉันโดนไล่ฆ่าอยู่ ฉันอยากให้ช่วยหน่อย"

เสียงในโทรศัพท์

"ช่วยอะไร?"

จอห์นนี่

"โทรหาเจมส์ พามาที่ที่ฉันบอก นายหากระดาษมาเขียนชื่อสถานที่ไว้ก่อน"


เสียงในโทรศัพท์

"จะทำอะไรวะ?"

จอห์นนี่

"ฉันจะให้เจมส์เป็นเหยื่อล่อคนที่พยายามฆ่าฉัน พอมันโผล่หน้ามาให้เห็น ฉันจะฆ่ามันเอง"

หลังจอห์นนี่บอกที่อยู่ของโรงแรมที่พักอยู่ให้ไปแล้ว จอห์นนี่ก็วางสายแล้วออกมาจากห้อง จอห์นนี่หักท่อนไม้ในโรงแรมมาท่อนหนึ่ง  แล้วจอห์นนี่ก็ไปที่ห้องครัวของโรงแรมตอนไม่มีครัวแอบขโมยมีดมาตัดไม้แล้วเหลาให้แหลม

เจมส์มาที่โรงแรมเปิดประตูเข้ามาในห้อง

เจมส์

"ให้ทำอะไรวะ จอห์นนี่?"

จอห์นนี่

"ถอดเสื้อออก"

เจมส์

"ว่าไงนะ!?"

จอห์นนี่

"ถอดเสื้อออกให้ฉันเดี๋ยวนี้!!!!"


เจมส์ถอดเสื้อออก จอห์นนี่ก็ถอดเสื้อเหมือนกันแล้วก็เอาเสื้อเจมส์มาใส่

จอห์นนี่

"ใส่เสื้อของฉันซะ"

เจมส์

"อะไรนะ!?"

จอห์นนี่

"ใส่เสื้อของฉัน!!!!!!"


จอห์นนี่

"ถอดกางเกงออกด้วย"

เจมส์

"ว่าไงนะ!?"

จอห์นนี่

"ถ้านายไม่อยากโป๊ก็เอาผ้าห่มโรงแรมนุ่งไปก่อนมีตั้ง2ผืน แล้วก็ถอดกางเกงของนายมาให้ฉันด้วย"

จอห์นนี่กับเจมส์แลกกางเกงใส่กัน

จอห์นนี่

"ทีนี้ นายก็ออกไปข้างนอกโรงแรม"

เจมส์

"เพื่อ!?"

จอห์นนี่

"ไปเถอะน่า!!!!!!!!!!"

Continuous

เจมส์นอกโรงแรมไป จอห์นนี่ก็ไปทางหน้าต่างของโรงแรมที่อยู่ติดกับถนน เจมส์ลับสายตาไปแล้วจอห์นนี่ก็ออกไปนอกโรงแรมเพื่อตามเจมส์ไปเรื่อยๆแต่ก็ไม่ทัน เจมส์หายไป จอห์นนี่ตัดสินใจกลับเข้าโรงแรม

เช้าจอห์นนี่ก็ออกจากโรงแรมขึ้นรถประจำทางไปพักที่กรุงเทพ  จอห์นนี่ลงจากรถแล้วก็เห็นฝูงชนมุงดูอะไรบางอย่าง จอห์นนี่พยายามเข้าไปดูแล้วก็พบ ศพของเจมส์สภาพศพของเจมส์ก็มีแต่อวัยวะภายในกับเลือดทะลักเต็มไปหมด จอห์นนี่เดินเข้าไปในโรงแรมแล้วเข้าห้องพัก

ฉากภายใน: ห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพ

จอห์นนี่เปิดดูทีวี นักข่าวพูดรายงานคดีฆาตกรรมเจมส์ จอห์นนี่ทำท่านั่งคิด แล้วฟุบหลับลงไปกับพื้นห้อง

จอห์นนี่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเห็นหีบไม้อันหนึ่งจอห์นนี่เปิดหีบออกดูเห็นหัวใจอยู่ในหีบนั้น จอห์นนี่ออกไปจากห้องพัก

Continuous

จอห์นนี่เดินบนทางเท้าไปเรื่อยๆมองทุกคนไปมาที่พลุกพล่านอยู่ในย่านนั้น ในขณะที่ทุกคนเดินผ่านตัวจอห์นนี่ไปโดยไม่ได้สังเกตุตัวจอห์นนี่ที่กำลังมองดูทุกคนอยู่

เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น จอห์นนี่เปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดูการแจ้งเตือน พบSMSที่เขียนว่า"เป็นเหยื่อที่ล่ายากมาก"   จอห์นนี่พยายามมองดูทุกคนในที่นั้น ไม่มีใครมีโทรศัพท์อยู่ในมือไม่มีใครอยู่ในตู้โทรศัพท์สาธารณะไม่มีใครใส่หูฟังบลูทูธ จอห์นนี่เดินหน้าบนทางเท้าต่อไปจนถึงห้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง จอห์นนี่เดินหาร้านหนังสือที่อยู่ในห้างนั้น เข้าไปในร้านหนังสือ หาหนังสือเกี่ยวกับอาชญากรรมและการเอาตัวรอดมานั่งอ่านอยู่ในนั้น จอห์นนี่ออกมาข้างนอกห้างเก็บขวดแก้วกับกระดาษหนังสือพิมพ์มาจากพื้นที่โล่งที่ไม่มีใครอยู่ เดินกลับเข้าไปในห้องของโรงแรม เปิดทีวีให้มีเสียง วางกระดาษหนังสือพิมพ์ลงบนพื้น เอาขวดแก้วเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำให้เสียงดัง แล้วขงดแก้วทุบลงกับพื้นห้องน้ำจนแตกแล้วเอาเศษขวดแก้วที่แตกไปซ่อนไว้ใต้เตียงนอน เศษแก้วหนึ่งชิ้นเอาวางไว้ใต้เตียงแล้ววางโทรศัพท์ไว้บนเตียง ปิดผ้าม่านหน้าต่างโรงแรม เข้าห้องน้ำปิดน้ำแล้วเปิดน้ำอีกครั้งแล้วปิดอีก จอห์นนี่หยิบกระดาษหนังสือพิมพ์บนพื้นลงไปนอนแอบอยู่ใต้เตียง จอห์นนี่ดูเมนูรายการทีวีกับเวลาที่รายการเหล่านั้นออกฉาย รายการปัจจุบันฉายเวลา 13.00น. จอห์นนี่ดูทีวีจนกระทั่งเมนูรายการทีวีกลับมาอีกครั้งหลังรายการก่อนจบไป รายการทีวีต่อไปบนทีวีบอกว่าจะฉายเวลา15.00น. แล้วจอห์นนี่ก็หลับไป จอห์นนี่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า จอห์นนี่ดูห้องพัก ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แล้วจอห์นนี่ก็ออกจากห้องพักเดินไปบนทางเท้าอีกครั้ง มองผู้คนในพื้นที่นั้น ยังคงไม่มีใครเล่นโทรศัพท์ หรือแสงสะท้อนจากเลนส์เลย เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น จอห์นนี่หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู พบSMSว่า "เอาเรื่อง เข้าถึงตัวไม่ได้ซักที"

จอห์นนี่หาซื้อชานมเย็นแถวนั้นจากนั้นจอห์นนี่ขึ้นรถประจำทางสายหนึ่งจนไปลงที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง

ฉากภายนอก: สวนสาธารณะแห่งหนึ่งในกรุงเทพ กลางวัน

จอห์นนี่นั่งกินชานมเย็นไม่ใส่ไข่มุกอยู่ที่ม้านั่งจนหมดแล้วเอาแก้วชานมเย็นไปทิ้งลงที่ถังขยะ นั่งลงที่ม้านั่งขยับหัวมองผู้คนในสวนสาธารณะแห่งนั้น แล้วจอห์นนี่ก็ลุกจากม้านั่ง เดินบนทางเดิน มองผู้คนไปมา แล้วจากนั้นจอห์นนี่ก็เดินตรงไปข้างหน้าแล้วหายลับไปท่ามกลางผู้คนมากมายในสวนสาธารณะแห่งนั้น



                                                                             จบ


วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2565

บทหนัง: ล่าเดือด ไล่ดุ(ฉบับหนังยาว)

 

 บทหนัง:ล่าเดือด ไล่ดุ(ฉบับหนังยาว)

คนเขียนบท: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

ฉากภายนอก: หน้าบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านสาไร หมู่5 ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง จ. พระนครศรีอยุธยา กลางวัน



จอห์นนี่หนุ่มอายุประมาณ23-24ปีรูปร่างสูง ผมดำ มีปานที่คอและปานที่แถวๆข้อมือซ้าย กำลังจะเดินออกมาหน้าบ้าน



ตอนที่จอห์นนี่รับโทรศัพท์ก็มีคนยิงปืนใส่ถนนหน้าบ้านที่จอห์นนี่อยู่

เสียงในโทรศัพท์

"เกิดอะไรขึ้นวะ จอห์นนี่!?"

จอห์นนี่

"มีคนยิงใส่บ้านฉัน"

เสียงในโทรศัพท์

"ว่าไงนะ!?"

จอห์นนี่

"มีคนยิงใส่บ้านฉันโว้ย แล้วถ้าเป็นนาย นายจะยังโทรศัพท์อยู่ไหมถ้าโดนไล่ยิงเนี่ย!? วางสายเดี๋ยวนี้"

Continuous

โทรศัพท์ถูกวางสายแล้ว มือปืนยังคงยิงใส่ไม่ลดละ จอห์นนี่หนีไปทางทิศตะวันออก  จอห์นนี่ไปหาจักรยานที่อยู่แถวนั้นขี่มันตามถนนไปเรื่อยๆ   มีรถประจำทางแซงหน้าจอห์นนี่ไปพอดี จอห์นนี่ขี่จักรยานให้เร็วที่สุดแล้วกระโดดเข้ารถประจำทางไป  จอห์นนี่ตัดสินใจลงจากรถตรงโรงแรมแห่งหนึ่ง

ฉากภายใน: ห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในนนทบุรี

 จอห์นนี่ใช้โทรศัพท์ของโรงแรมโทรไปหาใครซักคน

จอห์นนี่

"เฮ้  ตอนนี้ฉันโดนไล่ฆ่าอยู่ ฉันอยากให้ช่วยหน่อย"

เสียงในโทรศัพท์

"ช่วยอะไร?"

จอห์นนี่

"โทรหาเจมส์ พามาที่ที่ฉันบอก นายหากระดาษมาเขียนชื่อสถานที่ไว้ก่อน"


เสียงในโทรศัพท์

"จะทำอะไรวะ?"

จอห์นนี่

"ฉันจะให้เจมส์เป็นเหยื่อล่อคนที่พยายามฆ่าฉัน พอมันโผล่หน้ามาให้เห็น ฉันจะฆ่ามันเอง"

หลังจอห์นนี่บอกที่อยู่ของโรงแรมที่พักอยู่ให้ไปแล้ว จอห์นนี่ก็วางสายแล้วออกมาจากห้อง จอห์นนี่หักท่อนไม้ในโรงแรมมาท่อนหนึ่ง  แล้วจอห์นนี่ก็ไปที่ห้องครัวของโรงแรมตอนไม่มีครัวแอบขโมยมีดมาตัดไม้แล้วเหลาให้แหลม

เจมส์มาที่โรงแรมเปิดประตูเข้ามาในห้อง

เจมส์

"ให้ทำอะไรวะ จอห์นนี่?"

จอห์นนี่

"ถอดเสื้อออก"

เจมส์

"ว่าไงนะ!?"

จอห์นนี่

"ถอดเสื้อออกให้ฉันเดี๋ยวนี้!!!!"


เจมส์ถอดเสื้อออก จอห์นนี่ก็ถอดเสื้อเหมือนกันแล้วก็เอาเสื้อเจมส์มาใส่

จอห์นนี่

"ใส่เสื้อของฉันซะ"

เจมส์

"อะไรนะ!?"

จอห์นนี่

"ใส่เสื้อของฉัน!!!!!!"


จอห์นนี่

"ถอดกางเกงออกด้วย"

เจมส์

"ว่าไงนะ!?"

จอห์นนี่

"ถ้านายไม่อยากโป๊ก็เอาผ้าห่มโรงแรมนุ่งไปก่อนมีตั้ง2ผืน แล้วก็ถอดกางเกงของนายมาให้ฉันด้วย"

จอห์นนี่กับเจมส์แลกกางเกงใส่กัน

จอห์นนี่

"ทีนี้ นายก็ออกไปข้างนอกโรงแรม"

เจมส์

"เพื่อ!?"

จอห์นนี่

"ไปเถอะน่า!!!!!!!!!!"

Continuous

เจมส์นอกโรงแรมไป จอห์นนี่ก็ไปทางหน้าต่างของโรงแรมที่อยู่ติดกับถนน เจมส์ลับสายตาไปแล้วจอห์นนี่ก็ออกไปนอกโรงแรมเพื่อตามเจมส์ไปเรื่อยๆแต่ก็ไม่ทัน เจมส์หายไป จอห์นนี่ตัดสินใจกลับเข้าโรงแรม

เช้าจอห์นนี่ก็ออกจากโรงแรมขึ้นรถประจำทางไปพักที่กรุงเทพ  จอห์นนี่ลงจากรถแล้วก็เห็นฝูงชนมุงดูอะไรบางอย่าง จอห์นนี่พยายามเข้าไปดูแล้วก็พบ ศพของเจมส์สภาพศพของเจมส์ก็มีแต่อวัยวะภายในกับเลือดทะลักเต็มไปหมด จอห์นนี่เดินเข้าไปในโรงแรมแล้วเข้าห้องพัก

ฉากภายใน: ห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพ

จอห์นนี่เปิดดูทีวี นักข่าวพูดรายงานคดีฆาตกรรมเจมส์ จอห์นนี่ทำท่านั่งคิด แล้วฟุบหลับลงไปกับพื้นห้อง

จอห์นนี่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเห็นหีบไม้อันหนึ่งจอห์นนี่เปิดหีบออกดูเห็นหัวใจอยู่ในหีบนั้น จอห์นนี่ออกไปจากห้องพัก

Continuous

จอห์นนี่เดินบนทางเท้าไปเรื่อยๆมองทุกคนไปมาที่พลุกพล่านอยู่ในย่านนั้น ในขณะที่ทุกคนเดินผ่านตัวจอห์นนี่ไปโดยไม่ได้สังเกตุตัวจอห์นนี่ที่กำลังมองดูทุกคนอยู่

เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น จอห์นนี่เปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดูการแจ้งเตือน พบSMSที่เขียนว่า"เป็นเหยื่อที่ล่ายากมาก"   จอห์นนี่พยายามมองดูทุกคนในที่นั้น ไม่มีใครมีโทรศัพท์อยู่ในมือไม่มีใครอยู่ในตู้โทรศัพท์สาธารณะไม่มีใครใส่หูฟังบลูทูธ จอห์นนี่เดินหน้าบนทางเท้าต่อไปจนถึงห้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง จอห์นนี่เดินหาร้านหนังสือที่อยู่ในห้างนั้น เข้าไปในร้านหนังสือ หาหนังสือเกี่ยวกับอาชญากรรมและการเอาตัวรอดมานั่งอ่านอยู่ในนั้น จอห์นนี่ออกมาข้างนอกห้างเก็บขวดแก้วกับกระดาษหนังสือพิมพ์มาจากพื้นที่โล่งที่ไม่มีใครอยู่ เดินกลับเข้าไปในห้องของโรงแรม เปิดทีวีให้มีเสียง วางกระดาษหนังสือพิมพ์ลงบนพื้น เอาขวดแก้วเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำให้เสียงดัง แล้วขงดแก้วทุบลงกับพื้นห้องน้ำจนแตกแล้วเอาเศษขวดแก้วที่แตกไปซ่อนไว้ใต้เตียงนอน เศษแก้วหนึ่งชิ้นเอาวางไว้ใต้เตียงแล้ววางโทรศัพท์ไว้บนเตียง ปิดผ้าม่านหน้าต่างโรงแรม เข้าห้องน้ำปิดน้ำแล้วเปิดน้ำอีกครั้งแล้วปิดอีก จอห์นนี่หยิบกระดาษหนังสือพิมพ์บนพื้นลงไปนอนแอบอยู่ใต้เตียง จอห์นนี่ดูเมนูรายการทีวีกับเวลาที่รายการเหล่านั้นออกฉาย รายการปัจจุบันฉายเวลา 13.00น. จอห์นนี่ดูทีวีจนกระทั่งเมนูรายการทีวีกลับมาอีกครั้งหลังรายการก่อนจบไป รายการทีวีต่อไปบนทีวีบอกว่าจะฉายเวลา15.00น. แล้วจอห์นนี่ก็หลับไป จอห์นนี่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า จอห์นนี่ดูห้องพัก ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แล้วจอห์นนี่ก็ออกจากห้องพักเดินไปบนทางเท้าอีกครั้ง มองผู้คนในพื้นที่นั้น ยังคงไม่มีใครเล่นโทรศัพท์ หรือแสงสะท้อนจากเลนส์เลย เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น จอห์นนี่หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู พบSMSว่า "เอาเรื่อง เข้าถึงตัวไม่ได้ซักที"

จอห์นนี่หาซื้อชานมเย็นแถวนั้นจากนั้นจอห์นนี่ขึ้นรถประจำทางสายหนึ่งจนไปลงที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง

ฉากภายนอก: สวนสาธารณะแห่งหนึ่งในกรุงเทพ กลางวัน

จอห์นนี่นั่งกินชานมเย็นไม่ใส่ไข่มุกอยู่ที่ม้านั่งจนหมดแล้วเอาแก้วชานมเย็นไปทิ้งลงที่ถังขยะ นั่งลงที่ม้านั่งขยับหัวมองผู้คนในสวนสาธารณะแห่งนั้น แล้วจอห์นนี่ก็ลุกจากม้านั่ง เดินบนทางเดิน มองผู้คนไปมา แล้วจากนั้นจอห์นนี่ก็เดินตรงไปข้างหน้าแล้วหายลับไปท่ามกลางผู้คนมากมายในสวนสาธารณะแห่งนั้น



                                                                             จบ


วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565

บทหนัง

 บทหนัง:ล่าเดือด ไล่ดุ

คนเขียนบท: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

ฉากภายนอก: หน้าบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านสาไร หมู่5 ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง จ. พระนครศรีอยุธยา กลางวัน



จอห์นนี่หนุ่มอายุประมาณ23-24ปีรูปร่างสูง ผมดำ มีปานที่คอและปานที่แถวๆข้อมือซ้าย กำลังจะเดินออกมาหน้าบ้าน



ตอนที่จอห์นนี่รับโทรศัพท์ก็มีคนยิงปืนใส่ถนนหน้าบ้านที่จอห์นนี่อยู่

เสียงในโทรศัพท์

"เกิดอะไรขึ้นวะ จอห์นนี่!?"

จอห์นนี่

"มีคนยิงใส่บ้านฉัน"

เสียงในโทรศัพท์

"ว่าไงนะ!?"

จอห์นนี่

"มีคนยิงใส่บ้านฉันโว้ย แล้วถ้าเป็นนาย นายจะยังโทรศัพท์อยู่ไหมถ้าโดนไล่ยิงเนี่ย!? วางสายเดี๋ยวนี้"

Continuous

โทรศัพท์ถูกวางสายแล้ว มือปืนยังคงยิงใส่ไม่ลดละ จอห์นนี่หนีไปทางทิศตะวันออก  จอห์นนี่ไปหาจักรยานที่อยู่แถวนั้นขี่มันตามถนนไปเรื่อยๆ   มีรถประจำทางแซงหน้าจอห์นนี่ไปพอดี จอห์นนี่ขี่จักรยานให้เร็วที่สุดแล้วกระโดดเข้ารถประจำทางไป  จอห์นนี่ตัดสินใจลงจากรถตรงโรงแรมแห่งหนึ่ง

ฉากภายใน: ห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่งในนนทบุรี

 จอห์นนี่ใช้โทรศัพท์ของโรงแรมโทรไปหาใครซักคน

จอห์นนี่

"เฮ้  ตอนนี้ฉันโดนไล่ฆ่าอยู่ ฉันอยากให้ช่วยหน่อย"

เสียงในโทรศัพท์

"ช่วยอะไร?"

จอห์นนี่

"โทรหาเจมส์ พามาที่ที่ฉันบอก นายหากระดาษมาเขียนชื่อสถานที่ไว้ก่อน"


เสียงในโทรศัพท์

"จะทำอะไรวะ?"

จอห์นนี่

"ฉันจะให้เจมส์เป็นเหยื่อล่อคนที่พยายามฆ่าฉัน พอมันโผล่หน้ามาให้เห็น ฉันจะฆ่ามันเอง"

หลังจอห์นนี่บอกที่อยู่ของโรงแรมที่พักอยู่ให้ไปแล้ว จอห์นนี่ก็วางสายแล้วออกมาจากห้อง จอห์นนี่หักท่อนไม้ในโรงแรมมาท่อนหนึ่ง  แล้วจอห์นนี่ก็ไปที่ห้องครัวของโรงแรมตอนไม่มีครัวแอบขโมยมีดมาตัดไม้แล้วเหลาให้แหลม

เจมส์มาที่โรงแรมเปิดประตูเข้ามาในห้อง

เจมส์

"ให้ทำอะไรวะ จอห์นนี่?"

จอห์นนี่

"ถอดเสื้อออก"

เจมส์

"ว่าไงนะ!?"

จอห์นนี่

"ถอดเสื้อออกให้ฉันเดี๋ยวนี้!!!!"


เจมส์ถอดเสื้อออก จอห์นนี่ก็ถอดเสื้อเหมือนกันแล้วก็เอาเสื้อเจมส์มาใส่

จอห์นนี่

"ใส่เสื้อของฉันซะ"

เจมส์

"อะไรนะ!?"

จอห์นนี่

"ใส่เสื้อของฉัน!!!!!!"


จอห์นนี่

"ถอดกางเกงออกด้วย"

เจมส์

"ว่าไงนะ!?"

จอห์นนี่

"ถ้านายไม่อยากโป๊ก็เอาผ้าห่มโรงแรมนุ่งไปก่อนมีตั้ง2ผืน แล้วก็ถอดกางเกงของนายมาให้ฉันด้วย"

จอห์นนี่กับเจมส์แลกกางเกงใส่กัน

จอห์นนี่

"ทีนี้ นายก็ออกไปข้างนอกโรงแรม"

เจมส์

"เพื่อ!?"

จอห์นนี่

"ไปเถอะน่า!!!!!!!!!!"

Continuous

เจมส์นอกโรงแรมไป จอห์นนี่ก็ไปทางหน้าต่างของโรงแรมที่อยู่ติดกับถนน เจมส์ลับสายตาไปแล้วจอห์นนี่ก็ออกไปนอกโรงแรมเพื่อตามเจมส์ไปเรื่อยๆแต่ก็ไม่ทัน เจมส์หายไป จอห์นนี่ตัดสินใจกลับเข้าโรงแรม

เช้าจอห์นนี่ก็ออกจากโรงแรมขึ้นรถประจำทางไปพักที่กรุงเทพ  จอห์นนี่ลงจากรถแล้วก็เห็นฝูงชนมุงดูอะไรบางอย่าง จอห์นนี่พยายามเข้าไปดูแล้วก็พบ ศพของเจมส์สภาพศพของเจมส์ก็มีแต่อวัยวะภายในกับเลือดทะลักเต็มไปหมด จอห์นนี่เดินเข้าไปในโรงแรมแล้วเข้าห้องพัก

ฉากภายใน: ห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพ

จอห์นนี่เปิดดูทีวี นักข่าวพูดรายงานคดีฆาตกรรมเจมส์ จอห์นนี่ทำท่านั่งคิด แล้วฟุบหลับลงไปกับพื้นห้อง

จอห์นนี่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเห็นหีบไม้อันหนึ่งจอห์นนี่เปิดหีบออกดูเห็นหัวใจอยู่ในหีบนั้น จอห์นนี่ออกไปจากห้องพัก

Continuous

จอห์นนี่เดินบนทางเท้าไปเรื่อยๆมองทุกคนไปมาที่พลุกพล่านอยู่ในย่านนั้น ในขณะที่ทุกคนเดินผ่านตัวจอห์นนี่ไปโดยไม่ได้สังเกตุตัวจอห์นนี่ที่กำลังมองดูทุกคนอยู่

เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น จอห์นนี่เปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดูการแจ้งเตือน พบSMSที่เขียนว่า"เป็นเหยื่อที่ล่ายากมาก"   จอห์นนี่พยายามมองดูทุกคนในที่นั้น ไม่มีใครมีโทรศัพท์อยู่ในมือไม่มีใครอยู่ในตู้โทรศัพท์สาธารณะไม่มีใครใส่หูฟังบลูทูธ จอห์นนี่เดินหน้าบนทางเท้าต่อไปจนถึงห้างขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง จอห์นนี่เดินหาร้านหนังสือที่อยู่ในห้างนั้น เข้าไปในร้านหนังสือ หาหนังสือเกี่ยวกับอาชญากรรมและการเอาตัวรอดมานั่งอ่านอยู่ในนั้น จอห์นนี่ออกมาข้างนอกห้างเก็บขวดแก้วกับกระดาษหนังสือพิมพ์มาจากพื้นที่โล่งที่ไม่มีใครอยู่ เดินกลับเข้าไปในห้องของโรงแรม เปิดทีวีให้มีเสียง วางกระดาษหนังสือพิมพ์ลงบนพื้น เอาขวดแก้วเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำให้เสียงดัง แล้วขงดแก้วทุบลงกับพื้นห้องน้ำจนแตกแล้วเอาเศษขวดแก้วที่แตกไปซ่อนไว้ใต้เตียงนอน เศษแก้วหนึ่งชิ้นเอาวางไว้ใต้เตียงแล้ววางโทรศัพท์ไว้บนเตียง ปิดผ้าม่านหน้าต่างโรงแรม เข้าห้องน้ำปิดน้ำแล้วเปิดน้ำอีกครั้งแล้วปิดอีก จอห์นนี่หยิบกระดาษหนังสือพิมพ์บนพื้นลงไปนอนแอบอยู่ใต้เตียง จอห์นนี่ดูเมนูรายการทีวีกับเวลาที่รายการเหล่านั้นออกฉาย รายการปัจจุบันฉายเวลา 13.00น. จอห์นนี่ดูทีวีจนกระทั่งเมนูรายการทีวีกลับมาอีกครั้งหลังรายการก่อนจบไป รายการทีวีต่อไปบนทีวีบอกว่าจะฉายเวลา15.00น. แล้วจอห์นนี่ก็หลับไป จอห์นนี่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า จอห์นนี่ดูห้องพัก ทุกอย่างยังเหมือนเดิม แล้วจอห์นนี่ก็ออกจากห้องพักเดินไปบนทางเท้าอีกครั้ง มองผู้คนในพื้นที่นั้น ยังคงไม่มีใครเล่นโทรศัพท์ หรือแสงสะท้อนจากเลนส์เลย เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น จอห์นนี่หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู พบSMSว่า "เอาเรื่อง เข้าถึงตัวไม่ได้ซักที"

จอห์นนี่หาซื้อชานมเย็นแถวนั้นจากนั้นจอห์นนี่ขึ้นรถประจำทางสายหนึ่งจนไปลงที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง

ฉากภายนอก: สวนสาธารณะแห่งหนึ่งในกรุงเทพ กลางวัน

จอห์นนี่นั่งกินชานมเย็นไม่ใส่ไข่มุกอยู่ที่ม้านั่งจนหมดแล้วเอาแก้วชานมเย็นไปทิ้งลงที่ถังขยะ นั่งลงที่ม้านั่งขยับหัวมองผู้คนในสวนสาธารณะแห่งนั้น แล้วจอห์นนี่ก็ลุกจากม้านั่ง เดินบนทางเดิน มองผู้คนไปมา แล้วจากนั้นจอห์นนี่ก็เดินตรงไปข้างหน้าแล้วหายลับไปท่ามกลางผู้คนมากมายในสวนสาธารณะแห่งนั้น



                                                                             จบ


วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2565

บทหนัง On the Country

บทหนัง On the Country

ผู้เขียนบท: ปฏิพัทธิ์ ปิ่นรัตน์

ฉากภายใน: ห้องทำงานโล่งๆ

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"ต้องอยู่ในศาลอีกนานแค่ไหน"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่2)
"เอาจนดึกเลยแล้วกัน"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"ฝากเอาโน๊ตบุ๊คเข้าไปด้วย"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่2)
"เออ"

ฉากภายนอก: ที่จอดรถ 1ทุ่ม
ชายวัย60ในชุดสูททั้ง2คนเดินเข้ามาในที่จอดรถ

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"ยุงกัด"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่2)
"มึงกลับมาเป็นต่อแล้ว พรุ่งนี้มึงทำข่าวลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านเลย"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"เออ ได้"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่2)
"แล้วไอ้คนที่ฟ้องศาลให้มึงลงจากตำแหน่ง มึงเอาไงต่อวะ จะทำไงต่อให้เลิกราวีซักที กูขี้เกียจเข้าศาลไปดูรูปโป๊ แล้วค่อยออกมาตอนศาลทำข่าวยกฟ้องมึงแล้วว่ะ"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"กูจะยิงทิ้ง"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่2)
"มึงน่าจะยิงตั้งนานแล้ว พรุ่งนี้จะไปทะเลกันไหม"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"เออ"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่2)
"เป็นนักการเมืองนี่มันดีจริงๆ เอาเงินที่ชาวบ้านให้หน่วยงานมาใช้ได้เลย"
"น้ำท่วม เราไปเอาภาษีจากพวกนั้นแล้วย้ายไปที่อื่นกันไหม"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"ไว้วันพรุ่งนี้ตอนกลับจากเที่ยวทะเลแล้วกัน"

ชายวัย60ในชุดสูททั้ง2คนขึ้นรถแล้วขับรถออกไป

ฉากภายนอก: กระท่อมกลางป่า กลางวัน

ชายในชุดพรางใช้ปืนสไนเปอร์ติดที่เก็บเสียงยิงที่หญิงสาววัย15ปีที่เดินออกมาจากกระท่อม

ฉากภายนอก: ชายหาด กลางวัน

มีชายวัยประมาณ50~60ในชุดสูทจำนวน4คนกำลังนั่งกินอาหารอยู่ที่โต๊ะชายหาด มีเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น ชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"แกนนำมันตายตายแล้ว"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่2)
"ดีเลย ทีนี้เราก็ไม่ต้องพิมพ์หมายศาลจับมันเข้าคุก ไม่ต้องทำข่าวด้วยว่าเราเอาแม่งขึ้นศาลแล้วศาลตัดสินเข้าคุก"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่3)
"ตัดไฟแต่ต้นลม"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"มันนับภาษีถึงไหนแล้วเนี่ย"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่4)
"มันนับที่ไหนเล่า"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"เดี๋ยวกูโทรบอกมันเอาภาษีให้กูก่อน กูจะซื้อของเข้าบ้าน"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่4)
"บ้านหลังไหนวะ"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"บ้านที่แม่ฮ่องสอนไง น้ำท่วมกูก็อยู่แม่ฮ่องสอนนี่แหละ"

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)หยิบโทรศัพท์แล้วโทรออก

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"ฮัลโหล เออ เออ ช่วยเอาเงินภาษีมาให้กูที เงินภาษี เงินภาษีน่ะ เออ นั่นแหละ เอามาให้กูที่ทะเลเลย เออ นั่นแหละ ทะเลนั้นแหละ กูอยู่ที่ทะเลนั้นแหละ เออๆ"

เวลาเปลี่ยนจากตอนเที่ยงไปเป็นตอนเย็น มีคนหนุ่มในชุดสูทเดินเข้ามากระซิบที่หูชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"เฮ้ย มาแล้วโว้ย ไปเอากัน"

ชายวัย60ในชุดสูททั้ง4คนเดินตามหนุ่มในชุดสูทคนนั้นไป

ฉากภายนอก: ที่จอดรถ ตอนเย็น

ชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)ปิดกระโปรงหลังรถ หนุ่มในชุดสูทขึ้นรถคันนั้นแล้วขับออกไป ชายวัย60คนที่1คนที่2คนที่3คนที่4แยกย้ายไปขึ้นรถของตัวเองแล้วขับออกไป

ฉากภายใน: รถ

ชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก

ชายวัย60ในชุดสูท (คนที่1)
"ฮัลโหล พรุ่งนี้พ่อจะกลับนะ น่าจะตอนเช้า หนูอยู่ใช่ไหม"
"พรุ่งนี้เดี๋ยวพ่อไปหา"
"เออๆ"
"ปัดโธ่โว้ย บอกไม่ฟัง พูดไม่รู้จักจำ พูดจนปากเปียกปากแฉะแล้ว จะไปทำอะไรได้ จะไปทำงานได้ แค่นี้ยังทำไม่ได้ จะไปทำงาน"

ชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)วางสายโทรศัพท์แล้วโยนโทรศัพท์ในรถ



Continuous
หญิงสาววัย23ปีผิวขาว ตาเล็ก กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ภายในห้องครัว

สาวตาเล็ก
"ตั้งแต่ไอ้พวกเวรนี่บริหาร ร้านทองกูเจ๊งไปแล้วล่ะ"
"เออดิ"
"มึง ค่าไฟกูล่อไปสี่พันสาม เดือนเดียวเนี่ย ค่าน้ำอีกสามพัน กูมีตังอยู่แค่20เนี่ย วันนี้มาม่าเหลือสองซองสุดท้าย เออ ร้านอาหารกูก็เพิ่งเจ๊งไป ตอนนี้กูทำงานรับจ้างอยู่เนี่ย ร้อยเดียว เออ พรุ่งนี้กูต้องไปตัดหญ้าที่สวนเนี่ย ไอ้เชี่ย กูต้องเสียภาษีไปกี่บาทมึงรู้ไหม เก้าล้านเลยนะโว้ย จะสิบล้านอยู่แล้วเนี่ย โอ๊ย มึง มึง บ้านกูน้ำท่วมมิดหัวเลยเนี่ย กูย้ายของมาอยู่ชั้นสามเนี่ย ฉิบหาย ตายไปซะได้ก็ดี"

สาวตาเล็กวางสายโทรศัพท์เดินเข้าห้องนอนโยนโทรศัพท์ลงบนเตียง เดินไปที่ปฏิทิน ใช้ปากกาดำเขียนลงบนวันที่13ของปฏิทินว่า"ไปหาจอห์นนี่ที่บ้านไม่ได้"
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์บนเตียงดังขึ้น สาวตาเล็กรับสายโทรศัพท์

สาวตาเล็ก
"ไอ้เหี้ย!!!!!!!!!"
"มึงไม่ต้องมาคุยกับกู!!!!!!"
"กูบอกมึงไปกี่รอบแล้ว!!!!!!"
"อีเหี้ย!!!!!!"
"อะไร!!!!!!!!"
"เออ!!!!!!!!!!"
"เวลากูจะใช้!!!!!!! มึงก็ขึ้นไปบนบ้าน!!!!!! เป็นเหี้ยอะไร!!!!!!!!"
"โอ้โห ทั้งกลุ่มมีแต่พวกเบียว เผลอๆจะถึงขั้นวี๊บ"
"ปวดหัว ปวดหัว"

Continuous:
ตอนสาย
รถของชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)ขับเข้าสู่ถนนหินลูกรังแล้วรถนั้นก็พุ่งเขาไปในป่าข้างทางอย่างกะทันหัน ชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)เปิดประตูลงจากรถ พยายามวิ่งกลับเข้าถนนลูกรังแต่มีงูพุ่งเข้ามาหาเขา เขาล้มลงไปพร้อมกับงู

ฉากภายนอก: ภายในป่า ตอนสาย

มีชายในเสื้อดำเดินอยู่ในป่า แล้วพบศพของชายวัย60ในชุดสูท(คนที่1)นอนหงายมีไม้แหลมแทงทะลุหน้าอกและท่อนซุงทับและมีหินแหลมทะลุหน้าผากออกมา ชายในเสื้อดำเดินไปตามทางเดิมที่ตัวเขาเองเดินเข้ามา

ฉากภายนอก: ที่คูน้ำเน่าเล็กๆในพื้นที่ร้าง ตอนเที่ยง

ชายในเสื้อดำเดินมาที่คูน้ำ เห็นศพชายวัย60ในชุดสูท(คนที่2)นอนลอยคว่ำหน้าอยู่ในน้ำเน่า

ฉากภายนอก: บ้านร้าง ตอนเย็น

ชายในเสื้อดำเดินเข้าไปดูศพชายวัย60ในชุดสูท(คนที่3)นอนคว่ำหน้าทับเลือดที่พื้นบนทางเดินเข้าบ้านร้าง

ฉากภายนอก: ที่ทิ้งขยะ ตอนค่ำ

ชายในเสื้อดำเดินมาเจอศพของชายวัย60ในชุดสูท(คนที่3)ในสภาพเห็นเพียงร่างกายท่อนบน เปลือยเปล่า ถูกฝังอยู่ในกองขยะ ปากอมถุงขยะขนาดพอดีปากไว้ ชายในเสื้อดำหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา มีเสียงชัตเตอร์ดังขึ้น(แต่ไม่มีแสงแฟลช) ใช้นิ้วมือจิ้มโทรศัพท์มือถือเป็นเวลา5นาที

ฉากภายใน: ห้องนั่งเล่นรกๆ

เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือดังขึ้นจากพื้น ชายวัย23ปีหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ใช้นิ้วจิ้มโทรศัพท์มือถือเป็นเวลา1นาที

ฉากภายนอก: ที่ทิ้งขยะ ตอนค่ำ

โทรศัพท์มือถือในมือชายในเสื้อดำนั้นมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น ชายในเสื้อดำเก็บโทรศัพท์แล้วเดินออกไป

ฉากภายใน: ห้องนั่งเล่นรกๆ

ชายวัย23ปีเดินไปเอาสมุดกับปากกามา แล้วหมื่นก็เปิดสมุดใช้ปากกาวาดรูปคนสี่คนในสภาพเดียวกับศพของชายวัย60ในชุดสูททั้ง4คนนั้นเขียน✓ขนาดใหญ่เอาไว้ที่ขอบกระดาษด้านขวา แล้วเขียนที่หัวกระดาษว่า4→all dead จากนั้นเขียนลงมาอีกบรรทัดว่าtrap activated แล้วลงไปเขียนที่ส่วนล่างของหน้ากระดาษไว้สามบรรทัดว่า
Mission Complete
แผนอื่นยังมีความเป็นไปได้ที่ต้องใช้
ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเราชนะ

ฉากภายนอก: ถนนรกร้างแห่งหนึ่ง ตอนเช้า

รถของหนุ่มในชุดสูท(คนที่เอาภาษีมาให้ชายวัย60ทั้ง4คน)กำลังขับออกมาบนถนนแล้วรถก็พุ่งลงข้างทางกะทันหัน
ชายในเสื้อดำเดินเข้าถนนรกร้างนั้นแล้วเดินลงข้างทางที่รถพุ่งลงไป เห็นรถถูกเปิดประตูอยู่ข้างหนึ่งและศพของหนุ่มในชุดสูท(คนที่เอาภาษีไปให้ชายวัย60ทั้ง4คน)นอนคว่ำหน้าอยู่บนดินข้างประตูรถที่ถูกเปิดออกอยู่นั้น และมีมีดแทงทะลุศพออกมาจากคอ

Continuous

ชายวัย23ปี(คนเดียวกับคนที่เขียนสมุด)กำลังแปรงฟันอยู่ในห้องน้ำของตน แปรงฟันเสร็จแล้วออกจากห้องน้ำไปยังห้องนั่งเล่น นั่งลงกับพื้น เสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์มือถือบนพื้นดังขึ้น ชายวัย23ปีคนนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ใช้นิ้วจิ้มโทรศัพท์มือถือเป็นเวลา5นาที
ชายวัย23ปีคนนั้นเดินไปหยิบสมุดกับปากกามา เปิดสมุดเขียนลงบนหน้ากระดาษว่า